ตลาด ‘ปิกอัพ’ ปี’66 รูดหนัก 32% คาดปี’67 ยังโตแผ่ว-รอรบ.อัดฉีด

ตลาด ‘ปิกอัพ’ ปี’66 รูดหนัก32% คาดปี’67 ยังโตแผ่ว-รอรบ.อัดฉีด

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงสถิติการจำหน่ายรถยนต์ปี 2566 พร้อมคาดการณ์ตลาดรถยนต์ไทยปี 2567 สถิติการขายรถยนต์ในปี 2566

ปี 2566 ถือเป็นปีที่ภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังคงอยู่ในภาวะทรงตัว ตลาดภายในประเทศยังคงมีทิศทางชะลอตัว ภาคการส่งออกโดยรวมขยายตัวดีขึ้น มีปัจจัยหลากหลายด้านส่งผลกระทบต่อทิศทางของตลาดปีที่ผ่านมา ทั้งจากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ กำลังซื้อชะลอตัวลงจากหนี้ครัวเรือนสูง การชะลอซื้อรถยนต์ของภาคธุรกิจเพื่อรอความชัดเจนจากมาตรการรัฐส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ขณะเดียวกันสถาบันการเงินก็เพิ่มความเข้มงวดปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถ และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยังคงอยู่ในระดับสูง

อย่างไรก็ตาม ยังพอมีปัจจัยด้านบวกอื่นๆ ส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวม อาทิ สัดส่วนการขายของตลาดรถยนต์นั่งในประเทศขยายตัวได้ดี ได้กระแสความนิยมในรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้อานิสงส์จากมาตรการสนับสนุนด้านราคาของภาครัฐ ตลอดจนตัวเลขการส่งออกรถยนต์ของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นจากสัดส่วนการผลิตเพื่อส่งออกในช่วงที่ผ่านมา เพื่อชดเชยการส่งมอบรถล่าช้าจากปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนสำคัญจนทำให้การผลิตล่าช้าออกไปในปีก่อนหน้านี้

Advertisement

ทั้งนี้ จากปัจจัยต่าง ๆ ดังกล่าว ได้สะท้อนมายังตลาดรถยนต์ในประเทศ โดยมีตัวเลขยอดขายรวมในปี 2566 อยู่ที่ 775,780 คัน หรือลดลง 9% เมื่อเทียบกับปี 2565 สถิติการขายรถยนต์ในปี 2566 ปริมาณการขายรวม 775,780 คัน ลดลง 9% รถยนต์นั่ง 292,505 คัน เพิ่มขึ้น 10% รถเพื่อการพาณิชย์ 483,275 คัน ลดลง 17% รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 325,024 คัน ลดลง 29% รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 264,738 คัน ลดลง 32%

สำหรับยอดขายของโตโยต้าในปี 2566 มียอดขายโดยรวม 265,949 คัน ลดลง 8% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา หากแต่ยังคงมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 หรือเท่ากับ 34.3% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ส่วนแบ่งทางการตลาดรถยนต์นั่งของโตโยต้าเติบโตสูงขึ้นจากปีที่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถอีโคคาร์ยังคงสามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 ได้ต่อเนื่อง จากความสำเร็จด้านยอดขายของรถยนต์ Yaris ATIV รวมถึงการมีรถยนต์รุ่นใหม่อย่าง Yaris Cross เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับอย่างดี

นอกเหนือจากรถยนต์ภายใต้แบรนด์โตโยต้า ในปี 2566 ที่ผ่านมา แบรนด์เลกซัส ประเทศไทย ประสบความสำเร็จ มียอดขายสูงสุด 1,012 คัน นับเป็นครั้งแรกที่ เลกซัส ประเทศไทย สร้างยอดขายได้สูงสุดถึงระดับกว่า 1,000 คัน

สถิติการขายรถยนต์ของโตโยต้าในปี 2566 ปริมาณการขายโตโยต้า 265,949 คัน ลดลง 8% ส่วนแบ่งตลาด 34.3% รถยนต์นั่ง 99,292 คัน เพิ่มขึ้น 20% ส่วนแบ่งตลาด 33.9% รถเพื่อการพาณิชย์ 166,657 คัน ลดลง 19% ส่วนแบ่งตลาด 34.5%รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 128,689 คัน ลดลง 27% ส่วนแบ่งตลาด 39.6%รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 106,601 คัน ลดลง 28% ส่วนแบ่งตลาด 40.3%

แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2567 คาดว่าจะยังคงอยู่ในสภาวะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปพร้อมๆ กับการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจโดยรวมทั้งหมด มีปัจจัยรอบด้านจะส่งผลกระทบต่อภาพรวม อาทิ การเติบโตของการบริโภคภาคเอกชนจากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและการจ้างงานเพิ่มขึ้น นโยบายของภาครัฐจะสนับสนุนการใช้จ่ายให้เร่งตัวขึ้น การขยายตัวของการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมภายในประเทศและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการผลักดันมาตรการสนับสนุนการลงทุนผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าดูสถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะส่งผลในด้านการส่งออก ตลอดจนสถานการณ์หนี้ครัวเรือนยังคงสูง และทิศทางของนโยบายอัตราดอกเบี้ยอีกด้วย คาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ในปี 2567 จะอยู่ที่ 800,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ประมาณการยอดขายรถยนต์ในประเทศปี 2567 ปริมาณการขายรวม 800,000 คัน เพิ่ม 3% เมื่อเทียบกับปี 2566 รถยนต์นั่ง 296,500 คัน เพิ่ม 1% รถเพื่อการพาณิชย์ 503,500 คัน เพิ่ม 4%สำหรับโตโยต้า ตั้งเป้ายอดขายอยู่ที่ 277,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 4% มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 34.6% รถยนต์นั่ง 81,700 คัน ลดลง 18% ส่วนแบ่งตลาด 27.6% รถเพื่อการพาณิชย์ 195,300 คัน เพิ่มขึ้น 17% ส่วนแบ่งตลาด 38.8%รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 133,264 คัน เพิ่มขึ้น 4% ส่วนแบ่งตลาด 41.2% รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 114,500 คัน เพิ่ท 7% ส่วนแบ่งตลาด 42.1%

ในปี 2566 โตโยต้าได้ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปไปจำนวน 379,044 คัน เพิ่มขึ้น 0.2% จากปี 2565 โดยยอดรวมการผลิตรถยนต์สำหรับการขายภายในประเทศและการส่งออกในปี 2566 มีจำนวนทั้งสิ้น 621,156 คัน หรือลดลง 5.8% จากปี 2565

สำหรับเป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของโตโยต้าในปี 2567 คาดการณ์ว่ายังต้องเผชิญกับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่ำ ตลอดจนภาวะฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประเทศคู่ค้าที่ยังคงชะลอตัว ส่งผลให้โตโยต้าตั้งเป้าปริมาณการส่งออกรถยนต์อยู่ที่ 358,800 คัน หรือลดลง 5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และตั้งเป้าการผลิตรถยนต์ทั้งหมดของปี 2567 อยู่ที่ราว 615,700 คัน หรือลดลง 0.9% จากปีที่ผ่านมา

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image