โอมิครอนเพิ่มปริมาณเชื้อช้า สธ.จับตาใกล้ชิด! แนะกลุ่มเสี่ยงกักตัว 7+3

โอมิครอนเพิ่มปริมาณเชื้อช้า สธ.จับตาใกล้ชิด! แนะกลุ่มเสี่ยงกักตัว 7+3

เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงกรณีที่กรมวิทย์ทดสอบการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน พบว่าเพิ่มตัวช้าจะมีผลต่อระยะเวลาการติดเชื้อหรือไม่ ว่าปกติไวรัสที่มีปัญหามากๆ ก็น่าจะเพิ่มจำนวนได้เร็วเพื่อทำอันตรายของร่างกาย แต่จากข้อสังเกตตรงนี้ทางกรมวิทย์จะหารือกับแล็บอื่นๆ ว่าเจอแบบนี้หรือไม่ แต่ยังสรุปไม่ได้ว่าการเพิ่มจำนวนช้าจะทำให้ติดเชื้อยาวกว่าหรือสั้นกว่าแต่อย่างไร

“การศึกษาชัดเจนว่าโอมิครอนมีผลต่อวัคซีนทุกสูตรทุกชนิด เพราะหลบวัคซีนได้มากกว่าเดลต้า แต่ตัวเลขสะสมติดโอมิครอนเกือบหมื่นรายแล้ว แต่ผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งขณะนี้เรากำลังสุ่มเป็นสัดส่วนมากขึ้น โดยข้อมูลจากการสุ่มสำรวจสถานการณ์จริงของโอมิครอนในไทยเมื่อเทียบกับเดลต้ามีลักษณะอย่างไร คาดว่า 1-2 วันจากนี้จะทราบผลชัดเจน” นพ.ศุภกิจกล่าว

ด้าน นางสุภาพร ภูมิอมร ผู้อำนวยการสถาบันชีววัตถุ กล่าวว่า เราเจอเพิ่มเติมว่า เมื่อแยกเชื้อจากผู้ป่วยที่ติดโอมิครอนในไทยแล้วนำไปเพิ่มไวรัสในเซลล์เพาะเลี้ยง เราเจอว่าโอมิครอนเพิ่มจำนวนได้ช้ามากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ เป็นที่น่าแปลกใจว่าอาจเป็นตัวหนึ่งที่แสดงคุณลักษณะให้เราเห็นว่าเมื่อติดเชื้อตามธรรมชาติ ทำให้ผู้ป่วยไม่แสดงอาการ อาการไม่รุนแรง

เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะเป็นโรคที่ไม่รุนแรง และเป็นโรคประจำถิ่น นพ.ศุภกิจกล่าวว่า จากข้อมูลเท่าที่ดูก็น่าจะเป็นสายพันธุ์ไม่รุนแรง แต่ก็ต้องติดตามอีกสักระยะ สิ่งหนึ่งที่พบตรงกันในทีมวิชาการคือ วัคซีนที่หวังจะฉีดปีละครั้งกรณีโควิดป้องกันไม่ได้นานขนาดนั้น ป้องกัน 1 ปีได้หรือไม่ก็ยังไม่ใช่ ยกเว้นว่าจะเป็นโรคประจำถิ่นก็อาจจะไม่ต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นบ่อยๆ อาจปีละครั้ง แต่นั่นต้องเป็นโรคประจำถิ่นที่ไม่ได้ป่วยมากขนาดนี้ ซึ่งขณะนี้ทั่วโลกยังป่วยมากอยู่

เมื่อถามว่าหากไวรัสเพิ่มจำนวนช้ามีผลต่อระยะเวลาฟักตัวของโรค รวมถึงระยะเวลากักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงหรือไม่ นพ.ศุภกิจกล่าวว่า ต้องย้ำว่าการเพิ่มจำนวนไวรัสของโอมิครอนในห้องแล็บพบว่าช้าลงกว่าเดลต้า ซึ่งไม่ได้แปลว่าเชื้อฟักตัวนานกว่า แต่เป็นการทดสอบในแล็บที่พบว่าไวรัสมันเพิ่มจำนวนตัวเองได้ช้า ก็จะมีอิทธิฤทธิ์ในการทำร้ายร่างกายเราน้อยลง ไม่ได้แปลว่าเพิ่มจำนวนช้าแล้วต้องกักตัวนานขึ้น เพราะในความเป็นจริง การที่ไวรัสเพิ่มช้าร่างกายก็จะเอาภูมิออกมากำจัดออกไป เทียบง่ายๆ หากมีไวรัสตัวเดียวเข้าไปมันทำร้ายร่างกายเราไม่ได้ มันต้องเพิ่มจำนวน ดังนั้น มันไม่เพิ่มจำนวนก็จะทำให้ไม่มีความรุนแรงต่อร่างกาย

“ส่วนผู้ที่กักตัวเนื่องจากเสี่ยงสูงต้องย้ำว่ากักตัวจริงๆ ไม่ออกไปไหนเลย ไม่ใช่กักตัวแต่ออกไปข้างนอก เสี่ยงรับเชื้อเพิ่มเข้ามา เราให้ใช้สูตร 7+3 คือในช่วงวันแรกที่กักตัวจนกระทั่งวันที่ 6-7 ของการกักตัวให้ตรวจ ATK หากเป็นลบ 1 ครั้งแล้วก็ให้กักตัวเองอีก 3 วัน แล้วเมื่อวันที่ 9-10 ก็ให้ตรวจ ATK ซ้ำอีกครั้ง ถ้าเป็นลบ 2 ครั้งก็คือไม่ติดเชื้อในความเสี่ยงนั้น สามารถออกไปทำงานได้ แต่ยังต้องระมัดระวังตามปกติ ทั้งนี้ เรายังยึดเหมือนกับหลักการกักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในบุคลากรแพทย์ก็ใช้ 7+3” นพ.ศุภกิจกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon