เฟอร์รารี 296 GTB ม้าลำพองเสียบปลั๊ก หลังติดเบาะ830แรงม้า

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมากับการระบาดของไวรัสโควิค 19 บรรยากาศการทดสอบรถที่สามารถดึงเราให้หลังติดเบาะมีน้อยเหลือเกิน จนเกือบจะลืมบรรยากาศนั้นไปแล้ว

ทันทีที่ได้รับคำเชิญจากคาวาลลิโนมอเตอร์ประเทศไทย ผู้แทนอย่างเป็นทางการในการจัดจำหน่ายรถเฟอร์รารี่ สุดยอดซุปเปอร์คาร์ม้าลำพองแห่งอิตาลี กับรุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปคือ Ferrari 296 GTB จึงรีบตอบรับทันที

เพราะเกิดคำถามขึ้นในหัวว่า สถานการณ์โลกปัจจุบันที่เขามุ่งเน้นเรื่องการประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานทดแทน การพัฒนาของเครื่องยนต์ในมิติของการ downsizing ให้เล็ก นำระบบไฟฟ้าเข้ามาช่วยขับเคลื่อน ทิศทางการพัฒนาของเฟอร์รารี่จะเป็นอย่างไรในปี 2022  และจะยังคงประสิทธิภาพความแรงแค่ไหน หรือแม้กระทั่งเรื่องเล็กที่ไม่เล็กอย่างเรื่องเสียงรถยนต์ ว่าจะคำรามดุเดือด ตามสไตล์ค่าย Ferrari แบบที่เคยเป็นมาอย่างไร

ถ้าเรานึกถึงคนขับรถเฟอร์รารี่ ก็จะเป็นภาพของเศรษฐี ที่อาจจะไม่ค่อยแคร์เรื่องราคาน้ำมัน จะนึกถึงรถเครื่องยนต์ V12 หรือ V8 ที่บ่งบอกถึงความแรงของเครื่องยนต์ เสียงท่อที่ดังอย่างทางก็รู้ว่านี่คือเอกลักษณ์ของ Ferrari

เรามีนัดกันที่ แก่งกระจาน Circuit ไปทำความรู้จักกับ Ferrari 296 GTB ที่ได้เห็นตัวจริงของมันต้องบอกว่าสวยมาก มีแนวทางความเป็นสมัยใหม่มากขึ้นไปอีก โดยยังคงการให้ความสำคัญกับระบบ AeroDynamic หรืออากาศพลศาสตร์ที่สลับซับซ้อน ซึ่งโดดเด่นมาตั้งแต่ Ferrari SF90 Stradale ปี 2019 รวมถึง Ferrari F8 Tributo และ F8 Spider หรือแม้แต่ Ferrari Roma ที่ดูหน้าตาเป็นมิตร ก็ยังแฝงไปด้วยระบบอากาศพลศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม

สำหรับ Ferrari 296 GTB ถือวิวัฒนาการล่าสุดของรถ Berlinetta (เบอร์ลิเนตต้า) สองที่นั่ง เครื่องยนต์วางกลางด้านหลัง พร้อมขุมพลังรูปแบบปลั๊ก-อิน ไฮบริดที่ให้กำลังสูงสุด 830 แรงม้า แรงกว่า Ferrari เอฟ 8 ทริบูโต้ ที่มีแรงม้า 720 แรงม้าซะอีก ขึ้นสู่อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 330 กม./ชม.

Ferrari 296 GTB พลิกโฉมของเฟอร์รารีอย่างแท้จริง ด้วยการเปิดตัวเครื่องยนต์แบบใหม่ V6 ขนาด 663 แรงม้า จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พลังเพิ่มเติมอีก 122 กิโลวัตต์ (167 แรงม้า) นับเป็น Road car รุ่นแรก ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ปลั๊ก-อินไฮบริด ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้า มีปลั๊กเสียบตามปกติแบบรถแบบรถปลั๊ก-อิน ไฮบริดทั่วไป แบตเตอรี่ขนาด 7.45 กิโลวัตต์ ทำให้ เฟอร์รารี 296 GTB เป็นรถที่มีการตอบสนองของคันเร่งแบบทันทีทันใด รวมถึงขับขี่ได้ไกล 25 กม. ด้วยระบบไฟฟ้าในโหมด eDrive วิ่งด้วยไฟฟ้าอย่างเดียว
ได้เร็ว 135 กม./ชม.

หน้าตาภายนอกเตะตาอย่างยิ่ง ด้านหน้าสวยลงตัว ดวงไฟหน้ามีความเป็นสมัยใหม่มากขึ้น มีช่องอากาศแทรก มีการออกแบบระบบอากาศพลศาสตร์ที่ซับซ้อนและกลมกลืนไปกับตัวรถ ชุดกันชนด้านหน้ามีการออกแบบเลียนแบบรถฟอร์มูล่าวันเพื่อดักอากาศด้านหน้าเข้าสู่ท้องรถเป็นการเพิ่มดาวน์ฟอร์ซ กดตัวรถจากด้านหน้าเวลาวิ่งด้วยความเร็วสูง การดีไซน์ปรับส่วนเว้าส่วนโค้งของรถให้เหมาะสมของรถคันนี้มันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ของรถได้จริง ขณะที่อีกหนึ่งไฮไลต์คือซุ้มล้อหลังถูกออกแบบนูนสวย มองจากด้านข้างกลายเป็นความโดดเด่นได้อารมณ์คลาสสิกลงตัวซะอย่างนั้น

Ferrari 296 GTB ออกแบบการกดอากาศด้านหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยสปอยเลอร์แบบแอกทีฟสร้างแรงกดเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 100 กิโลกรัม  ถูกติดตั้งไว้ในกันชน ช่วงปกติ สปอยเลอร์จะถูกเก็บไว้แต่ทันทีที่เร่งความเร็ว ตามลิมิตที่กำหนดไว้ สปอยเลอร์ก็จะเริ่มทำงาน ขยายออกจากตัวถังรถ ทำให้มีแรงกดบนเพลาหลังเพิ่มขึ้น 100 กก. เพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมรถ รวมถึงช่วยให้เบรก การทรวงตัวจากการเบรกขณะความเร็วสูงดีขึ้น

ด้านหลังเรายังได้เห็นถึงความสวยงามของเครื่อง V6 วางอยู่ลึกเพื่อช่วยเรื่องการกระจายน้ำหนัก ทั้งยังวางเครื่อง V6 แบบรูปแบบใหม่ 120 องศา ติดตั้งเทอร์โบกลางเครื่อง ทำให้ภาพรวมเครื่องทั้งหมดมีขนาดลดลง แต่ประสิทธิภาพดีขึ้น เครื่องยนต์และเกียร์ มีชุดระบายความร้อน ผ่านหม้อน้ำ 2 ตัว ที่ติดตั้งไว้หน้ารถ

กระจกหน้าและกระจกข้างมีการออกแบบให้เชื่อมต่อกันมองจากภายนอกคล้ายห้องขับของนักบินเครื่องบินขับไล่ ทัศนวิสัยจากภายในมองออกมาภายนอกชัดเจนมาก

ภายในเครื่องมีการนำระบบจอดิจิทัลเข้ามาร่วมแสดงโหมดการขับขี่และฟังก์ชั่นความปลอดภัยต่างๆ บริเวณหน้าปัดอย่างครบครันตามแบบรถสมัยใหม่ เพิ่มความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่ในช่วงขณะที่ต้องการความแรงหรือการขับขี่อย่างสนุกสนาน เช่นเดียวกับพวงมาลัยที่เป็นระบบสัมผัสสั่งการง่ายดาย เปลี่ยนโหมดการขับขี่ สั่งงานต่างๆ ได้ภายในพื้นที่พวงมาลัย สะท้อนความเป็นรถของผู้ที่ชอบการขับขี่อย่างแท้จริง

มากันที่การขับขี่ เราทดสอบขับขี่กันสนามแข่งรถแก่งกระจานเซอร์กิต เพื่อให้ได้ทดสอบรถคันนี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

แม้จะเป็นเครื่องยนต์ V6 แต่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ผลิตแรงม้าได้อีก 163 แรงม้า ทำให้รถยนต์คันนี้ทำแรงม้าได้สูงถึง 830 แรงม้า ทำความเร็ว 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาเพียง 2.9 วินาที มีจังหวะได้กระทืบคันเร่ง จนได้สัมผัสกับพลังมหาศาลของเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบคู่ ที่ดึงรถพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกหลังติดเบาะเกิดขึ้นทันที พร้อมกับเสียงคำรามอันไพเราะของเครื่องยนต์ เป็นความรวดเร็วที่มาพร้อมกับความรู้สึกหนักแน่นในช่วงล่าง

ในจังหวะเข้าโค้งหรือบริเวณถนนที่เป็นลอนคลื่น ก็สามารถใช้ความเร็วสูงได้โดยยังรู้สึกถึงความปลอดภัย และความสนุกสนาน การกระทืบคันเร่งตอนพ้นโค้งก็เร็วได้ดั่งใจคิด บางจังหวะ ในสนามที่ไม่ได้ใหญ่มาก ก็สามารถไปได้เกิน 200 กม./ชม.ในเวลาไม่กี่วินาที

แม้จะพยายามหักพวงมาลัย มากเกินปกติ เพื่อดูอาการของรถ และช่วงล่าง แต่รถคันนี้ก็จัดการอาการได้หมด ด้วยระบบควบคุมการทรงตัวที่ปรับจูนใหม่ ขณะที่เมื่อพยายามทดลองเบรก ไม่ว่าจะกดลงไปด้วยน้ำหนักเท่าไหร่ก็ตาม Ferrari 296 GTB ตอบสนองต่อการเบรกได้อย่างใจคิด รถคำนวณน้ำหนักเบรกให้เราขณะเข้าโค้งได้อย่างชาญฉลาด แม่นยำ โดยไม่ต้องเป็นนักขับอาชีพ ก็เข้าโค้งโหดๆ เร็วๆ ได้ง่าย

ขณะที่พวงมาลัยก็ไม่ได้หนักหรือควบคุมยาก แต่ก็ไม่ได้เบาแบบรถบ้าน เป็นน้ำหนักพวงมาลัยของรถที่พร้อมจะสร้างความสนุกและความปลอดภัย ไม่จำกัดว่าผู้ชายเท่านั้นที่ขับได้

มันเป็นรถไปได้อย่างใจคิด เป็นเฟอร์รารีที่แรงและควบคุมง่าย สนุกกับมันได้ทุกครั้งที่ได้จับพวงมาลัย ลืมไปเลยว่ามันเครื่อง V6 เพราะมันแรงกว่าเครื่อง V12 ซะอีก

Ferrari 296 GTB ราคาเริ่มต้น 21,900,000 บาท

 

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค

ระบบขับเคลื่อน

ประเภท V6 – 120°
ความจุกระบอกสูบ 2992 ซีซี.
กระบอกสูบxช่วงชัก 88 มม. x 82 มม.
กำลังเครื่องยนต์สูงสุด* 663 แรงม้า
กำลังสูงสุดในระบบไฮบริด** 610 กิโลวัตต์ (830 แรงม้า) ที่ 8,000 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 740 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบ/นาที
รอบเครื่องยนต์สูงสุด 8,500 รอบ/นาที
อัตราส่วนกำลังอัด 9.4:1
ความจุแบตเตอรี่แรงดันสูง 7.45 กิโลวัตต์ชั่วโมง

มิติและน้ำหนัก
ความยาว 4,565 มม.
ความกว้าง 1,958 มม.
ความสูง 1,187 มม.

ความยาวฐานล้อ 2,600 มม.
ความกว้างฐานล้อหน้า 1,665 มม.
ความกว้างฐานล้อหลัง 1,632 มม.
น้ำหนักรถเปล่า 1,470 กก.
อัตราส่วนน้ำหนักรถเปล่า/แรงม้า 1.77 กก./แรงม้า
การกระจายน้ำหนัก 40.5 % หน้า / 59.5 % หลัง
ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 65 ลิตร

ล้อและยาง
หน้า 245/35 ZR 20 J9.0
หลัง 305/35 ZR 20 J11.0

เบรก
หน้า 398 x 223 x 38 มม.
หลัง 360 x 233 x 32 มม.

ระบบส่งกำลังและเกียร์
8 จังหวะ F1 DCT

ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์

eSSC: eTC, eDiff, SCM, FDE2.0, EPS, ABS Evo, 6w-CDS; ABS/EBD แบบไฮเปอร์ฟอร์มานซ์ พร้อมระบบนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่

สมรรถนะ
ความเร็วสูงสุด > 330 km/h
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 2.9 วินาที
อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. 7.3 วินาที
ระยะเบรก 200-0 กม./ชม. 107 เมตร
เวลาต่อรอบที่สนาม Fiorano 1 นาที 21 วินาที

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon