‘ฉีดวัคซีน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ’ นายกฯ ตรวจเยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ทรู พร้อมเปิดให้บริการ ปชช.แล้ววันนี้

“ฉีดวัคซีน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” นายกฯ ตรวจเยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ทรู พร้อมเปิดให้บริการ ปชช.แล้ววันนี้

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2564 ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดบริการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 ทั่วประเทศ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินทางมาตรวจเยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ พร้อมด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ณ สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข กสทช. และผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งรวมถึงกลุ่มทรู โดยนายมนัสส์ มานะวุฒิเวช กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น

ทั้งนี้ กลุ่มทรู ได้ให้การสนับสนุนภารกิจการกระจายฉีดวัคซีนให้ทั่วถึงคนไทยมากที่สุด อันเป็นวาระแห่งชาติที่สำคัญในขณะนี้ ตั้งแต่การบริหารจัดการระบบการลงทะเบียนตามช่องทางต่างๆ ของกลุ่มทรู จัดเตรียมพนักงานจิตอาสากว่า 100 คน ที่ผ่านการฉีดวัคซีนแล้ว และได้รับการอบรมด้านสุขอนามัยเป็นอย่างดี สวมถุงมือและเฟซชิลด์ตลอดเวลาขณะให้การดูแลผู้เข้ารับการฉีดวัคซีน ตลอดจนมีบริการเครื่องอบฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวีที่ได้มาตรฐาน ไว้ฆ่าเชื้ออุปกรณ์พกพาต่างๆ พร้อมมอบฟรีน้ำดื่มทรู ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้เข้ารับการฉัดวัคซีน ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ลูกค้าทรูทุกคน ทรูยู ยังร่วมกับ FWD มอบประกันผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนฟรี จำนวน 400,000 สิทธิ โดยลูกค้าต้องลงทะเบียนก่อนรับการฉีดวัคซีนที่แอพพลิเคชั่นทรูไอดี เพื่อรับความคุ้มครอง ทุนประกัน 150,000 บาท นาน 60 วัน นอกจากนี้ ทรู ยังเตรียมพร้อมเครือข่ายสื่อสารอัจฉริยะ ทรู 5G /4G และ WiFi อย่างเต็มกำลัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพรองรับการใช้งานของบุคลากรการแพทย์และประชาชนที่มารับบริการอีกด้วย ทั้งนี้ การสนับสนุนดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายของกลุ่มทรู ที่ต้องการร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่คนไทยและประเทศไทยฝ่าวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พรีวิว ยูโร 2020 กลุ่มเอฟ : This is Group of Death of EURO 2020
บทความถัดไปเรียงคนมาเป็นข่าว วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2564