“ศบค.” เผย สถานบันเทิงเปิดได้ตามปกติ-ไม่ห้ามขายเครื่องดื่มแอกอฮอล์ เข้มมาตรการ สธ.

“ศบค.” เผย สถานบันเทิงเปิดได้ตามปกติ-ไม่ห้ามขายเครื่องดื่มแอกอฮอล์ เข้มมาตรการ สธ. “บิ๊กตู่” วอนปชช.ใช้แอพพ์ “ไทยชนะ” – “หมอชนะ” เพื่อระบุไทม์ไลน์ตัวเอง

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ (ศบค.) โดยศบค.ชุดเล็ก ที่มีพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้เสนอให้มีการล็อกดาวน์ทั่วประเทศเหมือนสถานการณ์โควิดในช่วงต้นปี เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดให้นิ่งและลดลงตามลำดับ โดยจะต้องรับผลเสียที่จะมีขึ้นทางเศรษฐกิจ แต่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แย้งไม่เห็นด้วยจะล็อกดาวน์ทั้งประเทศเหมือนครั้งที่แล้ว เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นจะรุนแรงมากกว่าครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ งบประมาณ และ เรื่องเงินกู้เพราะและรัฐบาลจะไม่สามารถเยียวยาได้เหมือนสถานการณ์ในต้นปี

นอกจากนี้ทางฝั่งกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เห็นพ้องด้วย เพราะสถานการณ์ครั้งนี้สามารถดำเนินการแก้ไขให้ควบคุมไปพร้อมกันควบคู่ทั้งเศรษฐกิจและสธ. ซึ่งผิดครั้งก่อนที่ต้องใช้การสาธารณสุขนำเศรษฐกิจ

ส่วนเรื่องการกำหนดระดับพื้นที่ควบคุมการแพร่ระบาดโควิดเป็นโซนสีนั้น ใช้เป็นการภายในของผู้ปฏิบัติงานทุกด้าน ทุกหน่วยงาน ที่จะใช้สื่อสารทำความเข้าใจให้ง่ายขึ้น แต่เมื่อจะนำไปเผยแพร่และอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ นายกฯ ขอให้ปรับคำเพื่อให้เกิดความเข้าใจและไม่ตื่นตระหนก โดยให้ปรับจากพื้นที่สีแดง เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่สีส้ม เป็นพื้นที่ควบคุม พื้นที่เหลือง เป็นพื้นที่เฝ้าระวังสูง และ พื้นที่สีเขียวเป็นพื้นที่เฝ้าระวัง

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ระบุต่อว่า การจัดงานกิจรรมรื่นเริงปีใหม่ เคาต์ดาวน์ และ งานวันเด็ก ก็ขอให้พิจารณาตามรายละเอียดของแต่ละโซนพื้นที่ เช่นในพื้นที่สีแดง ก็ขอให้งดโดยเด็ดขาด ส่วนพื้นที่อื่นๆ บางพื้นที่ยังสามารถจัดกิจกรรม แต้ต้องควบคุมจำนวนคน และเข้มมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

รวมไปถึง ส่วนการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังสามารถจำหน่ายได้ปกติ ผับ บาร์ สถานบันเทิง ยังเปิดบริการได้ เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดยังไม่พุ่ง แต่ขอให้ผู้ประกอบการดำเนินการมาตรการของสธ.อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการ การเว้นระยะห่าง และห้ามกอดคอตะโกนร้องเพลงอย่างใกล้ชิดกัน วัดอุณหภูมิก่อนเข้าร้าน ไม่ดื่มแก้วเดียวกัน เป็นต้น

ส่วนเรื่องเวิร์ก ฟรอม โฮม หรือ การทำงานที่บ้าน ขอให้แต่ละหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน พิจารณาเป็นการภายใน เนื่องจากถือเป็นมาตรการระดับกลาง หรือ พื้นที่สีส้ม หมายถึงพื้นที่ควบคุม ทั้งนี้เพื่อลดความแออัด ทั้งในที่ทำงาน และระหว่างเดินทางผ่านระบบขนส่งมวลชนต่างๆ สำหรับเรื่องเข้มงวดบริเวณแนวชายแดนนายกฯ กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เฝ้าระวังจังหวัดที่มีพื้นที่ชายแดนติดประเทศพื้นบ้านขอให้เฝ้าระวังมากเป็นพิเศษให้ซีลให้ได้ อย่าให้มีรอยรั่ว

รวมทั้งศบค.ยังมอบหมายตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลเรื่องผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สินค้าส่งออก โดยเฉพาะอาหารทะเล เบื้องต้นให้สธ. และ กระทรวงพาณิชย์ รับผิดชอบร่วมกัน แต่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะรองนายกฯ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้รายงานว่ากระทรวงพาณิชย์มีหน่วยงานที่ดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว นายกฯจึงได้ย้ำในช่วงนี้ขอให้ประสานกับสธ.และดำเนินการให้เข้มงวด เพื่อให้ประชาชนคลายความกังวลใจ

ขณะที่ในตอนท้าย นายกฯได้ขอร้องให้ทุกภาคส่วนรณรงค์เรื่องการใช้แอพพลิเคชั่น ชื่อ “ไทยชนะ” และ “หมอชนะ” เพื่อให้ทุกคนสามารถระบุไทม์ไลน์ของตัวเองได้ โดยเฉพาะหากมีกรณีติดเชื้อโควิด-19 เจ้าหน้าที่จะสามารถติดตามตัวบุคคลนั้นๆ และควบคุมสถานการณ์ได้ทันท่วงที

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โรงแรมดัง เย้ยกฏหมาย ครอบครองซากสัตว์ป่า 32 ชิ้น ผจก.กลัวผิด ชิ่งหนีฝุ่นตลบ
บทความถัดไปด่วน! เลือดสำรองศิริราชขาดแคลนทุกหมู่เลือด วอนคนไทยบริจาคเลือดช่วยผู้ป่วย