ไทยติดโอมิครอนเพิ่ม 3.6 เท่า สธ.จ่อยกระดับมาตรการเข้มหลังปีใหม่ ขอทุกคนไปรับวัคซีน

29.12.21 | 14:15 น.

ไทยติดโอมิครอนเพิ่ม 3.6 เท่า สธ.จ่อยกระดับมาตรการเข้มหลังปีใหม่ ขอทุกคนไปรับวัคซีน

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การ์ยกวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวความคืบหน้าสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า ขณะนี้ประเทศไทยฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 สะสม 103.4 ล้านโดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 51 ล้านคน เข็มที่ 2 อีก 45 ล้านคน และเข็มที่ 3 หรือ บูสเตอร์ โดส 6.5 ล้านคน ถือว่าเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากจาก ร้อยละ 7 เป็น ร้อยละ 9 ในไม่กี่วัน ฉะนั้น ผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องฉีดบูสเตอร์ โดส หรือเจ้าหน้าที่นัดหมายแล้วก็ขอให้เข้ารับวัคซีน ทั้งนี้ พบว่ายังมีกลุ่มเสี่ยงอีกประมาณร้อยละ 10 ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน จึงขอให้ญาติพี่น้องพาไปรับวัคซีน เพื่อให้ทุกคนปลอดภัย

นพ.โอภาส กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก ว่า ติดเชื้อใหม่ 2.8 แสนราย และการระบาดใหญ่ยังอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ติดเชื้อใหม่ 2.6 แสนราย สหราชอาณาจักร หรืออังกฤษ ติดใหม่ 1.2 แสนราย

“ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบประเทศไทยกับอังกฤษ ที่ประชากรใกล้เคียงกัน ไทยติดเชื้อใหม่ 2 พันกว่าราย โดยผู้ติดเชื้ออาการรุนแรงในไทย เช่น ปอดอักเสบมีแนวโน้มค่อนข้างลดลง จากเดิมที่เราเคยพบถึง 3 พันกว่าราย วันนี้เหลือ 614 ราย ผู้ป่วยที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจจากเดิม 1.3 พันราย ลดเหลือ 153 ราย และผู้เสียชีวิตก็ลดลงเช่นกัน แต่ที่น่าสังเกตคือ ผู้เสียชีวิตทั่วโลกลดเหลือเพียง 6 พันกว่าราย โดยอัตราการเสียชีวิตลดลงจากร้อยละ 2 กว่าๆ เหลือร้อยละ 1.9 สาเหตุส่วนหนึ่งจากการระบาดโอมิครอนเชื้อไม่ค่อยรุนแรงและคนทั่วโลกฉีดวัคซีน อย่างไรก็ตาม ประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องจับตามองคือ เวียดนาม เกาหลีใต้ และอินเดีย เนื่องจากเริ่มมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง” นพ.โอภาส กล่าว

นพ.โอภาส กล่าวว่า ปัญหาการระบาดโอมิครอน ยังพบที่สหรัฐ อังกฤษ และยุโรปบางประเทศ เมื่อมีผู้เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย จึงมีความเสี่ยงในการนำเชื้อเข้ามากขึ้น จึงทำให้การคัดกรองพบผู้ติดเชื้อมากขึ้น แต่หลังจากที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด-19 (ศบค.) ชะลอการเข้าประเทศแบบไม่กักตัว (Test and go) ดังนั้น คนเข้ามาจึงเป็นกลุ่มผู้ตกค้าง โดยเรามีมาตรการให้ตรวจ RT-PCR เพิ่มจาก 1 เป็น 2 ครั้ง  ดังนั้น จะเห็นตัวเลขเพิ่มขึ้นมา จากอัตราการตรวจได้จาก T&G อยู่ที่ ร้อยละ 0.08 เป็น ร้อยละ 0.29 ที่เพิ่มขึ้นมา 3.6 เท่า

“จากการจำลองสถานการณ์ คาดหมายว่า ปีใหม่ที่มีการเดินทางและกิจกรรมมากขึ้น ก็น่าจะมีแนวโน้มการแพร่ระบาดของเชื้อโอมิครอนมากขึ้น แต่เราพยายามลดให้น้อยที่สุด โดยต้องขอความร่วมมือจากคนไทยทุกคน ซึ่งหลังปีใหม่คงต้องมีมาตรการต่างๆ เสริมออกมา ซึ่งจะมีการแจ้งให้ประชาชนรับทราบเป็นระยะๆ” นพ.โอภาส กล่าว

Advertisement