มาสด้า3 ใหม่ หรูกระชาก!แบรนด์ : โดย นายพล

การเปิดตัวรถยนต์มาสด้า 3 รุ่นใหม่ล่าสุดของค่ายมาสด้าครั้งนี้ ภารกิจที่ยากยิ่ง น่าจะอยู่ที่การทำให้คนเชื่อว่า มาสด้า สามารถผลิตรถยนต์คุณภาพในระดับรถหรูหราได้อย่างเหลือเชื่อ แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เพราะที่ผ่านมา เมื่อพูดถึงแบรนด์มาสด้า คนจะนึกถึงรถยนต์ขับสนุก ช่วงล่างดี เครื่องยนต์ระดับแถวหน้า เพียงเท่านั้น
ใครจะเชื่อว่าเมื่อวันเวลาผ่านไป มาสด้าสามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงฝีมือการพัฒนาการผลิตรถยนต์ให้สวยงาม หรูหรา แต่ทว่ายังคงจุดเด่นด้านการขับขี่ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

มาสด้า 3 เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด ออกแบบและพัฒนาใหม่ทั้งคัน เน้นความเรียบง่ายแต่โดดเด่น แบบโคโดะดีไซน์

ที่สำคัญใส่ใจการออกแบบเพื่อให้ทั้งคนขับและคนนั่งสบาย

ไม่ใช่แค่ยัดใส่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างเดียว แต่พิถีพิถันการออกแบบ โดยยึดหลักปรัชญามนุษย์เป็นศูนย์กลาง นำเอาท่วงท่าการเดินที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์มาเป็นต้นแบบในการพัฒนา เกิดเป็นรถยนต์ที่สามารถควบคุมการขับขี่ได้อย่างแม่นยำและสมดุลในทุกสถานการณ์

ด้วยสกายแอคทีฟแพลตฟอร์มเจเนอเรชั่นใหม่ (SKYACTIV-VEHICLE ARCHITECTURE) ทำงานผสานกับระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง จีวีซี พลัส (GVC Plus) ช่วยให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารสบายขึ้น

นอกจากนี้ ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย ไอ-แอคทีฟเซนส์ (i-ACTIVSENSE) ระบบป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทั้งผู้ขับขี่และผู้ใช้ถนน

ล่าสุด บริษัท มาสด้าเซลส์ ประเทศไทย จัดกิจกรรมให้สื่อมวลชนทดลองขับ เส้นทางภูเก็ต-พังงา-เสม็ดนางชี-ภูเก็ต ระยะทางประมาณ 240 กม. หลังจากจัดรอบเรียกน้ำย่อย หรือ สนีค พรีวิว ไปก่อนหน้านี้

ครั้งนี้มีโอกาสได้สัมผัส มาสด้า 3 ใหม่ เต็มรูปแบบ ทำให้สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนคือ นั่งสบาย แรงเหวี่ยงในรถน้อยกว่าคู่แข่งหรือแม้แต่มาสด้า 3 รุ่นเดิมเยอะ

มีบางจังหวะสื่อมวลชนขับตามกันเป็นขบวน ขณะที่คันหน้ากำลังทดลองระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ ทำให้รถมีอาการเบรกกะทันหัน คันที่ขับตามมาต้องหักหลบระยะกระชั้นชิด เพื่อไม่ให้ชนท้าย

เรามาคันที่ 3 จึงต้องหักหลบกะทันหันในความเร็วไม่น้อยเช่นกัน แต่สามารถควบคุมได้อย่างไม่ยากนัก แถมความรู้สึกเหวี่ยงเมื่อหักหลบกลับมีน้อยกว่าที่้คาดอีกต่างหาก

นอกจากนี้ เครื่องยนต์สกายแอคทีฟได้พัฒนาไปอีกขั้น เป็นสกายแอคทีฟเบนซิน SKYACTIV-G ขนาด 2.0 ลิตร มาทั้งความแรง ด้วยเทคโนโลยีฉีดเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง ผนวกกับหัวฉีดดีไซน์ใหม่ อัตราส่วนกำลังอัดสูง แรงบิดเพิ่มขึ้น ให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที แต่กลับประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.9 กิโลเมตรต่อลิตร

ในเรื่องความประหยัด มาสด้ามั่นใจว่าแม้จะไม่มีเครื่องยนต์ไฮบริดเหมือนคู่แข่ง แต่เชื่อว่าไม่มีผลมากนัก เพราะตัวเลขอัตราบริโภคเชื้อเพลิง แม้จะเป็นรองไฮบริด แต่จะมีผลดีในเรื่องราคาขายต่อ เพราะมองว่าเครื่องไฮบริดมีปัญหาในจุดนี้

อย่างที่บอก มาสด้า 3 มีทีเด็ดอยู่ที่ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง (G-Vectoring Control Plus -GVC Plus) ระบบจะปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัยของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการเบรกที่เหมาะสม เพื่อให้รถขับเคลื่อนไปอย่างนุ่มนวล มีเสถียรภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนของล้อทั้ง 4 ให้ดีขึ้น ผู้ขับแก้พวงมาลัยน้อยลง ควบคุมรถง่าย และแม่นยำขึ้น เข้าโค้งและออกจากโค้งได้นุ่มนวล ลดอาการเมื่อยล้าสะสมจากการขับรถทางไกลของผู้ขับขี่ และการโคลงตัวไปมาของผู้โดยสาร

ห้องโดยสารออกแบบให้เรียบแต่ฟังก์ชั่นการใช้งานครบ เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ได้ 2 ตำแหน่ง แผงหน้าปัดและมาตรวัดดิจิทัลแบบ TFT LCD หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้า การเชื่อมต่อสื่อสาร มาสด้า คอนเนคต์ แสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี ขนาด 8.8 นิ้ว ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน ระบบเสียงคุณภาพ โบส (Bose) รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง

สำหรับเทคโนโลยีไอ-แอคทีฟเซนส์ ประกอบด้วย ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS (Cruising & Traffic Support) ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติแบบ Advance หรือ Advanced SBS (Advanced Smart Brake Support) ระบบช่วยหยุดรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง SBS-RC (Smart Brake Support-Reverse Crossing) ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระบบช่วยเบรกและหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SBS-R (Smart Brake Support-Reverse) ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ALH (Adaptive LED Headlamps) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring) ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360 View Monitor) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS (Lane Keep Assist System) ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System) ระบบเตือนเมื่อเกิดความอ่อนล้าขณะขับขี่ DAA (Driver Attention Alert) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC (Mazda Radar Cruise Control) และปกป้องทันทีจากอุบัติเหตุด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมบริเวณหัวเข่าด้านคนขับ รวม 7 ตำแหน่ง

มีให้เลือก 7 สี ประกอบด้วย สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal) สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray) สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl) สีเงิน โซนิค ซิลเวอร์ (Sonic Silver) สีน้ำตาล ไททาเนียม แฟลช (Titanium Flash) สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black) สีเทาใหม่ โพลีเมทัล เกรย์ (Polymetal Gray) เฉพาะรุ่นฟาสท์แบค 5 ประตู (และจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น)

สำหรับราคาทั้งรุ่นฟาสท์แบค 5 ประตู และซีดาน 4 ประตู จำหน่ายในราคาเดียวกัน ได้แก่ รุ่น 2.0 C ราคา 969,000 บาท รุ่น 2.0 S ราคา 1,069,000 บาท และรุ่น 2.0 SP ราคา 1,198,000 บาท ฟรีค่าแรงบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 10 ครั้ง ทุก 6 เดือน หรือ ทุก 10,000 กม. ตั้งแต่ 10,000-100,000 กม. และขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน

คาดหวังกันว่า การมาของ มาสด้า 3 ใหม่ ครั้งนี้ น่าจะเป็นตัวช่วยฉุดกระชากแบรนด์ มาสด้า ให้ดูทันสมัยขึ้นได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

นายพล

บทความก่อนหน้านี้“หมอหม่อง” โพสต์ สะเทือนโลก ไม่มีใครต้องการหัวนกเงือก เท่านกเงือกอีกแล้ว
บทความถัดไปเรียงคนมาเป็นข่าว 28 กันยายน 2562 : ปักหมุด