ธุรกิจท่องเที่ยวแห่เชียร์ โครงการทัวร์คนละครึ่ง โรดแมปเปิดรับต่างชาติ

ธุรกิจท่องเที่ยวแห่เชียร์

โครงการทัวร์คนละครึ่ง

โรดแมปเปิดรับต่างชาติ

หมายเหตุ – ผู้ประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยวให้ความเห็นถึงโรดแมปการเปิดให้ต่างชาติเข้าประเทศ และกรณีที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เตรียมเสนอโครงการท่องเที่ยวคนละครึ่ง ให้รัฐบาลพิจารณา โดยให้ผู้ร่วมโครงการที่เดินทางท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์ จ่าย 50% และรัฐบาลจ่ายสมทบอีก 50%

มาริสา สุโกศล หนุนภักดี
นายกสมาคมโรงแรมไทย

รัฐบาลมีข้อสรุปแล้วที่จะช่วยเยียวยาธุรกิจภาคการท่องเที่ยวโดยมีโครงการทัวร์ทั่วไทย เพื่อให้มีการเดินทางเป็นกลุ่มผ่านบริษัททัวร์ โดยรัฐจ่ายงบให้ผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปรายละ 5,000 บาท สำหรับการท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืนในวันธรรมดา ส่วนการบริหารจัดการหรือระบบการตลาดจะต้องดูศักยภาพของบริษัททัวร์แต่ละราย ส่วนกรณีที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เสนอโครงการท่องเที่ยวคนละครึ่ง ถือว่าเป็นโครงการที่ดี

ขณะนี้ไม่ว่าจะใช้วิธีการอย่างไร ที่รัฐจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศก็ถือว่าเป็นเรื่องดี ทำให้ทุกภาคส่วนของงานบริการได้ประโยชน์จากการกระจายเม็ดเงิน แต่ส่วนตัวไม่มั่นใจว่าการท่องเที่ยวปีนี้จนถึงสิ้นปี นักท่องเที่ยวไทยจะมีกำลังซื้อมากน้อยแค่ไหน หลังผ่านพ้นเทศกาลสงกรานต์ไปแล้ว เพราะฉะนั้นทุกโครงการที่รัฐสนับสนุนงบให้เดินทางเพิ่มขึ้นสมาคมก็เห็นด้วย

ส่วนการป้องกันการทุจริตจากโครงการที่จะออกมาใหม่ หากให้จองผ่านบริษัททัวร์ก็หาผู้รับผิดชอบไม่ยาก ภาครัฐตรวจสอบง่ายขึ้น ขณะที่การลงทะเบียนในโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 อีก 2 ล้านสิทธิ รัฐบาลจะกระตุ้นไทยเที่ยวไทยช่วงโลว์ซีซั่น และปิดช่องโหว่จากการทุจริต โดยเฟส 3 จะมีการตรวจสอบราคาห้องพัก จำนวนห้องพักในโรงแรมที่เข้าร่วม นอกจากนั้นจะมีการสแกนใบหน้าของผู้จองสิทธิที่เข้าพักในโรงแรม เพื่อยืนยันว่าบุคคลนั้นได้ไปในสถานที่แห่งนั้นจริง

เมื่อสัปดาห์ก่อนสมาคมพร้อมด้วย สทท.ร่วมกับ 3 สมาคมของสายการบินเดินทางไปยื่นเรื่องถึงนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อสนับสนุนให้มีมาตรการเปิดภูเก็ตในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ หากจะต้องการรับท่องเที่ยวต่างชาติที่มีปริมาณมากและได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว จะต้องเลือกพื้นที่ที่มีความพร้อม สามารถควบคุมได้ให้เป็นพื้นที่ตัวอย่าง หากนักท่องเที่ยวต่างชาติมาที่ภูเก็ตแล้วไม่มีปัญหาก็สามารถเดินทางไปจังหวัดอื่นๆ ได้ จากนั้นก็จะขยับไปเปิดในพื้นที่อื่นต่อไป

ทางเดียวที่จะทำได้ คนในพื้นที่จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดไม่น้อยกว่า 70% ขณะที่ในทางปฏิบัติอาจจะมีปัญหา แต่เชื่อว่าทุกภาคส่วนจะต้องทำให้ได้ โดยภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่าย หากมีการฉีดวัคซีนให้กับพนักงานในภาคธุรกิจต่างๆ รวมทั้งการจองวัคซีนจากโรงพยาบาลเอกชน

ก่อนที่จะเปิดเมืองที่ภูเก็ต ภาคธุรกิจท่องเที่ยวทุกฝ่ายขอให้ภาครัฐมีมาตรการเข้มงวดอย่าให้มีการระบาดในระยะที่ 3 หรือระยะที่ 4 ขอให้การฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง

เชื่อว่ารัฐบาลคงไม่ปล่อยให้มีการะบาดซ้ำอีก หากเปิดการท่องเที่ยวที่ภูเก็ตและจังหวัดอื่นได้ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ก็ถือว่าเป็นสัญญาณบวก เป็นคำตอบสุดท้ายทำให้ธุรกิจโรงแรมอยู่รอดได้และธุรกิจด้านท่องเที่ยวช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศได้ เพราะที่ผ่านมาในปี 2563 ถึงต้นปี 2564 ถือว่าไปถึงจุดต่ำสุดแล้ว แต่กว่าการท่องเที่ยวในประเทศจะฟื้นตัวกลับไปเหมือนในอดีตเทียบเท่าปี 2562 ก็ต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปี

ส่วนนักท่องเที่ยวที่เจาะจงในการเดินทางเข้ามาที่ภูเก็ตในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ รวมทั้งที่จะเข้ามาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ก็ชัดเจนแล้วโดยเลือกนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนแล้วจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำหรือปานกลาง เช่น ยูเครน จีน สิงคโปร์ ยูเออี อิสราเอล และรัสเซีย ส่วนใหญ่จะมาไทยด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำ

ขณะเดียวกันเมื่อมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยโดยไม่ต้องกักตัว ทางกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงท่องเที่ยวฯก็ต้องเริ่มเจรจา หากคนไทยหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติจากไทยจะไปประเทศอื่นก็ไม่จำเป็นต้องกักตัว

วนิชดา เรือนลูกศร
อุปนายกฝ่ายการตลาด สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ เจ้าของบริษัท รันเวลทัวร์พลัส เซอร์วิส จำกัด

เห็นด้วยกับข้อเสนอโครงการท่องเที่ยวคนละครึ่ง ที่จะให้ผู้ร่วมโครงการท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์ โดยจ่าย 50% อีก 50% รัฐบาลจ่ายสมทบ ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะขนาดโครงการทัวร์ทั่วไทยที่จ่าย 5,000 บาท แล้วนักท่องเที่ยวหักคืนได้ 40% ก็มีลูกค้าสอบถามกันเยอะมากว่าเริ่มหรือยัง เริ่มแล้วต้องทำอย่างไร เพราะทุกคนอยากออกไปเที่ยวกันมาก ถือว่าช่วยกระตุ้นท่องเที่ยวได้มากทีเดียว

ตอนโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ลูกค้าจะได้ค่าตั๋วเครื่องบินคืน 2,000 บาท ทางบริษัทก็จัดโปรแกรมให้สอดคล้องกับนโยบาย แต่มีความยุ่งยากมากเรื่องเบิกเงิน ซึ่งโครงการก็กลัวว่าเราจะรับเงินเฉยๆ แต่ไม่มีการเดินทางไปเที่ยวจริง หรือที่เรียกว่าขายแอพพ์ ยกตัวอย่าง ผู้ร่วมโครงการได้ 5,000 บาท เราหักไว้ 1,000 บาท แล้วให้ลูกค้าไปเลย 4,000 บาท โดยไม่มีการไปเที่ยว หากเราทำอย่างนั้นเราก็เสียชื่อ ดังนั้นต้องคัดเลือกผู้ประกอบการให้ดี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้องคัดกรอง เพื่อป้องกันการทุจริต

ทุกโครงการมีความเสี่ยงหมด แต่การทุจริตจากโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ก็เป็นบทเรียนที่จะป้องกันให้มากขึ้น จากที่มีโรงแรมโกงไปเยอะมาก แต่ด้วยปริมาณผู้ประกอบการที่เหลือน้อยลง ก็น่าจะกลัวและทำตรงไปตรงมามากขึ้น

ทุกวันนี้บริษัททัวร์ไม่มีทางเลือกมากนัก ตอนนี้ไม่มีต่างชาติ เราก็ปรับจัดโปรโมชั่น “แอ่วม่วนใจ๋” รับนักท่องเที่ยวไทย รัฐให้ยื่นเอกสารหรือต้องแสดงหลักฐานอะไรเราก็ทำเต็มที่ เพราะตอนนี้พนักงานก็เหลือน้อย ไม่มีกำลังทรัพย์มากพอที่จะหมุนเวียน การที่เราต้องออกเงินสำรองไปก่อนบางทีก็ไม่ไหว

ปัญหาเคยเกิดมาแล้วตอนที่ให้คืนเงินค่าตั๋วเครื่องบิน 30-40% หลังจากเดินทางภายใน 15 วัน ปรากฏว่านักท่องเที่ยว 10 คน จะมี 1-2 คน ที่ไม่ได้เงินคืน เราก็ไม่รู้ว่ามีเหตุผลอะไรที่เขาไม่ได้คืน ในเมื่อเราลงทะเบียนให้ลูกค้าทุกคนพร้อมกันหมด ก็โดนทวง โดนด่า เราก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปทวงเงินคืนที่ใคร เพราะเงินอยู่ที่รัฐบาล ทุกวันนี้ลูกค้าเดิมที่มีปัญหาไม่ยอมเดินทางไปเที่ยวกับบริษัทอีกเลย ก็ยังงงว่าปัญหามันเกิดจากตรงไหน

ส่วนโรดแมปที่เตรียมเปิดรับต่างชาติเข้าประเทศ เริ่มวันที่ 1 เมษายนนี้ ลดกักตัวเหลือ 7 วัน และทยอยปลอดล็อกเรื่อยๆ สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ และจะเปิดประเทศเต็มที่ในต้นปีหน้านั้น น่าจะดี เพราะฉีดวัคซีนมาเรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือ คนไทยในจังหวัดหรือเมืองนั้นๆ ต้องฉีดวัคซีนให้ได้มากอย่างน้อย 70% ของจำนวนประชากรด้วย เพราะไม่อย่างนั้นต่างชาติที่จะมาเขาก็จะกังวล

กฤษณา พรหมเกาะ
ผู้ประกอบการโรงแรมละไมวันทา
เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

ในฐานะผู้ประกอบการโรงแรมระดับ 3 ดาวนั้น ที่ผ่านมาโครงการเราเที่ยวด้วยกัน โรงแรมขนาดเล็กจะไม่ค่อยได้ประโยชน์มากนักเพราะผู้ที่มีกำลังซื้อต้องการพักโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป ระดับ 3 ดาวลงมาจะไม่ค่อยอยากพัก เพราะว่ารัฐจ่ายให้ 40% คนที่ร่วมโครงการจ่ายเอง 60% ซึ่งจ่ายสูงสุดก็ไม่เกิน 4,500 บาท ก็ได้พักห้องพักที่ดี ในราคาที่รัฐอุดหนุน ขณะที่โรงแรมระดับ 3 ดาว ซึ่งราคาห้องพักปกติจะอยู่ที่ 2,500-3,000 บาท เมื่อรัฐช่วยจ่าย 40% ลูกค้าจ่ายน้อยก็จริง แต่เมื่อเทียบกับราคาลูกค้าจะเลือกพักโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไปมากกว่า

แต่ถ้ารัฐมีโครงการเที่ยวคนละครึ่ง ลูกค้าซื้อผ่านบริษัททัวร์ ผู้ร่วมโครงการจ่าย 50% และรัฐช่วยจ่าย 50% น่าจะเป็นผลดีต่อบริษัททัวร์และโรงแรม เพราะว่ารัฐจ่าย 3 วัน 2 คืน จะกำหนดเวลาให้พักเลย ถ้าไม่เกิน 5,000 บาท 3 วัน 2 คืน ก็จะตกอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาท โรงแรมเล็กๆ ก็จะได้อานิสงส์ตรงนี้ด้วย

ส่วนที่หลายคนกลัวกันว่าจะมีการทุจริตเหมือนโครงการเราเที่ยวด้วยกันนั้น ที่ผ่านมารัฐน่าจะเห็นช่องโหว่แล้วว่าสาเหตุที่โกงกันได้เกิดจากอะไร เชื่อว่ารัฐก็น่าจะหาหนทางอุดช่องโหว่ได้ ดังนั้นมีโครงการนี้ดีกว่าไม่มีแน่นอน ซึ่งเกาะสมุย ผ่านมาปีกว่าแล้วที่ยังไม่มีนักท่องเที่ยว ไม่ว่าโครงการอะไรมาก็อยากให้เรามีส่วนได้รับผลประโยชน์ในตรงนี้บ้าง เอื้อกับโรงแรมขนาดเล็กบ้าง

สำหรับโรดแมปเปิดประเทศรับต่างชาตินั้น เกาะสมุยเป็นเมืองขนาดเล็กเมื่อเทียบกับภูเก็ต เกาะสมุยมีการทำ ALSQ เพื่อกักตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา อย่างไรก็ตาม เดือนเมษายนนี้ เกาะสมุยจะได้รับวัคซีนป้องกันโควิด 5 หมื่นโดส และจะเริ่มฉีดวันที่ 1-7 เมษายน ผู้ประกอบการทุกคนต่างดีใจที่ทุกคนจะปลอดภัย นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวก็ปลอดภัย จากนั้นก็ค่อยๆ เปิดการท่องเที่ยว โดยกักตัวน้อยลง และไม่ต้องกักตัวต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon