สธ. เผยผับบาร์ติดโควิด-19 ไทม์ไลน์ยุ่ง หวั่นปาร์ตี้สงกรานต์เชื้อกระจายเพิ่ม

สธ. เผยผับบาร์ติดโควิด-19 ไทม์ไลน์ยุ่ง หวั่นปาร์ตี้สงกรานต์เชื้อกระจายเพิ่ม

เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ โควิด-19 ว่า สัญญาณที่ต้องเน้นย้ำกับผู้ประกอบการ ผู้ใช้บริการในการเพิ่มมาตรการป้องกันโรคให้มากขึ้น เนื่องจากการระบาดรอบแรกของประเทศไทยมีความเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงค่อนข้างมากต่อเนื่องมาจนถึงช่วงแรกของการระบาดรอบใหม่ ซึ่งห่างหายไปซักระยะหนึ่ง

แต่ขณะนี้ก็มีสัญญาณเตือนกลับมาอีกครั้ง สัปดาห์ที่ 13 นี้ พบว่ามีไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อที่ไปรับประทานอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร่วมกับเพื่อนหรือครอบครัว ทั้งในกรุงเทพมหานคร(กทม.) ย่านพระราม 9 ย่านทองหล่อ จ.ปทุมธานี และ จ.นครปฐม

นพ.จักรรัฐ กล่าวว่า การพบผู้ติดเชื้อในสถานบันเทิง ร้านอาหาร ผับบาร์ เหตุการณ์ที่ 1 จ.ปทุมธานี กรณีนักศึกษาเข้าไปใช้บริการร้านก้ำกึ่ง โดยมีนักศึกษาที่เข้าใช้บริการแห่งเดียวกันอีกหลายรายติดเชื้อตามมา โดยได้แพร่เชื้อต่อไปยังร้านบูสอัพ ดังนั้น การสอบสวนโรคต้องให้ความสำคัญในการเชื่อมโยงการติดเชื้อ เพื่อควบคุมการระบาดให้ได้ ด้วยการทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ ร่วมกับความร่วมมือของทางจังหวัดและร้านอาหาร ในการค้นหาผู้ติดเชื้อทำให้เราตรวจจับการระบาดได้เร็ว ทั้งนี้ก็อาจมีผู้ติดเชื้อไปใช้บริการร้านอื่นๆ ได้เช่นกัน ฉะนั้น ผู้ที่มีประวัติเข้าใช้บริการร้านอาหารในช่วงวันและเวลาเดียวกับผู้ติดเชื้อ ก็ขอให้รีบเข้ารับการตรวจหาเชื้อได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน

นพ.จักรรัฐ กล่าวว่า นอกจากนี้การติดเชื้อยังเชื่อมโยงต่อไปยังร้านที่ 3 ชื่อร้านบ้านพหลฯ เขตจตุจักร เป็นนักศึกษาที่เข้าใช้บริการและพบการติดเชื้อ ต่อมาก็ติดเชื้อต่อไปยังคนในครอบครัวด้วย เป็นวงรอบผู้ติดเชื้อถัดไป ซึ่งจากเหตุการณ์นี้พบการติดเชื้อใน 3 วง ซึ่งเป็นความเชื่อมโยงต่อเนื่องกัน เพราะผู้ใช้บริการร้านอาหารและสถานบันเทิงส่วนใหญ่จะไปหลายที่ ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องเน้นย้ำมาตรการป้องกัน เฝ้าระวัง ให้ความร่วมมือกับทีมสอบสวนโรคเพื่อให้ตรวจจับการระบาดโดยเร็วที่สุด

นพ.จักรรัฐ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ 2 จ.นครปฐม ร้านเดอะเลาจน์ ศาลายา พบผู้ติดเชื้อ 1 ราย อาชีพนักร้องในสถานบันเทิง ทำงานร่วมกับนักร้องคนอื่น และพบการติดเชื้อในผู้ใช้บริการที่ร้านอาหารด้วยซึ่งแพร่เชื้อต่อไปยังคนในครอบครัวอีก 1 ราย โดยคลัสเตอร์นี้พบการติดเชื้อแล้ว 6 ราย

นพ.จักรรัฐ กล่าวว่า ล่าสุดมีรายงานพบคลัสเตอร์ใหม่หลายกลุ่มที่เชื่อมโยงสถานบันเทิงทองหล่อกลุ่มแรก ผู้ติดเชื้อรายแรก เป็นชายอายุ 37 ปี ไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านทองหล่อเมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาวันที่ 26 มี.ค. เริ่มมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีเสมหะ ถ่ายเหลว และตรวจพบเชื้อในวันที่ 27 มี.ค. ในรายนี้มีการติดเชื้อต่อๆ กันใน 4 เจนเนอเรชั่น ทั้งเพื่อน และลูก รวมผู้ติดเชื้อต่อจากรายนี้ 8 ราย ในจำนวนนี้พบว่ารักษาตัวอยู่ที่รพ.วิภาราม พัฒนาการ 7 ราย 1 ราย เป็นชาย อายุ 33 ปี ยศสิบเอก รักษาตัวอยู่ที่รพ.พระมงกุฎ

อีกหนึ่งกลุ่มมีผู้ติดเชื้อรายแรกชายอายุ 24 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว โดยเมื่อวันที่ 25 มี.ค.ได้ไปสถานบันเทิงย่านทองหล่อ ร่วมกับ Y และเพื่อน อีก 3 คน โดยเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ชายคนดังกล่าวมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ถ่ายเหลว และตรวจพบโควิดเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ต่อมา Y ซึ่งเป็นชายอายุ 28 ปี อาชีพ พนักงานบริษัท ก็มีอาการมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมีเสมหะ คันคอ ในวันที่ 28 มี.ค. ก่อนจะตรวจพบเชื้อในวันที่ 31 มี.ค. ขณะนี้รอผลการตรวจของเพื่อนอีก 3 คน

และอีกกลุ่มเป็นหญิงไทย อายุ 26 ปี อาชีพฟรีแลนซ์ จากประวัติพบประวัติไปปาร์ตี้วันเกิดกับเพื่อนอีก 10 คน และเรียกเด็กเอนเตอร์เทนมานั่งด้วยอีก 12 คน (ภายหลังพบติดเชื้อ 2 คน) โดยเมื่อวันที่ 28 มี.ค. มีอาการถ่ายเหลว วันที่ 31 มี.ค. มีไข้สูง จึงมาตรวจที่รพ.เอกชนแห่งหนึ่งและพบติดโควิด และอีกหนึ่งราย หญิงไทย 29 ปี อาชีพ PR สถานบันเทิงย่านทองหล่อให้ประวัติไปสถานบันเทิงย่านรัชดา วันที่ 31 มี.ค. มีอาการไข้ เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ มีเสมหะ ก่อนจะตรวจพบเชื้อในวันที่ 1 มี.ค.

“คลัสเตอร์ทองหล่อนั้นเป็นร้านที่อยู่ย่านเดียวกัน กับการระบาดระลอกแรกเมื่อต้นปี 2563 และพบพฤติกรรมคล้ายๆ กับการระบาดระลอกแรกคือกินเหล้าแก้วเดียวกัน และตระเวนเที่ยวในผับย่านทองหล่อ และเอกมัย หลายแห่ง รวมๆ มีความเชื่อมประมาณ 7 แห่ง ซึ่งผับแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อมากแต่ปิดให้บริการแล้วคือผับที่ชื่อคริสตัล ซึ่งผมว่าคลัสเตอร์นี้น่าเป็นห่วง” นพ.จักรรัฐ กล่าว

นพ.จักรรัฐ กล่าวว่า ในช่วงนี้จะเห็นว่าสถานบันเทิงมีความเสี่ยงที่จะเป็นจุดการระบาดของโรคหลายแห่ง จึงขอย้ำปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ การคลุกคลีใกล้ชิด โดยไม่สวมหน้ากากอนามัยป้องกัน โดยเฉพาะการรับประทานอาหาร ดื่มน้ำแก้วเดียวกันทั้งในครอบครัวที่อาจติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว และเพื่อนร่วมงานที่ไปเที่ยวด้วยกัน จึงอยากเน้นย้ำให้ลดความใกล้ชิดลง ส่วนผู้ประกอบการก็ต้องย้ำมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะตลาด สถานบันเทิง ร้านอาหาร สถานที่ที่มีผู้ใช้บริการจากหลายพื้นที่ หลายจังหวัด

นพ.จักรรัฐ กล่าวว่า ในช่วงสงกรานต์ที่อาจมีผู้เข้าใช้บริการร้านอาหาร สถานบันเทิงมากขึ้น ก็ขอให้ทุกท่านระมัดระวังตัว ผู้ประกอบการต้องเตรียมมาตรการป้องกันอย่างชัดเจน จัดที่นั่งให้มีการเว้นระยะห่าง พนักงานต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกคน มีระบบจองคิวใช้บริการ และผู้ใช้บริการก็ต้องลดความเสี่ยงติดเชื้อด้วยการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่าง คัดกรองตัวเอง และการสแกนไทยชนะ เพื่อลดความเสี่ยงในการรับและแพร่เชื้อ

นพ.จักรรัฐ กล่าวว่า ทั้งนี้ จากการสอบสวนโรครายสัปดาห์ สรุปสถานการณ์สำคัญ 5 กรณี ดังนี้ 1.ตลาดย่านบางแค พบการระบาดของโรคเชื่อมโยงไปหลายจังหวัด จากกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และการค้นหาเชิงรุกต่อเนื่องจาก 2-3 สัปดาห์ก่อน 2.สถานบริการ ผับบาร์ ร้านอาหาร พบผู้ติดเชื้อที่มีไทม์ไลน์ไปทานอาหาร ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร่วมกับเพื่อน/ครอบครัว ในกทม. ย่านพระราม 9 ทองหล่อ จ.ปทุมธานี และจ.นครปฐม 3.โรงงาน สถานประกอบการ ตลาด และชุมชน จ.สมุทรสาคร พบผู้ป่วย/ผู้ติดเชื้อต่อเนื่องจากจากกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และการค้นหาเชิงรุก 4.สถานกักกันโรคทางเลือก(ASQ) พบผู้เดินทางและบุคลากรติดเชื้อ เน้นย้ำมาตรการป้องกันโรคตามมาตรฐานที่กำหนด และ 5.ห้องกัก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พบเจ้าหน้าที่และผู้ช่วยตักอาหารติดเชื้อเพิ่มเติม ซึ่งรอบสัปดาห์นี้ก็พบการติดเชื้อทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้ช่วยตักอาหาร และผู้ต้องกักก็ติดเชื้อบ้าง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รำลึกวันประวัติศาสตร์รถไฟ รถม้าลำปาง ตามติดปรับปรุงภูมิทัศน์สะพานดำ สร้างแลนด์มาร์คหนุนเที่ยว
บทความถัดไปหน่วยงาน ประชาชน ลงนามถวายพระพร ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เม.ย.