‘บิทคอยน์’ เงินดิจิทัล เขย่าโลก

REUTERS/Dado Ruvic/File Photo

บิทคอยน์ สกุลเงินใหม่ล่าสุดมาแรงในขณะนี้ กำลังเป็น ที่พูดถึง ในแง่มุมต่างๆ ทั้งบวกและลบ เนื่องจากนิยม แพร่หลาย เริ่มได้รับการยอมรับในประเทศต่างๆ ตามกระแสทิศทางโลกยุคดิจิทัล

ทั้งนี้ สกุลเงินดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี่) หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า เหรียญ หรือ คอยน์ นั้น คล้ายกับเงิน หรือสกุลเงินทั่วไป ที่สามารถนำมาแลกเปลี่ยนกับสกุลเงินที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน นำมาชำระค่าสินค้าและบริการได้ แต่มีลักษณะพิเศษบางประการ และอะไรต่อมิอะไรต่างออกไป อย่างเช่น ไม่สามารถจับต้องได้ เป็นรูปธรรม เหมือนเหรียญ ธนบัตร สกุลเงินหลักทั่วๆ ไป

ปัจจุบันมีคอยน์กว่า 1,300 สกุลเงินที่ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นมาบนเทคโนโลยีบล็อกเชน

บล็อกเชนนี้เองจะเป็นตัวกลางตรวจสอบและยืนยันว่า คอยน์ เหล่านี้เป็นของจริง การซื้อขายแลกเปลี่ยนคอยน์ทำได้โดยตรงไม่ต้องผ่านตัวกลางอื่น เช่น ธนาคาร หรือร้านรับแลกเปลี่ยนเงิน รวมทั้งไม่ต้องมีหน่วยงานควบคุมดูแล หรือมีธนาคารกลางตั้งทุนสำรอง เมื่อ คอยน์เหล่านี้เข้าสู่ระบบการเงินแต่อย่างใด

สกุลเงินแรกที่ถูกคิดค้นพัฒนาและเป็นสกุลเงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ “บิทคอยน์” ด้วยความจำกัดของจำนวนบิทคอยท์ ต้นทุนและความยากในการขุดคอยน์ใหม่ ทำให้บิทคอยน์ เป็นที่ต้องการของตลาดผ่านการซื้อขาย มูลค่าของบิทคอยน์จึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน 1 บิทคอยน์ มีมูลค่ากว่า 18,699 ต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดคร่าวๆ เทียบกับค่าเงินบาทไทยปัจจุบันที่ 32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ 1 บิทคอยน์

จะมีมูลค่ากว่า 607,717 บาทเลยทีเดียว

ขณะนี้ สหรัฐ แคนาดา ญี่ปุ่น และประเทศในยุโรป เป็นต้น ยอมรับการใช้บิทคอยน์ทั่วไปแล้ว สำหรับในไทย ความนิยมเรื่องบิทคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่นเพิ่มขึ้น แต่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ได้ประกาศรองรับว่า บิทคอยน์ เป็นเงินที่สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายไทย และกรณีเกิดความเสียหายจากการใช้บิทคอยน์ก็อาจไม่ได้รับการคุ้มครองจากทางการ รวมทั้งมูลค่าของบิทคอยน์อาจจะมีความผันผวนเปลี่ยนแปลงเร็ว และยังเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมได้

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจ ข้อควรระวังและปัจจัยเสี่ยงการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลให้กับนักลงทุนและประชาชนทั่วไป เพราะเริ่มเห็นการชักชวนให้ลงทุนเก็งกำไรในบิทคอยน์

กรณีนี้ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเตือนว่า บิทคอยน์เป็นสิ่งที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ แต่กฎหมายไทยไม่รับรอง การเคลื่อนไหวของราคาที่มีความผันผวนสูงมากขึ้นลงมากกว่า 10% จึงไม่ใช่สินค้าทั่วไปแต่เป็นการเก็งกำไร ขอเตือนประชาชนอย่าลงทุนเพราะถือเป็นลักษณะของการพนัน

ขณะที่ นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท. เคยให้สัมภาษณ์ว่า ธปท. อยู่ระหว่างการศึกษาบิทคอยน์ และสกุลเงินดิจิทัล ผู้ที่สนใจลงทุนต้องระมัดระวังและต้องเข้าใจความเสี่ยงด้วยว่ามีอะไรบ้าง

ข้อมูลจาก สยามบล็อกเชน เว็บไซต์ให้ความรู้และข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลและบล็อกเชน ระบุว่า สกุลเงินดิจิทัลที่คนไทยใช้มากที่สุด คือ บิทคอยน์ อีเทอเรียม ไลท์คอยน์ ริบเปิ้ล ตามลำดับ แต่การนำมาใช้ในการซื้อขายสินค้าและบริการยังมีน้อยมาก ด้วยข้อจำกัดที่ไม่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย ทำให้ไม่มีร้านค้าและบริการรับชำระ แต่มีบางร้านค้าในไทย เช่น ร้านลิ้มเหล่าโหงว ประกาศรับชำระเงินด้วยบิทคอยน์

ปัจจุบัน ส่วนใหญ่ที่ใช้สกุลเงินดิจิทัล ก็เพื่อการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนเป็นหลัก จนเป็นที่มาที่กลุ่มมิจฉาชีพนำกลโกงต่างๆ มาใช้อ้างอิงสกุลเงินดิจิทัลเพื่อหลอกลวง เช่น สร้างสกุลเงินดิจิทัลปลอม เว็บซื้อขายสกุลเงินปลอม หลอกให้ทำธุรกรรมโดยใช้สกุลเงินดิจิทัล การซื้อหรือเช่าการขุดคอยน์ผ่านออนไลน์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการนำผลิตภัณฑ์การเงินการลงทุนอื่นๆ มาเชื่อมสกุลเงินดิจิทัลเพื่อชักจูงให้นักลงทุนและประชาชนหลงเชื่อเข้ามาลงทุนโดยโฆษณาชวนเชื่อว่าจะได้ผลตอบแทนสูงมาจูงใจ คล้ายกับการชักชวนลงทุนแบบแชร์ลูกโซ่ส่งผลให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง อย่างกรณีล่าสุดเว็บให้บริการแลกเปลี่ยนบิทคอยน์ของไทย ภายใต้ชื่อ CoinBx เปิดให้บริการเมื่อราวเดือนสิงหาคม แต่ประกาศจะหยุดให้บริการภายในวันที่ 18 ธันวาคม 2560 นักลงทุนสามารถถอนการลงทุนออกจากระบบโดยต้องแลกเปลี่ยนกับค่าเงินบาท ซึ่งระบุไว้ 1 บิทคอยน์เท่ากับ 536,847 บาท แต่อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 600,000 บาทต่อ 1 บิทคอยน์ ถือเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเช่นกัน

นายปรมินทร์ อินโสม ผู้ร่วมก่อตั้งซีคอยน์ (สกุลเงินดิจิทัล) และเจ้าของบริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด มองว่า เป็นสัญญาณที่ดีที่ทางการออกมาเตือนการใช้สกุลเงินดิจิทัล หากดูสถานการณ์ปัจจุบันนักลงทุนในบิทคอยน์ส่วนใหญ่เป็นรายย่อย อายุตั้งแต่ 18-35 ปี อาจจะไม่ฟังเสียงเตือนมากนัก เพราะราคาบิทคอยน์ยังเพิ่มขึ้นสูง ต่อวันคาดว่ามูลค่าการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลไทยจะอยู่ที่ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 700 กว่าล้านบาท นอกจากกลุ่มที่เข้ามาลงทุนเพื่อหาผลตอบแทน ยังมีกลุ่มที่เชื่อมั่นในเทคโนโลยีและเห็นโอกาสการเติบโต จึงคาดว่ามูลค่าการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลไทยจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ขณะที่ นายสมคิด จิรานันรัตน์ รองประธาน บริษัท กสิกร บิซิเนส เทคโนโลยี กรุ๊ป จำกัด หรือ เคบีทีจี ในเครือธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยยังไม่มีนโยบายจะดำเนินการเรื่องนี้ในตอนนี้ ส่วนกรณี ธปท.กังวลเรื่องการสกุลเงินดิจิทัลผูกกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินและชักชวนให้ลงทุน ขณะนี้ก็เห็นอยู่บ้างเป็นในรูปแบบการเสนอขายหน่วยเงินดิจิทัลให้กับประชาชนทั่วไป หรือ initial coin offerings (ICO) คล้ายกับ Initial Public Offering(IPO) หรือการเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก เพียงแต่เปลี่ยนจากหุ้นเป็นคอยน์ โดยบริษัทเปิดใหม่หรือสตาร์ตอัพที่ยังไม่มีผลประกอบการแต่ให้ข้อมูลและระดมทุนผ่าน ICO โดยใช้สกุลเงินดิจิทัล สร้างโอกาสการเข้าถึงระบบการเงิน แต่คนเข้ามาลงทุนต้องมีความรู้ความเข้าใจ เห็นประโยชน์และรู้ว่าข้อดีข้อเสียคืออะไร เป็นเรื่องที่แต่ละบุคคลต้องตัดสินใจเอง หากเข้าไปลงทุนด้วยความรู้สึกว่าสามารถเก็งกำไรได้โดยที่ไม่มีความรู้เลยก็อันตรายและอาจจะทำให้เกิดความเสียหายได้

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (อีไอซี) ธนาคารไทยพาณิชย์ มองว่าอาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่สกุลเงินดิจิทัลจะเข้ามาแทนที่เงินสกุดดั้งเดิม เพราะมูลค่าตลาดยังเล็กและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้การนำสกุลเงินดิจิทัลไปใช้ในวงกว้างยังคงไม่ได้รับความเชื่อมั่นนัก

มุมมองของภาครัฐและธนาคารกลางในแต่ละประเทศยังถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญต่อความเชื่อมั่นของสกุลเงินดิจิทัล ประเทศส่วนใหญ่ยังไม่มีการออกกฎระเบียบชัดเจน เนื่องจากมองเป็นเพียงสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่มีมูลค่าในตัวเอง

ส่วนของไทยยังไม่มีการรองรับสกุลเงินดิจิทัลให้เป็นสกุลเงินที่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย และมีข้อแนะนำให้ประชาชนตระหนักถึงความเสี่ยงของการถือครองสกุลเงินดิจิทัล อย่างไรก็ตาม หน่วยงานกำกับดูแลของไทยยังคงให้ความสนใจในเทคโนโลยีเบื้องหลังอย่างบล็อกเชนที่มีจุดเด่นด้านการตรวจสอบข้อมูลอย่างโปร่งใสมากกว่า

ดังนั้น อนาคตที่จะเห็นการใช้สกุลเงินดิจิทัลที่แพร่หลายในไทยจึงยังต้องติดตามต่อไปว่าความชัดเจนจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อนายกรัฐมนตรีได้ออกมาสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งทำความรู้ความเข้าใจ สกุลเงินดิจิทัล ที่ร้อนแรงที่สุดอยู่ในขณะนี้

สกุลเงินดิจิทัลนวัตกรรมทางการเงินใหม่

ที่ก้าวหน้าเป็นมิติใหม่แห่งโลกการเงิน แต่ก็เต็มไปด้วยคำถาม ความเสี่ยง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้FUTURE PERFECT : 10 เทรนด์เทคโนโลยีที่จะ ‘มา’ ในปี 2018 : ทีปกร วุฒิพิทยามงคล
บทความถัดไป‘น้ำฝน-พัชรินทร์’ ร่วมฝากบ้านไว้กับตำรวจ ดูแลความปลอดภัยช่วงเทศกาลปีใหม่