‘วิโรจน์’ ฉะ ‘บิ๊กตู่-อนุทิน’ โกหกปชช. หลังวัคซีนไม่เต็มแขนตามสัญญา จี้เปิดข้อตกลงฉีดให้คนไทยก่อน เหลือค่อยส่งออก

‘วิโรจน์’ ฉะ ‘บิ๊กตู่-อนุทิน’ โกหกปชช. หลังวัคซีนไม่เต็มแขนตามสัญญา จี้เปิดข้อตกลงฉีดให้คนไทยก่อน เหลือค่อยส่งออก

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 15 กรกฎาคม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงข่าวออนไลน์ถึงแผนการจัดหาและฉีดวัคซีนของรัฐบาล ว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้สื่อสารให้กับประชาชนทราบในหลายช่องทาง ว่าในเดือนมิถุนายนจะได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 6.3 ล้านโดส (6,333,000 โดส) กรกฎาคม-พฤศจิกายน เดือนละ 10 ล้านโดส และธันวาคม อีก 5 ล้านโดส รวมเป็น 61 ล้านโดส โดยเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรด้วยตนเองว่า ในไตรมาสที่ 3 วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า จะมีเต็มโรงพยาบาล เต็มแขนพี่น้องประชาชนคนไทย มีจนไม่พอเก็บ

โดยนายวิโรจน์ได้เปิดคลิปดังกล่าวเพื่อยืนยันถึงคำพูดของนายอนุทินด้วย

นอกจากนี้ในวันที่ 14 มีนาคม นายอนุทินก็ยังได้ให้สัมภาษณ์ยืนยันอีกด้วยว่า วัคซีนหลักของประเทศไทย คือ วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า แต่ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน รัฐบาลไทยกลับมีการสั่งหาวัคซีนซิโนแวคอย่างต่อเนื่องถึง 19.5 ล้านโดส ทำให้ประชาชนสับสนว่า ตกลงวัคซีนยี่ห้อไหนเป็นวัคซีนหลักกันแน่ หากวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นวัคซีนหลัก เหตุใดจำนวนการส่งมอบถึงได้มีน้อยกว่าวัคซีนซิโนแวค และดูเหมือนการส่งมอบจะไม่เป็นไปตามแผนการจัดหาวัคซีน ที่รัฐบาลเคยประกาศเอาไว้

นายวิโรจน์กล่าวว่า ในเมื่อแอสตร้าเซนเนก้า ส่งมอบวัคซีนไม่ครบตามแผนการจัดหาวัคซีน เหตุใดรัฐบาลจึงไม่กระวีกระวาดเร่งรัดบังคับสัญญา ให้ส่งมอบให้ครบ ในเมื่อกำลังการผลิตของแอสตร้าเซนเนก้านั้นมีการประเมินกันว่ามีอยู่ 180 ล้านโดสต่อปี หรือ 15 ล้านโดสต่อเดือน ก็มากกว่าแผนการจัดหาวัคซีนที่ต้องส่งมอบให้กับประชาชนคนไทย ซึ่งก็ คือ 10 ล้านโดสต่อเดือน และตามเงื่อนไขที่รัฐบาลนำเงินภาษีของประชาชนคนไทย มาอุดหนุนให้กับบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ในวงเงิน 600 ล้านบาท ตามหนังสือที่ นร 1106/(คกง.) 207 เรื่อง ผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ในคราวประชุมครั้งที่ 17/2563 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2563 มีระบุเงื่อนไขเอาไว้ชัดว่า “มีเงื่อนไขจำกัดการส่งออก เพื่อให้ประเทศไทยได้รับสิทธิในการซื้อวัคซีนที่ผลิตโดยผู้ผลิตในไทยเป็นอันดับแรกตามจำนวนความต้องการและวัคซีนที่เหลือบริษัทแอสตร้าเซเนก้า วางเป้าหมายในการกระจายให้กับประเทศอื่นในภูมิภาคนี้

นอกจากนี้ นายอนุทินก็เคยยืนยันเอาไว้อย่างหนักแน่นว่า วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า จะไม่มีวันถูกตัดคิว ไม่มีวันถูกคนมาแย่ง ไม่มีวันที่จะไม่ถึงมือของเรา เพราะผลิตอยู่ในบ้านของเรา แต่เหตุใดรัฐบาลจึงไม่พยายามที่จะหารือกับแอสตร้าเซนเนก้า ในการปรับลดการส่งออกวัคซีน เพื่อให้คนไทยได้รับวัคซีนตามสิทธิที่พึงได้รับ ทำไมรัฐบาลถึงไม่รักษาผลประโยชน์ ไม่ปกป้องชีวิตของประชาชน ซ้ำร้าย เมื่อเช้าวันนี้ วันที่ 15 กรกฎาคม ก็เพิ่งได้ทราบความจริงจาก นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่า วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 61 ล้านโดส ตามแผนที่ต้องส่งมอบให้ประชาชนคนไทยภายในธันวาคม 2564 มีความเป็นไปได้ที่จะถูกขยายออกไปเป็นเดือนพฤษภาคม 2565 และจะส่งมอบวัคซีนให้กับรัฐบาลไทยในอัตรา 40% ของกำลังการผลิต ซึ่งก็คือราวๆ 6 ล้านโดสต่อเดือน ซึ่งก็ไม่เป็นไปตามแผนการจัดหาวัคซีนเดือนละ 10 ล้านโดส ตามที่รัฐบาลได้ให้คำมั่นเอาไว้กับประชาชน

นายวิโรจน์กล่าวว่า คำถามที่ยังกึกก้องอยู่ในหัวใจของประชาชนคนไทยทุกคน ในตอนนี้ ก็คือ ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายอนุทินจึงไม่พยายามที่จะจำกัดการส่งออกวัคซีน เพื่อให้ประชาชนคนไทยได้รับ และจากการให้สัมภาษณ์ของนายสาธิตก็ไม่ได้แสดงความมั่นใจเลยว่าจะบังคับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงด้านวัคซีน ในการจำกัดการส่งออกได้หรือไม่ และเมื่อตนมาตรวจสอบเอกสารทั้งหมดเกี่ยวกับสัญญาวัคซีนแอสตร้าเเนก้า ที่ได้รับมาจากสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ก็พบเรื่องที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง โดยเอกสาร Letter of Intent ซึ่งเป็นหนังสือแสดงเจตจำนงก่อนการทำสัญญา รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยนายอนุทิน ได้ไปลงนามเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2563 โดยในหัวข้อที่ 1.ข้อย่อย C. ระบุเอาไว้ชัดเจนว่า ได้ตกลงในหลักการส่งออกวัคซีนโดยปราศจากข้อจำกัด ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการหารือกันอย่างสร้างสรรค์ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทิน ต้องตอบประชาชนว่า ทำไมถึงไปแสดงเจตจำนงในการทำสัญญาอย่างนั้น ไปตกลงในหลักการส่งออกโดยปราศจากข้อจำกัดได้อย่างไร

“ที่สำคัญ ตกลงที่ประชาชนอยากรู้ที่สุด ก็คือ ในท้ายที่สุดแล้ว มีประโยคที่ระบุว่า รัฐบาลไทยสามารถจำกัดสิทธิการส่งออก และจะได้รับสิทธิในการซื้อวัคซีนเป็นอันดับแรก วัคซีนที่เหลือจึงจะนำไปส่งออกได้ อยู่ในสัญญาหรือไม่ และสัญญาที่ได้รับมอบมาในตอนนี้ คือ สัญญาวัคซีน 26 ล้านโดส แล้วอีก 35 ล้านโดส นั้นอยู่ในสัญญาฉบับไหน หรืออยู่ในส่วนที่ถูกถมดำตรงบรรทัดไหน” นายวิโรจน์กล่าว

นายวิโรจน์กล่าวว่า ถ้าไม่มีเงื่อนไขที่ประชาชนคนไทย มีสิทธิซื้อวัคซีนได้ก่อนเป็นอันดับแรก อยู่ในสัญญา ก็ต้องถามว่า แล้วในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นายอนุทินไปพูดให้คำมั่นกับประชาชนว่า วัคซีนของเราจะไม่มีวันถูกตัดคิว เพราะผลิตอยู่ในบ้านของเราได้อย่างไร นี่เป็นการโกหกพี่น้องประชาชนกลางสภาหรือไม่ ซึ่งรัฐบาลต้องชี้แจงให้กับประชาชนรับทราบ และคำถามที่สำคัญมากๆ ก็คือ นี่เป็นการทำสัญญาที่ยอมให้เขามาผลิตวัคซีนในประเทศไทย ทั้งๆ ที่รู้แต่แรกว่าไม่สามารถจำกัดการส่งออกได้ใช่หรือไม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เสธ.หมึก’ พานักปั่นไทยไหว้พระ – ‘บีซ-ฟ้า’ พร้อมลุยโอลิมปิกยืนทำผลงานให้ดีที่สุด
บทความถัดไป6 องค์กรสื่อฯออกแถลงการณ์ กรณีข้อกำหนดการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินกระทบต่อเสรีภาพสื่อฯและปชช.