สาธิต ชี้หลังปีใหม่ หากโควิดไม่แย่จ่อใช้มาตรการเบา เล็งปักวัคซีนเด็กเล็ก ก.พ.65

30.12.21 | 15:16 น.

สาธิต ชี้หลังปีใหม่ หากโควิดไม่แย่จ่อใช้มาตรการเบา เล็งปักวัคซีนเด็กเล็ก ก.พ.65

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือ โรงพยาบาล (รพ.) เด็ก เตรียมแผนการรองรับเด็กติดเชื้อโรคโควิด-19 ว่า ขณะนี้ได้เตรียมพร้อมมาระยะหนึ่งแล้ว โดยมีเป้าหมายการป้องกันกลุ่มเด็กเล็กอายุ 5-11 ปี ที่ยังไม่ได้มีการฉีดวัคซีนโควิด-19 จากการตรวจเยี่ยม รพ.เด็ก พบว่ามีการเตรียมความพร้อมได้ดี ทั้งศักยภาพ เตียงรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ในทุกกลุ่มอาการที่มีการติดเชื้อ


“หากเป็นผู้ป่วยสีเขียวจะให้รักษาตัวที่บ้าน ส่วนกลุ่มสีเหลือง และสีแดงจะรักษาใน รพ. ซึ่งถือว่ามีความพร้อมแล้วทั้งหมด เบื้องต้น รพ.เด็ก มีเตียงรอบรับเด็กป่วยโควิด-19 ทั้งหมด 70 เตียง ขณะนี้มีเด็กรักษาอยู่ใน รพ. 5 ราย เป็นกลุ่มอาการสีเหลือง” นายสาธิต กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 ในเด็กเล็ก อายุ 5-11 ปี นายสาธิต กล่าวว่า ในที่ประชุมมีการคาดการณ์จะเริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในเด็กเล็ก อายุ 5-11 ปี ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ย้ำว่า เด็กกลุ่มนี้ควรได้รับวัคซีนเร็วที่สุด เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันในการต่อสู้โควิด-19 ซึ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน แบ่งการจำลองสถานการณ์ 3 ฉากทัศน์ คือ กรณีรุนแรงสุด ปานกลาง และน้อยสุด โดยทั้ง 3 ฉากทัศน์ กลุ่มที่เป็นห่วงมากที่สุด คือ เด็กเด็กที่ยังไม่ฉีดวัคซีน ขอให้ทุก รพ.เตรียมพร้อมให้มากที่สุดสำหรับเด็กกลุ่มนี้

นายสาธิต กล่าวอีกว่า หลังปีใหม่นี้ หากทุกคนการ์ดไม่ตก ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และจำนวนผู้ติดเชื้อไม่ได้เพิ่มสูงอย่างมีนัยสำคัญ มาตรการควบคุมโรคหลังปีใหม่อาจจะไม่เข้มข้นเหมือนช่วงที่ผ่านมา รวมถึงประชาชนส่วนมากได้รับวัคซีน และเริ่มภูมิคุ้มกันหมู่แล้ว โดยปีหน้าจะมีการเร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้กับประชาชน ขณะที่ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยด้วยระบบไม่กักตัว (Test and go) เรายังคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ เนื่องจากในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลโอมิครอนขณะนี้ยังไม่มีความรุนแรงไปกว่าสายพันธุ์อื่น

Advertisement

“ย้ำให้ประชาชนที่จะเที่ยวช่วงปีใหม่ ขอให้พิจารณาความเสี่ยงของสถานที่และกิจกรรมที่จะไปร่วม หากไปสถานที่เปิดโล่ง โอกาสเสี่ยงติดเชื้อจะน้อยกว่าสถานที่ปิด” นายสาธิต กล่าวย้ำ