สธ.จ่อชงปรับ พท. ควบคุม ลุ้นนั่งดื่ม-ดูกีฬา – จุฬาฯเจอเชื้อโควิดที่สแกนนิ้ว – ซิโนแวคไม่ฉีดคนอายุเกิน 60

สธ.จ่อชงนายกฯปรับพื้นที่ควบคุม 18 ก.พ.ลุ้นไฟเขียวนั่งดื่ม-ดูกีฬา ส่วนจุฬาฯเจอเชื้อโควิด-19 ที่สแกนนิ้ว ขณะที่ซิโนแวคไม่ฉีดปชช.อายุเกิน 60 ปี

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ว่า เมื่อวันที่ 16 ก.พ. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 72 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 69 ราย แบ่งเป็นระบบเฝ้าระวังและบริการ 21 ราย และผู้ติดเชื้อจากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 48 ราย กลุ่มผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันโรค (Quarantine) 3 ราย ทั้งนี้ จำนวนผู้ป่วยรวมสะสม 24,786 ราย รักษาหายแล้ว 23,563 ราย เหลือรักษาตัว 1,141 ราย ส่วนการระบาดรอบใหม่ผู้ติดเชื้อสะสม 20,549 ราย เสียชีวิตสะสม 22 ราย
นพ.ทวีศิลป์กล่าวถึงคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อจุฬานิวาสน์ ว่า ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทำงาน อายุ 40-59 ปี จากกรณีนี้พบติดเชื้อรวม 22 ราย เมื่อวิเคราะห์การเชื่อมโยง พบว่าผู้ติดเชื้อรายแรกเป็นพนักงานส่งเอกสาร อายุ 56 ปี อาศัยอยู่ชั้นที่ 12 ของอาคารและแพร่เชื้อไปอีก 7 ราย หลังจากนั้นก็แพร่ไปอีกวงหนึ่งคือ กลุ่มพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ที่ทำงานร่วมกัน สแกนนิ้วเข้าทำงาน รับประทานอาหารร่วมกัน กระทั่งแพร่เชื้อไปให้ญาติและพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ที่ประชุม ศบค. ได้มีการหารือ 5 ประเด็นสำคัญจากกรณีดังกล่าวที่ต้องป้องกันคือ 1.อาศัยที่เดียวกัน 2.ทำงานร่วมกัน 3.กิจกรรมรับประทานอาหาร 4.เข้ากิจกรรมรวมแถวของ รปภ. และ 5.จุดสแกนนิ้ว เนื่องจากพบเชื้อไวรัสจากจุดนี้ด้วย ดังนั้น ที่ทำงานที่มีพนักงานรวมกัน ต้องดูแลความสะอาดโดยเฉพาะจุดสัมผัสร่วมในการสแกนนิ้วมือ จึงต้องเน้นย้ำการล้างมือให้สะอาด
“วันนี้ มีการพิจารณาเรื่องผ่อนคลายมาตรการใน 2 รูปแบบ คือ 1.ผ่อนคลายกิจกรรมโดยเฉพาะ เช่น การแข่งขันกีฬาแบบมีผู้ชม การเปิดกิจการ/สถานที่ การค้าขาย หรือการดื่มแอลกอฮอล์ กับ 2.เปลี่ยนสีพื้นที่ควบคุม เนื่องจากการผ่อนคลายบางกิจกรรมจะทำให้เกิดการเปรียบเทียบ ซึ่งที่ประชุมมีแนวโน้มในการเปลี่ยนสีพื้นที่มากกว่า อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ โดยคณะกรรมการชุดเฉพาะกิจจะประชุมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในด้านข้อมูลเพื่อจัดทำข้อสรุป ก่อนนำเสนอต่อที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้”

นพ.โสภณ เมฆธน ประธานอนุกรรมการบริหารจัดการการให้วัคซีนโควิด-19 เปิดเผยว่า เดิมคณะอนุกรรมการได้พิจารณาให้วัคซีนโควิด-19 กับผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปี ด้วย เพราะถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง แต่เนื่องจากวัคซีนของซิโนแวคนั้น มีการทดลองให้วัคซีนกับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวนน้อยทำให้ไม่รู้ว่าประสิทธิผลและความปลอดภัยในกลุ่มนี้เป็นอย่างไร ดังนั้น คณะอนุกรรมการจึงมีความเห็นร่วมกันว่าในระยะแรกที่ใช้วัคซีนโควิด-19 จากซิโนแวค ไม่ควรฉีดให้กับผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป กลุ่มนี้ให้รอฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าเลย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“อนุทิน” แจงแนวทางดูแลผู้ป่วยมะเร็งบัตรทองตามนโยบายใหม่ “โรคมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ที่พร้อม”
บทความถัดไปอลาบายืนยันเองโบกมือลาบาเยิร์นหลังจบฤดูกาลนี้ อุบเงียบจะย้ายไปไหน