เชียงใหม่ยกระดับคุมโควิดหลังติดเชื้อพุ่ง ห้ามก๊ง-ขายสุราไม่เกิน 3 ทุ่ม เตือน บุญกฐิน นิวนอร์มอล

3.11.21 | 14:02 น.

เชียงใหม่ยกระดับคุมโควิดหลังติดเชื้อพุ่ง ห้ามก๊ง-ขายสุราไม่เกิน 3 ทุ่ม เตือน บุญกฐิน นิวนอร์มอล

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)(ศบค.) ถึงสถานการณ์นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทย ว่า วันนี้เป็นวันที่ 3 ของการเปิดประเทศรับผู้เดินทาง ยอดการเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2,013 ราย เป็นการเดินทางระบบไม่กักตัว (Test and go) 1,769 ราย ระบบแซนด์ บ็อกซ์ (Sand Box) 79 ราย ระบบกักตัว 7 วัน 64 ราย และกักตัว 10 วัน 101 ราย ทั้งนี้ ผู้เดินทางสะสมตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน รวม 4,510 ราย แบ่งเป็นระบบไม่กักตัว 1,022 ราย แซนด์ บ็อกซ์ 169 ราย ระบบกักตัว 7 วัน 129 ราย และกักตัว 10 วัน 190 ราย โดยรายที่เข้ามาในประเทศตรวจคัดกรอง RT-PCR มีผู้ติดเชื้อจากประเภท Test & Go 3 ราย คิดเป็น ร้อยละ 0.07 ของผู้เดินทางประเภทนี้ และพบติดเชื้อจากเข้าระบบกักกัน 3 รายคิดเป็นร้อยละ 0.94 ของผู้เดินทางในระบบกักกันทั้งหมด อย่างไรก็ตาม 5 ประเทศแรกที่เดินทางเข้าสูงสุด ได้แก่ ญี่ปุ่น สิงค์โปร์ เยอรมนี กาตาร์ และจีน

พญ.สุมนี กล่าวว่า การรับวัคซีนของพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว 17 จังหวัด ได้รับเข็มที่ 1 เกิน ร้อยละ 50 ตามเป้าหมายเกือบทุกจังหวัด โดยวันก่อนรายงาน 3 จังหวัด ยังฉีดไม่ถึงร้อยละ 50 ขณะนี้เหลือแค่จังหวัดเดียว คือ หนองคาย ฉีดได้ ร้อยละ 47.3 ขอให้ประชาชนใน จ.หนองคาย มารับการฉีดวัคซีนให้มากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เราเอง ส่วนการฉีดกลุ่มเสี่ยง 608 พบว่า ทุกจังหวัดนำร่องสีฟ้าฉีดเข็มที่ 1 เฉลี่ยร้อยละ 77 ครบ 2 เข็ม ร้อยละ 63.1 ขอให้มาฉีดเพิ่มเติม เพราะเป้าหมายคือ ฉีดเกิน ร้อยละ 80

ทั้งนี้ พญ.สุมนี กล่าวว่า พื้นที่สีฟ้าที่ต้องเฝ้าระวังจับตาต่อเนื่อง คือ เชียงใหม่ ซึ่งติดอันดับ 6 วันนี้มีผู้ติดเชื้อรายงาน 322 ราย เชียงใหม่เปิดนำร่องสีฟ้า 4 อำเภอ คือ แม่ริม เมือง แม่แตง และดอยเต่า กรมควบคุมโรคประเมินสถานการณ์ความพร้อมพื้นที่เชียงใหม่ ปลายเดือนตุลาคม พบการระบาดเป็นวงกว้าง เป็นระดับชุมชนและครอบครัว การระบาดเริ่มต้นช่วงต้นเดือนตุลาคม ประมาณวันที่ 6 ตุลาคม โดยที่เริ่มแพร่ระบาดในครอบครัว ตามด้วยการระบาดในชุมชน ระบาดในสถานที่ทำงาน และแรงงานต่างด้าว มีรายงานในตลาดสด 4 แห่ง คือ ตลาดเมืองใหม่ ตามด้วย ตลาดวโรรส ตลาดประตูเชียงใหม่ และตลาดสันป่าข่อย

“ปัจจัยสำคัญนอกจากมาตรการที่ต้องปฏิบัติเคร่งครัด ตลาดต้องเข้มงวดเรื่องจัดสถานที่ ลดแออัด ไม่ให้อากาศปิดอับ ผู้ให้บริการควรสวมหน้ากากตลอดเวลา มีจุดให้ใช้แอลกอฮอล์ล้างมือได้บ่อยๆ อีกส่วนแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานในตลาดและเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขอความร่วมมือประชาชนเชียงใหม่เข้าใช้บริการ ถ้ายังไม่รับวัคซีนให้ไปรับวัคซีนมากๆ เจ้าของกิจการกิจกรรมที่มีลูกจ้างแรงงานต่างด้าวดูแลอยู่ ให้ไปรับบริการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง เพื่อความปลอดภัยคนไทยเอง และนักท่องเที่ยวจะทยอยเข้ามาในอนาคต” พญ.สุมนี กล่าว

Advertisement

นอกจากนี้ พญ.สุมนี กล่าวว่า คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด นอกจากรณรงค์ฉีดวัคซีน ยังค้นหาเชิงรุกด้วยการตรวจ ATK 3-5 พันรายต่อวัน ตั้งจุดตรวจ 4 มุมเมือง และฉีดเชิงรุกโดย CCRT และปรับมาตรการเข้มงวดงดดื่มแอลกอฮอล์ในร้านค้าและภัตตาคาร และจำกัดเวลาจำหน่ายเครื่องดื่ม ไม่ให้จำหน่ายในร้านสะดวกซื้อหลังเวลา 21.00 น. ซึ่งถือว่าเข้มกว่ามาตรการนำร่องพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งตามปกติจะใช้มาตรการพื้นที่สีเขียวที่ ศบค.กำหนด โดยสามารถดำเนินการได้ และสื่อสารสถานประกอบการในพื้นที่เตรียมพร้อมเข้าร่วมโครงการ SHA Plus ที่ต้องจัดสถานที่เว้นระยะห่าง ทำความสะอาดจุดสัมผัสบ่อยๆ จัดอุปกรณ์ป้องกันการแพร่โรค จุดล้างมือ และป้องกันเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้ปลอดภัย ตรวจวัดไข้ทุกวัน สวมหน้ากากตลอดเวลาให้บริการ พนักงานรับวัคซีนครบ 2 เข็ม มากกว่าร้อยละ 70 มีผู้จัดการ SHA Plus ตรวจสอบรายงานผลให้ศูนย์ปฏิบัติการแต่ละจังหวัดทราบว่า นักท่องเที่ยวยังปฏิบัติตามมาตรการที่แจ้งไว้หรือไม่ ถ้าผู้เดินทางตรวจแล้วผลบวกก็จะต้องช่วยประสานงานให้ได้รับการรักษากับโรงพยาบาล (รพ.) คู่สัญญาปฏิบัติการต่อไป

“สถานประกอบการ SHA Plus ทำเพื่อสร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยวผู้ใช้บริการ รับความปลอดภัยจากสินค้าและบริการที่ได้รับ กิจการที่ขอรับ SHA Plus เช่น ภัตตาคาร ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม สถานบริการสุขภาพความงาม ห้างสรรพสินค้า ยานพาหนะ” พญ.สุมนี กล่าว

พญ.สุมนี กล่าวว่า สรุปการเปิดพื้นที่จังหวัดรับนักท่องเที่ยว ทั้งกิจการกิจกรรมใดๆ ต้องเฝ้าระวังลดความเสี่ยงแพร่ระบาดของโรคมากที่สุด เน้นย้ำสถานประกอบการ หากพนักงานรับวัคซีนไม่ครบให้รีบไปฉีด และดำเนินการต่างๆ ให้อยู่ภายใต้มาตรการ COVID Free Setting และ SHA Plus กรณีมีลูกจ้างแรงงานต่างด้าวให้มารับการฉีดให้ครอบคลุมเพื่อสำเร็จในการควบคุมโรคไม่ให้แพร่ระบาด และพื้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปได้ตามที่วางแผนไว้ สำหรับเดือนนี้มีประเพณีกำลังมาถึง คือ งานกฐิน และช่วงปลายเดือนมีลอยกระทง การจัดงานประเพณีต่างๆ กิจกรรมต่างๆ ช่วงผ่อนคลายเปิดประเทศ วัตถุประสงค์หลักคือ ทางเศรษฐกิจ กลับไปใช้ชีวิตใกล้ปกติ ในชีวิตวิถีใหม่ อยู่กับโควิดอย่างรู้เท่าทัน ขอให้จัดงานให้เหมาะสมภายใต้มาตรการปลอดภัยเคร่งครัด เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานต่างๆ ต่อไปได้ ทำตามแผนที่วางไว้จนถึงปีใหม่อย่างราบรื่นและไร้โรค