บึงกาฬพบเด็ก 29 วันติดโควิดจากคลัสเตอร์สายปัญญา เผยพบป่วยแล้ว 34 ราย

บึงกาฬพบเด็ก 29 วันติดโควิดจากคลัสเตอร์สายปัญญา เผยพบป่วยแล้ว 34 ราย

วันที่ 8 ต.ค. เวลา 09.00 น. ที่ปากทางเข้าหมู่บ้านสายปัญญา หมู่ที่ 8 และหมู่ที่ 19 ต.เซกา อ.เซกา จ.บึงกาฬ นายออมสิน คำมุก นายอำเภอเซกา เป็นตัวแทนรับมอบสิ่งของข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภค ที่ชุมชนต่างๆ ตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง นำมาบริจาคให้กับชาวบ้านทั้ง 2 หมู่บ้านกว่า 1,700 คน ที่ถูกสั่งปิดหมู่บ้านตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังมีหนุ่มก่อสร้างพร้อมภรรยาเดินทางกลับมาจากจังหวัดปราจีนบุรี พื้นที่เสี่ยง ไม่ยอมกักตัวจนเป็นเหตุให้ให้คนในหมู่บ้านติดโควิดทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ล่าสุดติดเชื้อแล้ว 34 ราย ผู้ป่วยที่ติดเชื้ออายุสูงสุด 85 ปี และพบว่ามีเด็กวัย 29 วันติดโควิดด้วย ซึ่งที่ผ่านมา 4 วัน เจ้าหน้าที่ อสม.กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อปพร. ได้ช่วยกันนำเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น มาม่า ไข่ไก่ น้ำดื่ม ปลากระป๋อง ออกไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่โดนกักตัวอยู่ภายในหมู่บ้าน โดยการนำไปวางไว้ให้หน้าบ้าน ลดการสัมผัสใกล้ชิด

นายออมสิน คำมุก นอภ.เซกา กล่าวว่า หลังพบมีการแพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่ได้สั่งปิดหมู่บ้านทั้ง 2 หมู่บ้าน 14 วัน พร้อมกับห้ามคนเข้า คนออก โดยเด็ดขาด พร้อมกับตั้งด่านตรวจคัดกรองคนเข้า-คนออกหมู่บ้าน 4 จุด เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่หมู่บ้าน และครอบครัวอื่น อำเภอเองได้มีมาตรการป้องกันและดูแลผู้ที่กักตัวอยู่ในหมู่บ้าน ที่ได้รับความเดือดร้อนกว่า 1,700 คนเกือบ 500 ครัวเรือน ซึ่งเราก็ได้ตั้งจุดรับบริจาคที่ทางเข้าหมู่บ้าน ซึ่งมีทั้งหน่วยงานต่างๆ อำเภอต่างๆ ก็นำสิ่งของมาบริจาคให้ โดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ควบคุมดูแลการเข้า-ออก หมู่บ้าน และรับสิ่งของบริจาค พร้อมกับจัดสรรกระจายไปตามครัวเรือนต่างๆ ที่ต้องการ โดยมีลายกลุ่มไว้คอยติดต่อสื่อสารกับชาวบ้านที่อยู่ภายในหมู่บ้าน

ส่วนยอดผู้ป่วยขณะนี้ยังไม่นิ่ง ต้องรอการตรวจซ้ำอีกครั้งหลังจากตรวจวันแรกผ่านมา 5 วัน ซึ่งคาดว่า 1-2 วันนี้น่าจะควบคุมการแพร่เชื้อได้ สำหรับเครสนี้ทางอำเภอไม่ได้ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้รับเหมารายนี้แต่อย่างใด เนื่องจากว่าผู้ป่วยยังไม่รู้ตัวเองว่าติดเชื้อ ไม่ได้จงใจทำให้มีการแพร่เชื้อไปสู่บุคคลอื่น ซึ่งก็จะใช้มาตรการทางสังคมแดน ซึ่งก็ถือเป็นตัวอย่างให้กับหมู่บ้านอื่นๆ และถือโอกาสประชาสัมพันธ์ให้หมู่บ้านอื่นๆ มาฉีดวัคซีนกันให้มากๆ และ 2 หมู่บ้านนี้หลังจากกักตัวครบ 14 วันแล้วทางอำเภอจะฉีดวัคซีนให้กับคนในหมู่บ้านทุกคน ซึ่งเป็นภาคบังคับไปในตัวด้วย

ผู้สื่อข่าวยังรายงานเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากคลัสเตอร์บ้านสายปัญญาทั้ง 2 หมู่บ้านนี้แล้ว ในพื้นที่อำเภอโซ่พิสัย ได้พบการแพร่ระบาดโควิด-19 อีกครั้ง โดยรายแรกเป็นนักเรียนหญิง และมีผู้ติดเชื้อรวมแล้ว 3 ราย ซึ่งนายกฤษฎา โพธิ์ชัย นายอำเภอโซ่พิสัย ได้ออกหนังสือด่วนที่สุด สั่งปิดบริษัทชนส่งเอกชน พื้นที่บ้านอีสานพัฒนา หมู่ที่ 16 ต.โซ่ อ.โซ่พิสัย และโรงเรียนโซ่พิสัยพิทยาคม พร้อมห้ามใครเข้า-ออก โดยเด็ดขาด เป็นเวลา 3 วัน เพื่อทำความสะอาดฆ่าเชื้อและตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดไม่ให้ขยายวงกว้างออกไป ขณะที่ยอดผู้ป่วยล่าสุดวานนี้เพิ่มขึ้น 12 ราย กำลังรักษาทั้งหมด 71 ราย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้จัดการคนทำผิด ดีเจต้น เข้าแจ้งความพร้อมทนาย หลังถูกฉ้อโกง เสียหายเกือบ 23 ล้านบาท
บทความถัดไป‘จุรินทร์’ ลั่นกวาดที่นั่ง 9 ส.ส.จันทบุรี-ระยอง-ตราด เผยใช้ศักยภาพตัวชี้วัดขึ้น ‘ปาร์ตี้ลิสต์’ ไม่ใช่แค่อาวุโส