ได้เวลาปฏิรูป จัดเรตติ้งทีวีไทย เน้น ‘น่าเชื่อถือ’

ไล่เลียงมาตั้งแต่สมัยยังมีสถานีโทรทัศน์ไอทีวี เชื่อว่าตนเองได้รับผลกระทบจากความไม่เป็นธรรมในการสำรวจเรตติ้งของบริษัทสำรวจเรตติ้ง หรือบริษัท เดอะ นีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าตลาดสำรวจเรตติ้งในประเทศไทย

ตอนนั้นระบุว่าเรตติ้งของไอทีวีอยู่ในระดับต่ำแม้ว่าจะมียอดคนดูสูง กระทบต่อยอดโฆษณา เนื่องจากบริษัทเอเยนซี่โฆษณามักจะใช้วิธีประเมินจากเรตติ้งคนดูในการซื้อสื่อโฆษณา ไอทีวีจึงใช้รายการถอดรหัสเพื่อรายงานข้อมูลและวิธีการวัดเรตติ้งคนดูของบริษัทสำรวจเรตติ้งว่ายังไม่ได้มาตรฐาน ในแง่ของกลุ่มตัวอย่างนำมาวัดผล แต่สุดท้ายมีการเจรจาผ่านผู้บริหารระดับสูงก็ยอมตกลงกันไปได้

ในยุคทีวีดิจิทัลมีจำนวนช่องรายการโทรทัศน์เกิดขึ้นมาก รวมทั้งการบริโภคเนื้อหารายการโทรทัศน์ผ่านช่องทางอื่นๆ ของผู้บริโภค ทำให้มีการผลักดันให้เกิดการปฏิรูปการสำรวจ เรตติ้งอีกครั้ง

มีการจัดตั้งสมาคมวิจัยเพื่อพัฒนาสื่อ (ประเทศไทย) หรือเอ็มอาร์ดีเอ เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรจากการรวมตัวของเจ้าของช่องรายการโทรทัศน์โฆษณา เอเยนซี่ และแต่งตั้งให้ บริษัท กันตาร์ มีเดีย เป็นตัวแทนวัดเรตติ้งผ่านมัลติแพลตฟอร์ม ทั้งโทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต เป็นต้น

แต่ในที่สุดก็ได้มีการยกเลิกสัญญากันไป ด้วยบริษัทกันตาร์มีเงื่อนไขสัญญาเพิ่มเติมและห่วงว่าจะเกิดการขาดทุนสะสม ทำให้การปฏิรูปการสำรวจเรตติ้งของไทยยังไม่คืบหน้าไปแต่อย่างใด

ปัจจุบันบริษัทสำรวจเรตติ้งให้บริการในประเทศไทยมีอยู่ 3 เจ้าใหญ่ คือ บริษัทเดอะนีลเส็นฯ ครองตลาดการสำรวจเรตติ้งยาวนานกว่า 30 ปี สำหรับช่องทีวีดิจิทัลและแพลตฟอร์มบริการสื่อสารและแพร่ภาพและเสียงผ่านอินเตอร์เน็ต (โอทีที) บริษัท พีเอสไอ บรอดคาสติ้ง จำกัด สำหรับทีวีผ่านดาวเทียม และความร่วมมือสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กับ บริษัท ซุปเปอร์ บรอดแบนด์ เน็ทเวอร์ค จำกัด สำรวจอันดับดิจิทัล เรตติ้ง ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ได้แก่ เพลย์บ็อกซ์ เอไอเอสเพลย์ ส่วนเอ็มอาร์ดีเอยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม ความหวังการปฏิรูปการ สำรวจเรตติ้งถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งด้วยอำนาจของ ม.44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดย กสทช.ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลและกิจการโทรคมนาคม รวมทั้งมีการประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการจัดสรรเงินในการสำรวจความนิยมช่องรายการโทรทัศน์ (ทีวีเรตติ้ง) ตามคำสั่งคสช.4/2562 เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา โดยมีการให้ เงินขวัญถุงŽ เป็นทุนประเดิมภายใต้กรอบวงเงินไม่เกิน 431 ล้านบาท จากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ให้กับองค์กรกลางสำรวจเรตติ้ง ถือเป็นองค์กรกลางจากการรวมกลุ่มของช่องทีวีดิจิทัลที่เหลืออยู่หลังจากการคืนช่อง จะต้องมีสมาชิก และกรรมการไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 จะต้องเป็นผู้แทนจากช่องทีวีดิจิทัล

สัปดาห์ที่ผ่านมา ฐากร ตัณฑสิทธิ์Ž เลขาธิการ กสทช. ได้เชิญผู้แทนสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) ผู้ประกอบการกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล ผู้ประกอบกิจการโฆษณาเอเยนซี่ เจ้าของผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิตเนื้อหารายการ และผู้สำรวจเรตติ้งในประเทศไทย ได้แก่ เอ็มอาร์ดีเอ บริษัทเดอะนีลเส็นฯ บริษัทพีเอสไอฯ บรอดคาสติ้ง จำกัด กลุ่มเจ้าของผลิตภัณฑ์ ผู้ซื้อสื่อรายใหญ่ อาทิ บริษัท ยูนิลีเวอร์ไทยโฮลดิ้ง จำกัด บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด บริษัท ลอริอัล (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท โคคา โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด เป็นต้น

กลุ่มผู้ผลิตเนื้อหารายการรายใหญ่ ได้ร่วมประชุมรับฟังแนวทางและวิธีการสำรวจ เรตติ้ง พร้อมทั้งหารือเพื่อเป็นแนวทางในการกำกับดูแลเรื่องเรตติ้งในไทย ภายในเดือนตุลาคม 2562 สมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล จะมีการจัดตั้งองค์กรกลางเกี่ยวกับการสำรวจเรตติ้งที่เหมาะสม และน่าเชื่อถือ เพื่อเสนอรายชื่อให้กับ กสทช. และ กสทช. มีหน้าที่ในการกำกับดูแลการจัดสรรเงินให้องค์กรกลางถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์Ž นายฐากรกล่าว

ขณะที่ความเห็นจากผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล สุภาพ คลี่ขจายŽ นายกสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล กล่าวว่า สมาคมได้หารือร่วมกันในสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลอีกครั้ง โดยจะพิจารณาคัดเลือกผู้สำรวจเรตติ้งจาก 2 ปัจจัย คือ เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และมีการจัดทำข้อมูลที่เอเยนซี่จะเลือกใช้ในการวางแผนซื้อสื่อโฆษณา

ด้าน ประวิทย์ มาลีนนท์Ž กรรมการและอดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ให้ความเห็นว่า การสำรวจเรตติ้ง เป็นตัวช่วยหนึ่งที่มีความสำคัญทำให้ผู้ประกอบการที่เหลืออยู่ยังอยู่ได้ตลอดรอดฝั่ง และเป็นการสะท้อนข้อเท็จจริงในการสำรวจเรตติ้งที่ถูกต้องและเป็นธรรม หลังจากที่จัดตั้งองค์กรกลางสำรวจเรตติ้งแล้ว ถ้าเป็นไปได้อยากให้ กสทช. เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการสำรวจเรตติ้งให้กับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลด้วย เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่เหลืออยู่รอดต่อไปได้ เพราะทีวีดิจิทัลที่เหลืออยู่ต้องแบ่งภาระค่าใช้จ่ายรายละ 8 ล้านบาทต่อปี รวม 15 ช่อง เป็นเงิน 120 ล้านบาทต่อปี และหากคำนวณจากอายุใบอนุญาตที่เหลืออยู่ 10 ปี ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลแต่ละรายต้องแบ่งภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เป็นเงิน 80 ล้านบาท

คีย์สำคัญสำหรับการสำรวจเรตติ้ง สิขเรศ ศิรากานต์Ž นักวิชาการอิสระด้านสื่อดิจิทัลและสื่อใหม่ มองว่า องค์กรกลางที่จัดตั้งขึ้นต้องทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ ไว้วางใจ และการยอมรับจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้ง 3 ส่วน ได้แก่ บริษัทเจ้าของสินค้าและบริการ บริษัทโฆษณาเอเยนซี่ และผู้ประกอบการที่ผลิตคอนเทนต์ เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ ไว้วางใจ และการยอมรับจะต้องทำให้เกิดความชัดเจนเรื่องกลุ่มตัวอย่างในการสำรวจ จำนวนของกลุ่มตัวอย่าง เพราะปัญหาที่ผ่านมามีการถกเถียงเรื่องนี้กันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งต้องมีอุปกรณ์การสำรวจเรตติ้งเป็นมาตรฐาน พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลให้สอดคล้องกับการสำรวจเรตติ้งที่ปัจจุบันเป็นมัลติแพลตฟอร์ม

นายสิขเรศกล่าวย้ำอีกว่า การที่มี ม.44 ออกมาผลักดันให้เกิดองค์กรกลางสำรวจเรตติ้งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะปีนี้และปีหน้า ผู้ประกอบการโทรคมนาคมได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่และจะมีการเดินหน้าลงทุน 5จี หากไม่มีการสำรวจเรตติ้งที่มีความน่าเชื่อถือจะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา 5จี และโอทีที ของไทย รวมทั้งทิศทางของทีวีดิจิทัลอาจจะไม่ชัดเจนได้ ในส่วนของบริษัทเจ้าของสินค้าและบริการ บริษัทโฆษณาเอเยนซี่ ต้องวางแผนการใช้เม้ดเงินไปในช่องทางต่างๆ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด

ความสำคัญของการสำรวจเรตติ้งนอก จากจะเป็นตัวชี้วัดเม็ดเงินโฆษณาของช่องทีวีดิจิทัลต่างๆ แล้ว ยังมีความเกี่ยวโยงในเรื่องเศรษฐศาสตร์การเมือง เพราะหากพิจารณาบริษัทรายใหญ่เป็นผู้ผลิตและเจ้าของสินค้า ล้วนมาจากฝั่งยุโรป หรือสหรัฐ จึงไม่แปลกบริษัทเหล่านี้จะมีการเลือกใช้ข้อมูลสำรวจเรตติ้งจากบริษัทที่มีปูมหลังเดียวกัน จึงเกิดรูปแบบว่าใครใคร่ซื้อข้อมูลของบริษัทไหนก็ซื้อเพื่อนำมาอ้างอิงและเป็นต้นตัดสินใจ แต่หากมีองค์กรกลางที่เป็นอิสระขึ้นมาเพื่อสำรวจเรตติ้งถือเป็นประโยชน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลต่อไป แต่นอกจากเงินขวัญถุงได้มาจาก กสทช. ยังต้องมีการลงทุนอีกจำนวนมากซึ่งถือเป็นเรื่องที่ท้าทายŽ นายสิขเรศกล่าว

มารอดูกันว่าความพยายามในการปฏิรูป การสำรวจเรตติ้งของประเทศไทย อีกครั้งŽ จะเกิดขึ้นได้จริงตามที่หวังหรือไม่

เดือนตุลาคมนี้คงได้เห็นอะไรออกมาบ้าง!

บทความก่อนหน้านี้ทวงสัญญาบัตรคนจนเฟส2 ลุ้นแถม “แจกคนท้อง-คนแก่” ถม1แสนล.ยกเครื่องสวัสดิการ
บทความถัดไปญาญ่า-คิมเบอร์ลี่ โชว์สกิลเลี้ยงน้องแฝด มีก้า-มีญ่า แฟนๆ แห่ชมน่ารักทั้งคุณป้าคุณหลาน