ทั่วโลกฉีดวัคซีนแล้ว 1.7 พันล้านโดส ไทยปักเข็มกว่า 3.2 ล้านโดส เพิ่มจากวันก่อน 6.1 หมื่นโดส

อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,742 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 49.30 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 3.208 ล้านโดส

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,742 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 29.8 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อพิจารณารายประเทศพบว่า อิสราเอล ได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ในขณะที่ สหรัฐอเมริกา มีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 289 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 132 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

ด้าน อาเซียน ขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 49.30 ล้านโดส โดย สิงคโปร์ ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค (31.7% ของประชากร) ในขณะที่ อินโดนีเซีย ฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่ 26.279 ล้านโดส

สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 3,208,882โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 35.8%

ในการฉีดวัคซีน จำนวน 1,742 ล้านโดสนี้ อว. ขอรายงานสถิติที่สำคัญ คือ

1.ประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วมากที่สุด 4 ประเทศ ลำดับแรกที่ฉีดวัคซีนมากกว่า 100 ล้านโดส รวมกันเกือบ 90% ของปริมาณการฉีดวัคซีนทั่วโลก

1.จีน จำนวน 546.71 ล้านโดส (19.5% ของจำนวนการฉีดทั่วโลก)
2.สหรัฐอเมริกา จำนวน 289.21 ล้านโดส (44.1%)
3.สหภาพยุโรป จำนวน 229.20 ล้านโดส (25.8%)
4.อินเดีย จำนวน 202.53 ล้านโดส (7.4%)

2.ประเทศที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรมากที่สุด มี 10 ประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชากรอย่างน้อย 25% แล้ว ได้แก่ (เฉพาะประเทศที่มีประชากรมากกว่า 500,000 คน)

1.มัลดีฟส์ (63.1%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech และ Sinopharm )
2.อิสราเอล (58.4% ของประชากร) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech และ Moderna)
3.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (57.8%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Sputnik V)
4.บาห์เรน (54.6%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Sputnik V)
5.ชิลี (46.6%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech และ Sinovac)
6.สหราชอาณาจักร (46.4%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Moderna และ Pfizer/BioNTech)
7.สหรัฐอเมริกา (45.1%) (ฉีดวัคซีนของ J&J, Moderna และ Pfizer/BioNTech)
8.กาตาร์ (43.0%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech)
9.ฮังการี (42.1%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Moderna, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Sputnik V)
10.อุรุกวัย (37.8%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech และSinovac)

3.จำนวนการฉีดวัคซีนแยกตามภูมิภาค

1.เอเชียและตะวันออกกลาง 54.17%
2.อเมริกาเหนือ 19.9%
3.ยุโรป 17.58%
4.ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน 6.42%
5.แอฟริกา 1.67%
6.โอเชียเนีย 0.26%

4.ในภูมิภาคอาเซียน ได้ฉีดวัคซีนแล้วครบ 10 ประเทศ รวมจำนวน 49,308,311 โดส ได้แก่

1.อินโดนีเซีย จำนวน 26,279,853โดส (4.8%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac และ AstraZeneca
2.ฟิลิปปินส์ จำนวน 4,495,375 โดส (2.0%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, Pfizer, Sputnik V และ AstraZeneca
3.กัมพูชา จำนวน 4,113,384 โดส (12.2%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, AstraZeneca และ Sinovac
4.สิงคโปร์ จำนวน 3,728,869 โดส (31.1%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer และ Moderna
5.ไทย จำนวน 3,208,882 โดส (2.4%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac และ AstraZeneca
6.พม่า จำนวน 2,994,900 โดส (2.8%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca
7.มาเลเซีย จำนวน 2,605,306 โดส (4.0%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, AstraZeneca และ Sinovac
8.เวียดนาม จำนวน 1,034,372 โดส (0.5%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca
9.ลาว จำนวน 814,090โดส (5.5%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm และ Sputnik V
10.บรูไน จำนวน 33,850 โดส (3.8%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
* คำนวณจากจำนวนฉีด/จำนวนประชากร/2 เหมือนกันทุกประเทศ

5.ข้อมูลการฉีดวัคซีนล่าสุดของประเทศไทย ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2564
จัดสรรวัคซีนแล้วทั้งหมด 3,852,043 โดส
จำนวนการฉีดวัคซีนสะสม 3,20,882 คน ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น
-เข็มแรก 2,214,721 โดส
-เข็มสอง 994,161 โดส

แหล่งข้อมูล Bloomberg Vaccine Tracker, กระทรวงสาธารณสุข
ประมวลข้อมูลโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

อ่านข่าว : ทั่วโลกฉีดวัคซีนแล้ว 1,712 ล้านโดส ไทยรั้งอันดับ 8 อาเซียน ฉีดแล้ว 3.14 ล้านโดส-2.4%

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘จักรพันธ์’ เผยสาเหตุคืนฟอร์มเก่ง กลับมาติดทัพ ‘ช้างศึก’ หนแรกในรอบ 3 ปี
บทความถัดไปตบสาวไทยพ่ายจีน 0-3 เซต ไร้ชัยเนชั่นส์ลีก สัปดาห์แรก