‘อนุทิน’ คาดโควิดคลี่คลาย พ.ย.นี้ เผยอัตราวัคซีนไทยพุ่ง! ยันมีทีมศึกษาระดับภูมิฯ ถ้าตกพร้อมกระตุ้น

‘อนุทิน’ คาดโควิดคลี่คลาย พ.ย.นี้ เผยอัตราวัคซีนไทยพุ่ง! ยันมีทีมศึกษาระดับภูมิฯ ถ้าตกพร้อมกระตุ้น

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงสถานการณ์โดยรวมของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ว่าตอนนี้ต้องจับตามองการระบาดในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นการระบาดในครัวเรือน หรือในชุมชน ก็ต้องเข้าไปล้อมกรอบ จัดการแพร่กระจายออกนอกพื้นที่ ดูแลรักษากันในนั้น ภายใต้ระบบ Community Isolation ไปจนถึงการแยกไปรักษาที่โรงพยาบาลสนาม นอกจากนั้นยังขอให้ผู้นำชุมชนสร้างความเข้าใจถึงเรื่องความจำเป็นของการรับวัคซีน

นายอนุทินกล่าวว่า ทาง สธ.ตั้งเป้าว่าภายในเดือน พ.ย. สถานการณ์น่าจะคลี่คลาย เพราะสามารถฉีดวัคซีนได้ตามเป้า จะเห็นว่ายอดผู้ป่วยยังทรง ไม่เพิ่มไปจากเดิม ก็เพราะได้วัคซีนเข้ามาช่วย ตอนนี้ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ได้รับวัคซีนไปแล้วกว่า 50% และในเดือน ต.ค. ก็น่าจะได้ถึงตัวเลข 70% น่าจะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ระดับป้องกันการป่วยหนัก และเสียชีวิตได้ จากนั้นในเดือน พ.ย.จะระดมฉีดเข็ม 2 ทันที ซึ่งยอดผู้ติดเชื้อยังจะมีรายงานเข้ามา แต่ยอดการป่วยหนักและเสียชีวิตจะน้อยลงแน่นอน เพราะคุณสมบัติของวัคซีนคือป้องกันป่วยและป้องกันการสูญเสีย ส่วนการตั้ง ศบค.ส่วนกลาง ตนมองว่าเป็นการช่วยกันทำงาน เพราะการคุมโควิดก็ต้องบูรณาการงานระหว่างหลายภาคส่วน งานด้านความมั่นคง ก็ต้องให้ฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ดูแลไป แต่เรื่องการรักษาโรคต้องยกให้แพทย์ จะให้แพทย์ไปทำงานแบบโปลิศจับขโมยก็ไม่ได้

“ภาพรวมทั่วประเทศให้บริการวัคซีนได้มากกว่า 65 ล้านโดสแล้ว ถือว่าเร็วกว่าที่คาดกันเอาไว้ ส่วนหนึ่งเพราะเราฉีดกับเด็กด้วย จากที่ไม่มีแผนนี้ตั้งแต่แรก นอกจากนั้น วัคซีนก็เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ คาดว่าเราจะฉีดได้มากกว่าเป้าที่วางไว้ว่าจะฉีดให้ได้ 70% ของประชากร ซึ่งผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขเห็นว่า เรามองเป้าที่ 80% ได้เลย เมื่อก่อนฉีดได้วันละ 6 แสนโดสก็เยี่ยมแล้ว ปัจจุบันบางวันสามารถฉีดได้แตะ 1 ล้านโดส วัคซีนเข้ามาต่อเนื่อง เราเร่งตรวจสอบ ส่งเข้าระบบบริการอย่างต่อเนื่อง การให้บริการรวดเร็ว แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามการพิจารณาของแพทย์ ต้องมีทั้งปริมาณ และคุณภาพด้วย” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวย้ำว่า ประเทศไทยมีวัคซีนแล้ว มาจากหลากหลายเทคโนโลยี ในปีหน้า คาดว่าจะมีวัคซีนของไทยเข้าสู่ระบบบริการด้วย เพราะหลายทีมผู้ผลิตมีความคืบหน้าไปมาก อาทิ ทีมขององค์การเภสัชกรรม และทีมของจุฬาฯ โดยเราไม่ได้วางแผนฉีดแค่ 2 เข็ม แต่เรามองไปถึงเข็มบูสเตอร์แล้ว ประสบการณ์ทำให้เรามีความรู้เรื่องวัคซีน และการจัดหามากขึ้น และขอยืนยันไทยจะจัดหาวัคซีนที่ดี และสอดคล้องกับสถานการณ์มากที่สุด ซึ่งคณะนักวิชาการของไทยเก่งมาก ท่านสามารถปรับการใช้วัคซีนให้สอดคล้องกับการระบาด เป็นที่มาของสูตรวัคซีนซิโนแวคและแอสตร้าเซนเนก้า ในอนาคตจะมีการปรับอีก ไปจนถึงการฉีดเข็ม 3 ไม่ว่าประชาชนจะฉีด 2 เข็มเป็นสูตรไหนมา ประเทศไทย มีคณะศึกษาทำงาน คอยวัดภูมิคุ้มกัน ถ้าพบว่าภูมิตกจะนัดมาฉีดเข็ม 3 แน่นอน

นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องของยาและเวชภัณฑ์ ประเทศไทยมีแผนจะนำเข้ายาโมลนูพิราเวียร์ แต่ขอให้พิจารณาเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยก่อน ระหว่างนี้ไทยยังใช้ฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งไทยสามารถนำเข้าและผลิตได้เองแล้ว ที่ผ่านมามีการปรับการให้ยาให้เร็วขึ้นเพื่อลดความสูญเสียที่เกิดกับผู้ป่วย

ขณะที่การเปิดประเทศ คนที่เข้ามาไทยต้องฉีดวัคซีน ต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน และต้องผ่านการ RT-PCR ว่าไม่ติดโรค โดยกำลังพิจารณาว่าถึงจะผ่านการตรวจด้วย RT-PCR แล้ว แต่เมื่อมาถึงไทยควรจะตรวจยืนยันอย่างไรต่อ เพื่อให้เกิดความมั่นใจสูงที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม คืนแรกก็ต้องเฝ้าระวัง แต่ที่แน่ๆ คือมาตรการ ถ้าออกมาแล้วก็ต้องปฏิบัติตาม เช่นเดียวกับการเปิดผับบาร์ ยอมรับว่าเป็นห่วง ต้องมีมาตรการออกมาคอยดูแลประชาชนแน่นอน และขอให้เมื่อถึงวันนั้นประชาชนโปรดให้ความร่วมมือด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon