‘บิ๊กตู่’ สั่ง สธ.หาวัคซีนให้คนไทย 50% ในปี’64 ด้าน ‘เสี่ยหนู’ ยัน 2 ล้านโดสถึงไทยภายใน ก.พ.นี้

‘บิ๊กตู่’ สั่ง สธ.หาวัคซีนให้คนไทย 50% ในปี’64 ด้าน ‘เสี่ยหนู’ ยัน 2 ล้านโดสถึงไทยภายใน ก.พ.นี้

สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 ลุกลามบานปลายไปเกือบทั่วประเทศทำให้ยากต่อการควบคุมหากไม่มีมาตรการที่เข้มข้น โดย นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) ระบุว่า หากยังย่อหย่อนภายในวันที่ 14 มกราคมยอดผู้ติดเชื้อในประเทศจะพุ่งไปถึง 18,000 คนต่อวันนั้น

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งใหม่ของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความเป็นห่วงประชาชนทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เสียสละดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เป็นผู้ที่มีความเสี่ยงที่สุด จึงขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ดูแลป้องกันตนเองด้วยความไม่ประมาท การแพร่ระบาดของผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายจังหวัด ทั้งเป็นการติดเชื้อจากบุคคลสู่บุคคลจากการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงหรือเข้าร่วมกิจกรรมที่เสี่ยง จึงเกิดการสัมผัสหรือใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ และการติดเชื้อแบบกลุ่มก้อน ซึ่งมีสาเหตุจากการร่วมกิจกรรมต่างๆ เช่น งานเลี้ยงสังสรรค์ การประชุม ฯลฯ หรือกิจกรรมที่ลักลอบดำเนินการ เช่น การพนัน การมั่วสุม เป็นต้น ดังนั้น นายกฯจึงขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

“ในช่วงนี้นายกฯขอให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่มีการรวมคนและการเดินทางข้ามจังหวัด และขอให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าเสมอ เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น ล้างมือบ่อยๆ ให้ความร่วมมือในการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายตามสถานที่ต่างๆ ติดตั้งแอพพลิเคชั่นหมอชนะ และสแกนไทยชนะ เวลาเช็กอินและเช็กเอาต์สถานที่ต่างๆ และหากมีอาการที่สงสัยว่าจะติดเชื้อขอให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว อย่าปล่อยให้อาการรุนแรง” นายอนุชากล่าว

นายอนุชากล่าวว่า ในเรื่องการจัดหาวัคซีน โควิด-19 ให้คนไทย นายกฯได้เร่งรัดให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) หาวัคซีนในทุกช่องทางเพื่อให้ประชาชนไทยเข้าถึงวัคซีนได้รวดเร็วที่สุด โดยกำหนดการจัดหาวัคซีนเพื่อให้ครอบคลุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของประชาชนไทยในปี 2564 นี้ ซึ่งมีการดำเนินการในหลายแนวทางและถึงแม้ประเทศไทยจะได้จองซื้อวัคซีนของ AstraZeneca จำนวน 26 ล้านโดสไปแล้วก็ตาม แต่การจองซื้อวัคซีนนี้เป็นเพียงข้อตกลงชุดแรก ทั้งนี้ ไม่ได้มีการเจาะจงว่าจะทำความร่วมมือเฉพาะกับผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง นายกฯได้มอบนโยบายให้ สธ.เจรจากับผู้ผลิตวัคซีนรายอื่นอีกหลายบริษัทและมีการกำหนดแผนการใช้วัคซีน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการฟื้นฟูประเทศจากสถานการณ์การระบาดนี้โดยเร็ว

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจว่า เมื่อวานนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เจรจากับผู้ผลิตวัคซีนโควิด-19 ทุกรายที่ผลิตออกมาจำหน่ายแล้ว เพื่อให้ได้วัคซีนมาใช้ในช่วงที่มีการระบาดขณะนี้ ผลของความพยายามและเจรจากับผู้ผลิตวัคซีน สรุปได้ว่าภายในเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2564 วัคซีนจะถูกส่งมาถึงประเทศไทย ไม่น้อยกว่า 2 ล้านชุดก่อน ได้นำเรียนผลการเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนทุกรายให้นายกรัฐมนตรีทราบแล้ว และนายกรัฐมนตรีได้ให้การสนับสนุนเต็มที่ทั้งงบประมาณ และได้สั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีเพื่อเร่งรัดกระบวนการจัดหาวัคซีนมาให้ถึงประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงโดยเร็วที่สุด วันนี้จะมีการเจรจากันต่อ เพื่อให้ได้วัคซีนมาให้ได้มากที่สุด เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนคนไทยซึ่งเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดของรัฐบาล

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชาวอู่ฮั่นร่วมฉลองปีใหม่เต็มเมือง (ภาพชุด)
บทความถัดไป‘โควิด’ ฉะเชิงเทราเพิ่มอีก 1 เปิดไทม์ไลน์ ‘ไป 2 บ่อน-แวะ กทม.-ร่วมงานแต่ง’