นักวิชาการชี้ ติดโควิดพุ่ง ฉุดยอดใช้จ่ายวูบ 20% แล้ว แนะธุรกิจจับตา 14 วันอันตรายหลังสงกรานต์

นักวิชาการชี้ ติดโควิดพุ่ง ฉุดยอดใช้จ่ายวูบ 20% แล้ว แนะธุรกิจจับตา 14 วันอันตรายหลังสงกรานต์

เมื่อวันที่ 15 เมษายน นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวกับ “มติชน” ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบ 3 และมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่า 1 พันคนต่อวัน อีกทั้งอยู่ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์นั้น ได้สร้างความวิตกกังวลต่อประชาชนมากขึ้น ทำให้จำนวนประชาชนชะลอแผนการออกนอกบ้าน การเดินทางข้ามจังหวัด และพักผ่อนท่องเที่ยวไม่ว่าจะจังหวัดไกลหรือใกล้มากขึ้น จากเดิมประเมินตอนเกิดคลัสเตอร์ทองหล่อและพบผู้ติดเชื้อหลายร้อยคนต่อวัน ทำให้ประชาชนบางส่วนระงับแผนเดินทางและยกเลิกกิจกรรม ประเมินกระทบต่อเงินใช้จ่ายสะพัดต่อวันหายไป 5-10%

นายธนวรรธน์กล่าวว่า เมื่อรวมกับการเลื่อนเวลาปิดห้างและร้านค้าในห้าง รวมถึงเริ่มทำงานที่บ้าน ก็จะกระทบต่อใช้จ่ายหายไปเพิ่มเป็น 20% ซึ่งเงินจะหายไปจากระบบเศรษฐกิจ 1-1.5 แสนล้านบาทต่อเดือน

“ที่กังวลเพิ่มขึ้นตอนนี้ คือจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มเกินพันคนต่อวันแล้ว ส่งผลให้ประชาชนยิ่งประหยัดใช้จ่ายและธุรกิจเลื่อนเวลาปิด บางพื้นที่อาจถูกล็อกดาวน์ โดยเฉพาะช่วง 14 วันอันตรายหลังสงกรานต์ หลังจากประชาชนเดินทางเข้าทำงานและอยู่ในระยะฟักเชื้อ อาจทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งเร็ว จนรัฐต้องเพิ่มมาตรการเข้มงวดขึ้นอีก

“จากที่ประเมินเงินใช้จ่ายลบ 20% ก็จะเพิ่มเป็น 30% หรือเสียหายเดือนละ 2-3 แสนล้านบาท โดยทุก 1 แสนล้านบาทกระทบต่อจีดีพี 0.7%

“ส่วนระยะเวลาฟื้นตัวนั้นเมื่อดูย้อนหลังการระบาดโควิด 2 รอบแรก จะกินเวลา 45 วัน กว่าตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อจะนิ่ง และคนรายได้น้อยจะเริ่มผ่อนคลายและใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

“จึงประเมินว่าการแพร่ระบาดรอบ 3 คงใช้เวลา 2-3 เดือนในการฟื้นความเชื่อมั่นอีกครั้ง เท่ากับไตรมาส 2 เงินสะพัดใช้จ่ายจะหายไป 3-4 แสนล้านบาท และจีดีพีติดลบ 2% ส่งผลต่อจีดีพีทั้งปีนี้โตแค่ 2.5-3%” นายธนวรรธน์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon