ผวาล็อกดาวน์ คนปทุมฯแห่ซื้อสินค้าตุน-จ่อคุมเข้ม 28จว.สีแดง-ระทึกยอดติดเชื้อโควิด-เสียชีวิตต่อเนื่อง

ผวาล็อกดาวน์ คนปทุมฯแห่ซื้อสินค้าตุน-จ่อคุมเข้ม 28จว.สีแดง-ระทึกยอดติดเชื้อโควิด-เสียชีวิตต่อเนื่อง

วันที่ 3 มกราคม ยังต้องติดตามยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศ ที่พุ่งไม่หยุดและลามไปหลายจังหวัด เพราะผู้ติดเชื้อบางคนปกปิดข้อมูล ทำให้การสอบสวนโรคเพื่อติดตามควบคุมทำได้ช้า จนต้องเสนอมาตรการคุมเข้ม 28 จังหวัดพื้นที่สีแดง ทำให้ประชาชนบางพื้นที่ผวาว่าจะมีการประกาศล็อกดาวน์อีก จึงแห่ไปซื้อสินค้ากักตุนกัน ขณะเดียวกันการระบาดของโควิด-19รอบใหม่นี้เริ่มมีผู้เสียชีวิตต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้างฯแม็คโคร สาขาปทุมธานี มีประชาชนจำนวนมากเดินทางไปซื้อของใช้จำเป็น อาทิ น้ำดื่ม ปลากระป๋อง ข้าวสาร และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพื่อกักตุน เพราะเกรงว่าจะมีการประกาศล็อกดาวน์พื้นที่ หลังทางจังหวัดเพิ่มมาตรการเข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (ศบค.) รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 216 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 214 ราย ติดเชื้อในกลุ่มแรงงานต่างด้าวจากการคัดกรองเชิงรุก 32 ราย และผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันโรค 2 รายมาจากอินเดียและสหรัฐอเมริกา รวมผู้ป่วยสะสม 7,379 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 5,356 ราย กลุ่มแรงงานต่างด้าว 1,440 ราย รักษาหายแล้ว 4,299 ราย ยังอยู่ในโรงพยาบาล (รพ.) 3,016 ราย

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย สะสมที่ 64 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 47 ปี อาชีพรับจ้าง ภูมิลำเนาที่ จ.ชลบุรี โรคประจำตัวคือเบาหวาน เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563 ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ไม่มีอาการ เข้ารักษาที่ฮอสปิเทล ในโรงแรมแห่งหนึ่งในพัทยา ต่อมาวันที่ 31 ธันวาคม มีอาการเหนื่อยหอบ จึงแนะนำให้ไปรักษาที่ รพ.บางละมุง แต่ผู้ป่วยบอกว่าอาการยังไม่มาก จึงไม่ไป รพ.ขอนอนพักที่ฮอสปิเทลต่อ ต่อมาวันที่ 1 มกราคม เวลา 03.00 น.เสียชีวิตในห้องพัก
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า การระบาดรอบใหม่ที่น่าจับตามองคือ กลุ่มก้อนใน กทม. เริ่มกระจายในหลายพื้นที่และมีผู้เสียชีวิตโดยไม่สามารถหาความเชื่อมโยงจากศูนย์กลางการระบาดเดิมได้ ทำให้การควบคุมโรคยากขึ้นกว่าเดิม คาดว่าจะมีการแพร่กระจายโรคเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวไปยังทุกจังหวัดทั่วประเทศ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันควบคุมโรคและมาตรการทางสังคมที่เข้มข้นและรวดเร็วจึงมีประสิทธิภาพเพียงพอ

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ศบค.วิเคราะห์สถานการณ์ตอนนี้ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและกระจายจังหวัดต่างๆ เพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ติดเชื้อหลายคนทราบดีว่า ตนเองเดินทางเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงหรือร่วมกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ แต่ไม่ยอมกักตนเองหรือไม่หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้อื่น ทำให้เกิดการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นในสถานที่ต่างๆ และยังมีกิจกรรมลักลอบมั่วสุมโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการพนันเกิดขึ้นโดยทั่วไป เป็นนต้นเหตุทำให้เกิดการระบาด นอกจากนั้น ยังมีการมั่วสุมแบบเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งด้วย

“ที่ประชุมมีความเห็นต้องนำเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. ให้มีมาตรการเข้มข้นสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยยกระดับพื้นที่จากสีเหลืองให้เป็นสีส้ม จากสีขาวต้องเป็นสีเหลือง ส่วนพื้นที่สีแดงอยู่แล้วต้องเพิ่มมาตรการที่เข้มขึ้นไปอีก โดยขอให้กำหนดพื้นที่ควบคุมสูงสุด สีแดง ใน 28 จังหวัด ได้แก่ ตาก นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง นครนายก กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว สมุทรปราการ จันทบุรี ชลบุรี ตราด ระยอง ชุมพร ระนอง และ กทม. พื้นที่ควบคุมสีส้ม 11 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ บุรีรัมย์ นครราชสีมา สุราษฎร์ธานีและพังงา พื้นที่เฝ้าระวังสูงสุด สีเหลือง คือ 36 จังหวัดที่เหลือ” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า พื้นที่สีแดง ไม่อยากให้เป็นการล็อกดาวน์ แต่ต้องเข้มงวดมากๆ แบ่งมาตรการเป็น 2 ขั้น โดยขั้นที่ 1 กำหนดเวลาปิด-เปิดสถานประกอบการ ปิดสถานประกอบการที่มีความเสี่ยง ค้นหาและจับกลุ่มผู้มั่วสุมผิดกฎหมาย ขอความร่วมมือไม่เดินทางข้ามจังหวัด หยุดการเรียนการสอนหรือใช้รูปแบบออนไลน์แทน ให้ทำงานจากที่บ้าน ควบคุมการเดินทางของบุคคลจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด เร่งตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกและสอบสวนโรคในพื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อและพื้นที่เชื่อมโยงที่ ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม เวลา 06.00 น. ถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เวลา 06.00 น.

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ขั้นที่ 2 จำกัดเวลาเปิด-ปิดสถานประกอบการเพิ่มมากขึ้น (รวมทั้งจำกัดเปิดกิจการบางประเภท), เพิ่มความเข้มข้นในมาตรการเดินทางข้ามจังหวัด, เร่งรัดทำงานที่บ้านอย่างเต็มขีดความสามารถ, เร่งตรวจค้นผู้ติดเชื้อเชิงรุกและการสอบสวนโรคในพื้นที่ที่เสี่ยง,กิจกรรม/กิจการที่เสี่ยง,กลุ่มบุคคลเสี่ยง,จำกัดเวลาการออกนอกเคหสถานในพื้นที่ ที่ศบก.จังหวัดกำหนด

ที่ จ.ชลบุรี นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า เสนอให้ ศบค.พิจารณาล็อกดาวน์พื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก คือ จ.ชลบุรี จ.ระยอง จ.จันทบุรี เป็นเวลา 28 วัน เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ให้มีการกวดขันในเส้นทางต่างๆ ประกอบไปด้วย เส้นทาง จ.ปราจีนบุรี เส้นทางมอเตอร์เวย์ และเส้นทางบูรพาวิถี ที่จะเข้าสู่ จ.ชลบุรี และภาคตะวันออก โดยให้อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามเส้นทางที่กล่าวมา จากกรณีที่ผู้ติดเชื้อและหลบหนีไม่ยอมมารักษาตัว ต้องล็อกตัวไม่ให้ไปไหน เพื่อป้องกันการแพร่จายของเชื้อโรค หากสามารถทำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ จะป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon