ศบค.เข้ม 3 มาตรการ กวดขันทลายบ่อนพนัน ย้ำ ผู้ว่าฯออกคำสั่งเข้มกว่า แต่อ่อนกว่าไม่ได้

5.01.21 | 12:49 น.

ศบค. เข้ม 3 มาตรการ กวดขันทลายบ่อนพนัน ย้ำ ผู้ว่าฯออกคำสั่งเข้มกว่าแต่อ่อนกว่าไม่ได้ สั่ง 28 จว.เตรียม รพ.สนาม

เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวถึงมาตรการป้องกันโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า จากการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ วานนี้ (4 ธันวาคม) มีเรื่องสำคัญในการจัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและพื้นที่ควบคุม ที่ออกตามความมาตรการ 9 พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.) พ.ศ.2548 ฉบับที่ 16 มีการนำเรื่องต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานผู้อำนวยการ (ผอ.ศบค.) มีรายละเอียดจากคณะกรรมการในข้อสั่งการและปรับมาตรการ นำมาสู่เอกสารด่วนที่สุดจากกระทรวงมหาดไทย (มท.) โทรสาร มท.0230/ว27 ออกโดยปลัด มท. เกี่ยวกับทั้ง 77 จังหวัด ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ลงวันที่ 4 มกราคม ซึ่งเป็นภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ในข้อสรุป 3 ข้อ ดังนี้ ข้อที่ 1 มาตรการสำหรับทุกพื้นที่สถานการณ์ คือทุกจังหวัดทั้งสีแดง ส้ม และเหลือง ให้ดำเนินการ 1.เน้นย้ำประชาชนให้ร่วมมือป้องกันโรค สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือ วัดอุณหภูมิ ลงทะเบียนไทยชนะและหมอชนะเพื่อการติดตามตัวที่ดี ที่จะใช้เป็นมาตรฐานใหม่ 2.ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ตระหนักแก่ประชาชนให้ความร่วมมือ กรณีทราบว่าตนเองเข้าพื้นที่เสี่ยง พื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือพื้นที่พบผู้ติดเชื้อ ขอให้กักกันตนเอง เลี่ยงสัมผัสผู้อื่น 14 วัน หากพบอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ โดยให้ข้อมูลจริงกับแพทย์ 3.กวดขันไม่ให้มีบ่อนพนันในพื้นที่ ซึ่งเสี่ยงต่อการระบาด

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ข้อที่ 2 สำหรับจังหวัดในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด ได้แก่ 1.ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค มอบอำนาจผู้ว่าฯ พิจารณาปิดสถานบริการและสถานประกอบการที่คล้ายกัน เช่น ผับ บาร์ คาราโอเกะ หรือที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค 2.การจำหน่ายอาหารเครื่องดื่ม ให้อำนาจผู้ว่าฯ เสนอต่อคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด พิจารณากำหนดมาตรการจัดระเบียบเข้าใช้บริการ เน้นย้ำให้ผู้เข้าใช้บริการจดบันทึกรายชื่อ หากมีการพิจารณาว่าสถานการณ์มีการระบาดจำต้องกำหนดเวลานั่งบริโภคอาหาร ให้กำหนดเวลาระหว่างเวลา 21.00-06.00 น. โดยให้ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นในลักษณะจำหน่ายและนำกลับไปบริโภคที่อื่น

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า 3.การคัดกรองเดินทางข้ามจังหวัด ให้เหมาะสมแต่ละพื้นโดยไม่ก่อความเดือดร้อนต่อประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ ผู้ว่าฯพิจารณาตั้งด่าน จุดตรวจในเส้นทางคมนาคมสำคัญ พื้นที่รอยต่อระหว่างพื้นที่ควบคุมสูงสุดและพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือต่อกับพื้นที่ควบคุม โดยหากพบผู้มีความเสี่ยง ให้บันทึกข้อมูลในการติดตามได้ ด้วยแอพพลิเคชั่นหมอชนะ อย่างไรก็ตามจะต้องมีการตั้งจุดตรวจในระดับอำเภอ ตำบลด้วย ขอความร่วมมือประชาชนงด ชะลอเดินทางข้ามเขต เว้นแต่เหตุจำเป็น หรือกรณีขนส่งสินค้า ทั้งนี้ 4.กรณีจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูดสุด มีแนวโน้มการระบาดเพิ่มขึ้นให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดประชุมเพื่อเตรียมการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เตรียมพร้อมเวชภัณฑ์ และชี้แจงกับประชาชนเพื่อลดปัญหาต่อต้าน

Advertisement

นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า โดย ผอ.ศบค.ได้กำหนดให้ 5 จังหวัด ได้แก่ สมุทสาคร ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด จะเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ให้เพิ่มมาตรการคุมการเดินทางให้มากขึ้น ประชาชนหรือผู้เดินทางไปใน 5 จังหวัดนี้จะได้รับความไม่สะดวกมากขึ้นเพื่อการควบคุมโรค ข้อที่ 3 กรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณาข้อเท็จจริง สามารถออกมาตรการเข้มกว่าได้ แต่อ่อนกว่าไม่ได้ ซึ่งหากมีการติดเชื้อมากขึ้น สามารถตั้งด่านมากขึ้น ร้านอาหารปิดเร็วขึ้นได้ หรือมีการนำอาหารกลับบ้านในเวลาเร็วขึ้น