เฉลียงไอเดีย : ทายาทรุ่น 3 ภัทรประสิทธิ์ ‘ปณาลี’ รับไม้ต่อพัฒนา‘ตลาดสี่มุมเมือง’ ตลาดค้าส่งผัก-ผลไม้-เนื้อสัตว์ระดับเอเชีย

มีนัดหมายสัมภาษณ์ “น้ำ-ปณาลี ภัทรประสิทธิ์” ทายาทรุ่นที่ 3 ตลาดสี่มุมมอง มาตั้งแต่ปี 2563 แต่ต้องแคล้วคลาดมาตลอด เพราะโควิด-19 กำลังระบาดหนัก จนล่าสุดได้รับโอกาสจากคุณน้ำ มาเยี่ยมเยือนและให้สัมภาษณ์ถึงบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน)

เธอบอกว่าเพิ่งเข้ามาช่วยพ่อ คือคุณประพันธ์ ภัทรประสิทธิ์ บริหารตลาดสี่มุมเมืองได้ประมาณ 2 ปี เป็นจังหวะที่เจอสถานการณ์โควิด-19 ถือเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายและได้เรียนรู้เยอะมาก เป็นประสบการณ์ที่หาแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วสำหรับการบริหารบนภาวะวิกฤต หรือ crisis management การจัดการภาวะวิกฤตกับคน 5 หมื่นคนในตลาดสี่มุมเมืองที่ถือเป็นห่วงโซ่อาหารตั้งแต่ต้นทางถึงปลายน้ำ จากเกษตรกรผู้ปลูกสู่ผู้บริโภคตามบ้าน คงไม่สามารถเรียนรู้จากที่ไหนได้อีก การสื่อสารชัดเจน บอก direction ตรงจุด คือสิ่งจำเป็น ช่วยทำให้งานที่ต้องประสานกับภาครัฐทำได้รวดเร็ว

“เป็นความโชคดี เรากับภาครัฐคือผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี มีทิศทางตรงกันคือ ห้ามปิดตลาด ทำให้โจทย์การทำงานชัดเจนว่าต้องทำอย่างไรไม่ให้ตลาดโดนปิด ต้องยกระดับมาตรการความปลอดภัยเข้มข้น ทำบิ๊กคลีนนิ่งทุกวัน และโชคดีข้อสอง คือมีทีมสาธารณสุขที่แข็งแกร่งมากและพร้อมรับฟัง เมื่อได้รับโจทย์ที่มัน extreme มากไปจนไม่สามารถปฏิบัติได้ เมื่อได้คุยกันสาธารณสุขเข้าใจและยอมให้ปรับแก้เพื่อให้ปฏิบัติร่วมกันได้ จนเกิดความสมดุลในจุดหมายเดียวกันที่สำคัญที่สุดคือ ต้องเซฟชีวิตคน แต่การใช้ชีวิต ความจำเป็นด้านเศรษฐกิจก็ยังต้องไปได้ด้วย ซึ่งที่ผ่านมา เราค่อยๆ เรียนรู้จากโควิด และปรับแก้ไขจากเวฟ 1 สู่เวฟ 2 เวฟ 3 เกิดการสมดุลของการดำรงชีวิตมากขึ้น นี่คือวิธีรับมือ การสื่อสารกับคนหมู่มาก สิ่งสำคัญคือสื่อให้รู้ว่า nextstep และ direction คืออะไร ถ้าไม่ชัดเจนมันจะเกิด rumors (ข่าวลือ) มากมาย การสื่อสารที่ชัดเจนคือสิ่งสำคัญที่สุด”

แอบกระซิบถามถึงงบประมาณป้องกันตลาดปิด เพราะนอกจากยกระดับมาตรการความปลอดภัยในตลาด ซื้อวัคซีนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับตลาดได้รับอย่างทั่วถึงแล้ว ยังทำโรงพยาบาลสนามอีกด้วย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดอนเมืองพัฒนา จำกัด ขอไม่พูดถึงตัวเลข เพราะทิศทางของผู้บริหารตลาดตอนนั้นคือต้องช่วยกันกับประเทศ ช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาลที่กำลังหนักอึ้ง ช่วยชุมชนโดยรอบตลาดให้รอด ปลอดภัย ช่วยให้เกษตรกรยังมีที่ขายของได้ ช่วยให้ผู้บริโภคในกรุงเทพฯและปริมณฑลยังพึ่งพาผัก-ผลไม้จากตลาด การบริโภคไม่ขาดแคลน นี่คือ direction ของเรา

ตลาดสี่มุมเมืองจึงผ่านวิกฤตโควิดมาได้ในทุกเวฟ คุณน้ำบอกว่า ตลาดสี่มุมเมืองก็มีเจอโควิด แต่เพราะมีขนาดพื้นที่ใหญ่มาก เป็นพื้นที่ outdoor อากาศสามารถถ่ายเทได้ดี จึงไม่ได้ปิดทั้งตลาด ปิดเฉพาะโซนที่จำเป็นต้องปิดเท่านั้น เพราะเราเป็นตลาดค้าส่ง กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า รถเร่ รถพุ่มพวงยังต้องทำอาชีพเพื่อการดำรงชีวิตต่อไป ขณะที่กลุ่มต้นน้ำอย่างเกษตรกรก็ยังปลูกผัก-ผลไม้ส่งเข้าตลาดในปริมาณเท่าเดิม

เพียง 2 ปีที่เข้ามาบริหาร รับผิดชอบดูแลงานด้านพัฒนาธุรกิจและการตลาด ก็ต้องมาเจอ “งานเข้า” เป็นประสบการณ์ใหม่ของประเทศที่ไม่เคยเจอมาก่อน แต่คุณน้ำสามารถรับมือและผ่านมาได้อย่างสวยงาม

เมื่อย้อนดูเส้นทางก่อนมาช่วยคุณพ่อบริหารตลาดสี่มุมเมือง ก็ไม่แปลกใจ ว่าทำไมถึง “เอาอยู่”!

ไล่เลียงตั้งแต่การศึกษา จบปริญญาตรีที่ Columbia University ด้าน Sustainable Development และ Business Management และยังได้รับรางวัล OMA Graduation Cord รางวัลที่มอบให้บัณฑิตที่มีความมุ่งมั่น โดดเด่นในด้านทางความยุติธรรมทางสังคม, ส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม และเป็นผู้นำของมหาวิทยาลัย รวมถึงมีความเป็นเลิศด้านวิชาการและการอุทิศตนเพื่อสังคม ต่อด้วยปริญญาโท MBA จาก Harvard Business School

ส่วนเส้นทางการทำงาน ชิมลางด้วยการทำแบรนด์เครื่องประดับ NEON RINGS โดยเป็นทั้งผู้ก่อตั้งและบริหาร จนปัจจุบันกลายเป็นแหวนรุ่นของ Cheltenham Ladies’ College ประเทศอังกฤษ College ที่น้ำเรียนอยู่ในระดับมัธยมศึกษา หลังจากนั้นได้เข้าฝึกงานด้าน Marketing/Customer Relations Management ที่ Barneys New York ก่อนจะบินกลับมาประเทศไทย โดยเคยทำงานที่บริษัท เอ็มโพเรียม ช้อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ จำกัด ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาด-Lifestyle & Beauty และบริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย โฮลดิ้ง จำกัด ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ บริหารแบรนด์ กระทั่งคุณพ่อดึงตัวมาช่วยงานที่ตลาดสี่มุมเมือง

ปัจจุบันตลาดสี่มุมเมืองได้ขยายพื้นที่จนเต็มศักยภาพ 350 ไร่ ถือเป็นตลาดส่งผักที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดยกำลังพัฒนาโซนตลาดปลาตามแผนที่วางไว้คือขยายโซนเนื้อสัตว์ให้ใหญ่ สะอาด และทันสมัยยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาโซนคอนเทนเนอร์รับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศให้ใหญ่ขึ้นเช่นกัน และยังมีแผนจะพัฒนาโซนใหม่ แต่คุณน้ำขออุบไว้ก่อนว่าโซนใหม่จะเป็นอะไร

ที่กล่าวมาเป็นหนึ่งในแผนงานที่คุณน้ำเข้ามา บริหารงาน โดยมีเป้าหมายคือยกระดับตลาดแห่งนี้เป็น Hub หรือศูนย์กลางค้าส่งผักผลไม้ชั้นนำของอาเซียน โดยมีหลายโครงการที่ทำแล้ว อย่าง อาคารรถผัก เป็นอาคารผู้ค้าและเกษตรกรนำรถเข้ามาขายผักกว่า 1,500 คันต่อวัน โดยจัดเป็นรอบ รอบละ 3 ชั่วโมง แบบตีตั๋วเข้ามา คิดราคา 400 บาทต่อรอบสำหรับ รถ 4 ล้อ และ 1,200 บาทต่อรอบสำหรับรถ 6 ล้อ “อาคารรถผักยังไม่มีที่ไหน ทั้งในไทยและเอเชียเคยทำ ถือเป็นหัวใจของตลาด เพราะรถเหล่านี้จะกระจายผักไปยังแผงค้าและกระจายออกไปตามที่ต่างๆ” คุณน้ำกล่าว และว่า เรายังเป็นตลาดมะม่วงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีรถพุ่มพวง (รถกับข้าว) เข้ามาใช้บริการมากที่สุดในประเทศ ประมาณ 1,000 คันต่อวัน

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายโครงการที่กำลังดำเนินงาน ได้แก่ โครงการพิกัดรถเร่ บน Google Map เริ่มดำเนินการในช่วงการระบาดของโควิด รัฐบาลประกาศล็อกดาวน์ จึงทำระบบให้เชื่อมต่อระหว่างรถเร่กับประชาชนที่อยู่ตามบ้าน สามารถส่งเสบียงได้ถึงบ้าน ซึ่งปัจจุบันได้ต่อยอดโครงการนี้เพื่อทำให้เครือข่ายเข้มแข็งมากขึ้น, มีการพัฒนาระบบเก็บข้อมูลต่างๆ ทั้งข้อมูลประเภทสินค้า ราคา ผู้ค้าและผู้ซื้อ เพื่อวางระบบวิเคราะห์ข้อมูล, ยกระดับมาตรฐานสินค้า โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย มีการสุ่มตรวจผัก-ผลไม้ 300 ชนิดต่อวัน ในห้องแล็บ ด้วยเครื่องมือที่ได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และการสานต่อพันธกิจของตลาดสี่มุมเมือง ในเรื่องการให้ความสำคัญกับลูกค้า โดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ต่อยอดเป็นโครงการครอบครัวสี่มุมเมือง โดยยังคงให้ความสำคัญกับเกษตรกร ผู้ค้า ผู้ซื้อ ภายใต้คุณภาพที่มีมาตรฐาน เชื่อถือได้ และซื้อขายในราคาที่เป็นธรรม

โครงการที่ทำอยู่นี้และจะทำต่อไปในอนาคต ส่วนหนึ่งเป็นการปรับตัว หนีจากการ disruption ด้วย ซึ่งคุณน้ำบอกว่าถือเป็น 1 ใน 2 ข้อที่ให้ความใส่ใจเพื่อปิดจุดอ่อน “disruption technology ยังไงก็มา แม้ว่าจะไม่เร็วเท่า segment อื่น แต่ก็มา เพราะงั้นจึงต้องมาดูว่าจะนำเทคโนโลยีเข้ามายังไงให้ต่อยอดธุรกิจ อย่างการทำออนไลน์ เดลิเวอรี่เพื่อตอบโจทย์ผู้ซื้อ อย่างคอนวีเนียนสโตร์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ธุรกิจนี้เราไม่ถือเป็นคู่แข่ง แต่เห็นเป็นพาร์ตเนอร์มากกว่า หรืออย่างแพลตฟอร์ม ออนไลน์ อนาคตจะเข้ามาร่วมมือกันยังมากกว่า เพราะถึงที่สุดแล้ว แม้ออนไลน์เกิด แต่ตลาดกลางในหลายๆ ประเทศ แม้แต่ประเทศพัฒนากว่าเรา อย่างจีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เกาหลีใต้ ก็ยังมีอยู่ และอีกข้อที่ให้ความสำคัญคือ จะต่อยอดให้ Business Growth ต่อไปอย่างไร หลังจากพัฒนาตลาดสี่มุมเมืองจนเต็มศักยภาพแล้ว”

เชื่อว่าจุดอ่อนทั้งสองประการดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่คุณน้ำจะจัดการไม่ได้ “แม้แต่ partner ญี่ปุ่นยังยกนิ้วให้ ร้อง ‘ว้าว’ เมื่อได้มาดูตลาดสี่มุมเมือง” คุณน้ำเล่าให้ฟังอย่างภาคภูมิและมั่นใจว่า ตลาดสี่มุมเมืองเป็น One of the Best ไม่ด้อยกว่าตลาดไหนในโลก

การเติบโตของตลาดสี่มุมเมืองในมือทายาทรุ่น 3 จะมีทิศทางไปยังไงต่อเป็นเรื่องที่น่าติดตาม เพราะเธอมีภาพในหัวแล้วว่า next step อาจจะหนึ่งใน tourist destination เมื่อสถานการณ์ในประเทศพร้อม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon