ปธ.ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ชี้ภาระด่านหน้าสาหัส แนะเร่งฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ-กลุ่มโรคเรื้อรัง ลดอัตราเสียชีวิต

ปธ.ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯ ชี้ภาระด่านหน้าสาหัส แนะเร่งฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ-กลุ่มโรคเรื้อรัง ลดอัตราเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พล.อ.ท.นพ.อนุตตร จิตตินันทน์ ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

จัดทำรูปจากข้อมูลในเว็บไซต์ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข https://ddc.moph.go.th/covid19-dashboard/ มาจัดทำเป็นกราฟเองครับ

รูปแรกแสดงแนวโน้มผู้ป่วยโควิด-19 รักษาอยู่ใน รพ.และ รพ.สนาม

รูปที่ 2 แสดงแนวโน้มผู้ป่วยโควิด-19 อาการหนัก ใช้เครื่องช่วยหายใจ และเสียชีวิต ระหว่างวันที่ 24 เม.ย.-3 ส.ค.2564 ไม่อธิบายตัวเลข ดูจากรูปน่าจะเข้าใจถึงภาระงานของระบบการรักษาพยาบาลที่หนักหนาสาหัสอยู่ในตอนนี้ครับ

วันนี้เป็นวันแรกที่จำนวนผู้ป่วยใหม่ (18,901) ใกล้เคียงกับจำนวนผู้รักษาหาย (18,590) ห่างกันเป็นหลักร้อย ลดลงจากที่ผ่านมาที่เห็นหลักหลายพันมาตลอดครับ

การให้ผู้ป่วยกลับบ้านเร็วขึ้น และกลับไปทำ Home isolation ต่อหลังจากอาการดีขึ้น คงต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ป่วยที่จะกลับบ้านเมื่อแพทย์อนุญาตให้กลับ เพื่อเปิดเตียงว่างรับผู้ป่วยใหม่ได้เพิ่มขึ้น

การลดจำนวนผู้ป่วยใหม่ยังมีความสำคัญมาก ตอนนี้เชื้อสายพันธุ์เดลต้าระบาดได้ง่ายมาก ผู้ป่วยโควิด-19 ไม่รู้ตัวว่าติดจากที่ใดเป็นจำนวนมาก จึงต้องใช้แนวคิดว่าทุกคนมีโอกาสที่จะแพร่เชื้อมาให้กับเรา แม้ว่าเขาไม่มีอาการอะไร ถ้าไม่จำเป็นก็ควรอยู่บ้านเป็นหลัก เว้นระยะห่างแม้อยู่ในบ้าน ใส่หน้ากากอย่างถูกต้องเสมอ ถ้าไปในที่ผู้คนแออัดใส่แผ่นใสกันหน้า (face shield) ร่วมด้วยยิ่งดี แล้วยังต้องคิดเสมอว่าพื้นผิวหรือสิ่งของที่สัมผัสอาจมีเชื้อโรคติดอยู่ ทุกครั้งที่สัมผัสจึงต้องล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เสมอ โดยเฉพาะก่อนใช้มือสัมผัสใบหน้าก็ต้องล้างมือก่อนทุกครั้งครับ

ถึงจะเห็นว่าผู้ป่วยใน รพ.จะเริ่มคงที่ ซึ่งน่าจะเกิดจากการมีระบบการกักตัวที่บ้านและชุมชน (Home isolation และ Community isolation) มากขึ้น แต่จำนวนผู้ป่วยหนักและผู้ป่วยใช้เครื่องช่วยหายใจยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คงต้องพยายามให้มีการคัดกรองได้เร็วขึ้นด้วย ATK และรีบให้เข้าสู่ระบบการรักษาเมื่อได้ผลบวกโดยไม่ต้องรอผล RT-PCR และที่สำคัญคือต้องเร่งการฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุและกลุ่มโรคเรื้อรัง เพื่อช่วยลดอาการรุนแรง ลดระยะเวลานอน รพ.ในกลุ่มนี้ และลดอัตราการเสียชีวิตด้วยครับ

ขอแสดงความห่วงใยกับบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน และคนไทยทุกคนที่ต้องร่วมมือร่วมใจกัน ให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันครับ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ยิปซี คีรติ เจอเม้นท์คุกคามทางเพศ พร้อมพูดถึงตรรกะที่ ‘เราว่าไม่ใช่’ เพื่อนดาราแสดงความเห็นรัวๆ
บทความถัดไปคณะเฉพาะกิจสกัดโควิดจำปาสัก ฟันธง ข่าวฉีดวัคซีน 7 คนไทยเก็บเห็ด ‘ไม่มีมูลความจริง’