กรมขนส่งทางบก เตือนผู้ขับขี่ชาวไทย หยุดพฤติกรรม เปิดไฟฉุกเฉินโดยไม่จำเป็น

กรมขนส่งทางบก เตือนผู้ขับขี่ชาวไทย หยุดพฤติกรรม เปิดไฟฉุกเฉินโดยไม่จำเป็น แนะเปิดกรณีจำเป็นจริงๆ เช่นเกิดอุบัติเหตุ หรือ ต้องเบรกกะทันหัน 

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. เฟซบุ๊ก กรมการขนส่งทางบก โพสต์ข้อความเตือน ผู้ขับขี่ชาวไทย อย่าเปิดไฟฉุกเฉินพร่ำเพรื่อ เพราะจะสร้างการเข้าใจผิด และก่อให้เกิดอุบัติเหตุ โดยขอให้ใช้เฉพาะกรณีจำเป็นจริงๆ เช่น รถเสีย หรือกรณีต้องเบรกกะทันหัน เพราะข้างหน้ามีสิ่งกีดขวางเป็นต้น

“หยุด! พฤติกรรมเปิดไฟฉุกเฉินโดยไม่จำเป็น” เชื่อว่าผู้ขับขี่หลายคนคงเคยพบเห็นพฤติกรรมเปิดไฟฉุกเฉินพร่ำเพรื่ออยู่บ่อยๆ หรือบางครั้งตัวเราอาจเป็นผู้ที่เผลอทำพฤติกรรมเหล่านี้เสียเอง…วันนี้จึงนำ “หยุด! พฤติกรรมเปิดไฟฉุกเฉินโดยไม่จำเป็น” มาฝาก กันเพื่อการใช้ไฟฉุกเฉินอย่างถูกต้องเหมาะสม ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ เพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของทุกคน

เปิดไฟฉุกเฉินเพื่อข้ามแยกเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ เพราะผู้ขับร่วมทางอาจเห็นแค่ไฟกะพริบมุมหน้ามุมเดียว ไม่รู้ว่าเรากำลังจะเตรียมเลี้ยวไปยังด้านซ้าย-ขวา หรือตรงไป วิธีขับรถข้ามทางแยกที่ถูกต้อง ให้มองซ้ายมองขวา เมื่ออยู่ในระยะปลอดภัยก็ขับข้ามทางแยกไปเลย โดยไม่ต้องเปิดไฟฉุกเฉิน

เปิดไฟฉุกเฉินจอดรถในพื้นที่หรือเวลาห้ามจอด เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง และการจอดรถในที่ห้ามจอด หรือจอดรถกีดขวางการจราจร มีโทษปรับสูงสุด 500 บาท

ฝนตกหนัก หมอกลงจัด ทัศนวิสัยแย่ การขับรถตามหลัง รถที่เปิดไฟฉุกเฉินระยะเวลานานๆ ทำให้ดวงตาพร่ามัว และหากมีรถหลายคันเปิดไฟฉุกเฉินพร้อมกันจะยิ่งทำให้กะระยะได้ยาก

– ทัศนวิสัยไม่ดี: ควรเปิดไฟหน้า
– ทัศนวิสัยแย่ จนมองไม่เห็นทาง: ควรจอดหลบ อย่างปลอดภัยและควรเปิดไฟฉุกเฉินไว้ด้วย

ไฟฉุกเฉินควรใช้ตอนไหน

– รถจอดเสียที่จอดอยู่กับที่
– รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วแล้วเจอสิ่งกีดขวาง หรือเจออุบัติเหตุข้างหน้า จำเป็นต้องเบรกกะทันหัน อาจเปิดไฟฉุกเฉินในช่วงสั้นๆ เพื่อเตือนให้รถคันหลังระวังและชะลอความเร็วได้ เมื่อรถยนต์ที่ตามมาเบรก และจอดต่อรถเราแล้วควรปิดไฟฉุกเฉิน

การเปิดไฟฉุกเฉินพร่ำเพรื่อ จะทำให้ใช้ไฟเลี้ยวซ้าย-ขวาไม่ได้ สร้างความสับสนให้รถคันหลัง เพราะไม่รู้ว่าเราต้องการเลี้ยวหรือเปลี่ยนเลน จึงไม่ใช่สิ่งที่ควรกระทำ และสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเปิดหรือไม่เปิดไฟฉุกเฉินในสถานการณ์ใดๆ ต้องมีความปลอดภัยต่อทุกคนเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ลดลง🤍🤍

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon