ด่วน! เชียงใหม่แจ้งผู้ไป ‘โลตัสคำเที่ยง-กาดธานินทร์’ ช่วงเย็น 30 พ.ย. ประเมินตนเองจากแบบคัดกรองโควิด

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ที่ห้องประชุม 5 ชั้น 5 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 70/2563 โดยมี นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เลขานุการคณะกรรมการฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการร่วมครบองค์ประชุม เสร็จสิ้นการประชุม นพ.กิตติพันธุ์ ฉลอง ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ แถลงผลการประชุมฯ ครั้งที่ 70/2563 ซึ่งเป็นความคืบหน้าการติดตามไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 43, 44 จังหวัดเชียงใหม่ ว่า จากการลงพื้นที่ของทีมสอบสวนโรคเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ สำนักควบคุมโรคที่ 1 กรณีพบผู้ป่วยรายที่ 43, 44 เป็นหญิงไทย อายุ 25,23 ปี ประวัติลักลอบข้ามแดนกลับเข้ามาในประเทศไทย ได้เดินทางเข้าจังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 30 พฤศจิกายน ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ผลตรวจยืนยันพบเชื้อโควิด-19 พบผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง จำนวน 3 ราย (ผลเป็นลบทั้งหมด) ผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงต่ำ จำนวน 2 ราย ตรวจหาเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 ราย(ผลเป็นลบ) ส่วนอีก 1 ราย รอตรวจตามระยะเวลาในการสัมผัส

จากการตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิดตามไทม์ไลน์ของผู้ป่วย พบว่า วันที่ 30 พฤศจิกายน เวลา 11.00-16.30 น. ขับรถยนต์ส่วนตัวจากเชียงรายเดินทางมาพร้อมกัน 3 คน (ระหว่างเดินทางไม่ได้แวะที่ไหน)
เวลา 16.17 น. ผู้ติดเชื้อรายที่ 44 มาพักอพาร์ตเมนต์น้องสาว และผู้ติดเชื้อรายที่ 43 พร้อมด้วย น.ส. A มาพักบ้านพักย่านสันติธรรมด้วยกัน เวลา 16.40-18.00 น. เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวไปเทสโก้โลตัส สาขาคำเที่ยง เวลา 18.10-19.00 น. เดินทางด้วยรถจักรยานยนตร์ส่วนตัวไปตลาดศิริวัฒนา (ตลาดธานินทร์)

วันที่ 1 ธันวาคม เวลา 12.00 น. ไปฟังผลให้เพื่อนที่ รพ.เอกชน เจ้าหน้าที่ได้สัมภาษณ์ประวัติเพิ่มเติม พบว่ามีประวัติเสี่ยงเดินทางมาจากพื้นที่ระบาดเช่นกัน จึงได้ติดตามเพื่อนอีก 2 คนมาตรวจด้วยกัน ผลการตรวจยืนยันพบเชื้อ เป็นผู้ป่วยรายที่ 43 และ 44 ได้เข้ารับการรักษาที่ รพ.นครพิงค์ ส่วน น.ส.A ผลเป็นลบ ไม่พบเชื้อ ขณะนี้กักตัวอยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐกำหนด พร้อมกับผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง จำนวน 3 ราย

“ขอประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนที่เดินทางไปยังสถานที่ 2 แห่ง ตามไทม์ไลน์ของผู้ป่วยรายนี้ ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 เวลา 16.40 -18.00 น. ที่เทสโก้โลตัส สาขาคำเที่ยง และเวลา 18.10-19.00 น. ตลาดศิริวัฒนา (ตลาดธานินทร์) สามารถประเมินตนเอง และลงทะเบียนเพื่อรับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบประวัติและนัดหมายการตรวจได้จากแอพพลิเคชั่น แบบคัดกรองตนเองสำหรับผู้สงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (https://cmsdm.net/Self-ScreeningV2/index.php)” นพ.กิตติพันธ์กล่าว

ทั้งนี้ หากประชาชนมีประวัติเดินทางข้างต้น ให้สังเกตอาการตนเองจนกระทั่งครบ 14 วันหลังวันสัมผัส หลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมนุมชน ปิดหน้ากากทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน และหากพบอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หากมีข้อสงสัยให้ติดต่อทีมตระหนักรู้สถานการณ์ (SAT) สสจ.เชียงใหม่ โทร 08-4805-3131, 08-4805-2121

ต่อมาเวลา 17.30 น. นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลงนามประกาศจังหวัดเชียงใหม่ เรื่อง สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 โดยระบุว่า ด้วยปรากฎว่าพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รายที่ 42, 43 และ 44 ของจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน และ 1 ธันวาคม 2563 ซึ่งผลการสอบสวนโรคพบว่า ผู้ป่วยทั้งหมดได้ติดเชื้อและเดินทางมาจากต่างประเทศ ปัจจุบันได้รับการรักษาตัวและมีอาการดีขึ้นตามลำดับ ข้อมูลจากการติดตามผู้สัมผัสและการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ณ วันที่ 2 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00 น. พบว่าได้ติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงได้แล้ว 88 คน จากทั้งหมด 90 คน ทราบผลตรวจแล้วเป็นลบทั้งหมด โดยทุกคนอาการปกติดี จะได้รับการกักกันภายในสถานที่ที่กำหนดและติดตามโดยเจ้าหน้าที่จนครบ 14 วัน นอกจากนั้นยังได้ตรวจผู้สัมผัสในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำและกลุ่มอื่นๆ ร่วมด้วยไปแล้วทั้งสิ้นรวม 523 ราย ทั้งหมดผลเป็นลบ จากข้อมูลดังกล่าวทำให้มั่นใจได้ว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานของการแพร่กระจายเชื้อในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยทางคณะกรรมการโรคติดต่อจะได้ดำเนินการติดตามผู้สัมผัส โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างใกล้ชิดตลอดระยะจนครบ 14 วันหลังจากการสัมผัสวันสุดท้าย

 

นายเจริญฤทธิ์กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ได้ยกระดับมาตรการในการป้องกันโรคทั้งจังหวัด โดยให้ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคทุกระดับ ออกตรวจตรา ติดตาม และกำชับให้สถานประกอบการทุกประเภทในพื้นที่ เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองผู้เข้าไปใช้บริการในสถานประกอบการของตน โดยเฉพาะการสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์หรือสบู่ และการลงทะเบียนในแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” โดยรายงานผลการปฏิบัติให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ทราบทุกวัน พร้อมทั้งสุ่มตรวจโรคโควิด-19 ในเชิงรุกสำหรับพนักงานที่มีโอกาสสัมผัสกับบุคคลอื่นในสถานประกอบการทุกแห่ง นอกจากนี้ได้มอบหมายให้อาสาสมัครโควิดหมู่บ้าน-ชุมชน ค้นหาผู้เข้าไปในหมู่บ้านหรือชุมชนให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น อีกทั้งได้สั่งการให้บูรณาการหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่อำเภอชายแดนทุกอำเภอ จัดชุดลาดตระเวนช่องทางเข้าออกธรรมชาติตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ผ่านการกักตัวตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด และจังหวัดเชียงใหม่ได้หารือกับภาคเอกชน ในการร่วมกันวางมาตรการและแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 จังหวัดเชียงใหม่ได้ดำเนินการตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด (ศบค.) อย่างเข้มงวดในทุกสถานที่ และการดูแลตนเองของประชาชน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รายการ The Politics ข่าวบ้านการเมือง เกาะติดการเมืองหลังคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ
บทความถัดไปสุวรรณภูมิในอาเซียน : ไม่เหมือนใครในโลก ก็เป็น ‘มนุษย์ต่างดาว’