“กรมฯสหกรณ์”เตรียมลงพื้นที่แจงปัญหาสหกรณ์ครูเลย29พ.ย.นี้  พร้อมเร่งดำเนินการชำระหนี้ฯ-เอาผิดกรรมการชุดเก่า

จากกรณีตัวแทนครูเกษียณเข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม จ.เลย หลังพบเงินฝากในสหกรณ์ออมทรัพย์ครู กรมสามัญศึกษาจ.เลยมีภาพเป็นศูนย์ เนื่องจากสหกรณ์ฯ ขาดทุนจากการนำเงินไปลงทุนซื้อล็อตเตอรี่ ทำให้ครูเกษียณที่ต้องการถอนหุ้นสหกรณ์ได้รับผลกระทบ

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนานแล้ว โดยสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเลยนำเงินไปลงทุนในบริษัทล็อตเตอรี่ ตั้งแต่ปี 2553 ความคืบหน้าในขณะนี้ทางสหกรณ์อยู่ระหว่างการติดตามทรัพย์ และการติดตามสภาพหนี้ว่าการฟ้องดำเนินคดีไปถึงขั้นไหนแล้ว ขณะเดียวกันก็ได้ตั้งสำรองทางบัญชีขึ้น อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้ทางสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเลย ส่งเรื่องสรุปมาที่ส่วนกลางว่าจะเข้าไปดำเนินการ และเยียวยาสมาชิกที่ได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง

“ที่ประชุมใหญ่แจ้งให้สมาชิกทราบทุกปี แต่สมาชิกบางส่วนอาจจะไม่เข้าใจ ซึ่งในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ ทางผู้ตรวจราชการจะลงไปทำเข้าใจและชี้แจ้งกับสมาชิกสหกรณ์ว่าใครที่ทำให้สหกรณ์เสียหายบ้าง ซึ่งก็จะเร่งให้นายทะเบียนจัดการในส่วนนั้น ทั้งนี้สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น เป็นเพราะสหกรณ์นำเงินไปลงทุนซื้อล็อตเตอรี่มาขาย แต่ทำไม่ชอบ เป็นการนำเงินที่ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์และขัดกับกฎหมาย ไม่เป็นไปตามข้อบังคับของสหกรณ์ เมื่อทราบเรื่องทางกรรมการก็สั่งให้หยุดและดำเนินการในทันที โดยฟ้องร้องบริษัทล็อตเตอรี่ รวมถึงไล่เบี้ยกับกรรมการชุดเก่าให้รับผิดชอบ” นายพิเชษฐ์กล่าว

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ครู กรมสามัญศึกษา ขาดทุนสะสมตั้งแต่ปี 53-54 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ทำให้ขาดทุนสะสมประมาณ 800 ล้านบาท เนื่องจากนำเงินไปซื้อล็อตเตอรี่ ซึ่งการดำเนินการในขณะนี้ได้ฟ้องร้องทางบริษัทและยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาด แต่ในขณะนี้ที่ดินส่วนใหญ่ที่ยึดทรัพย์มายังขายทอดตลาดไม่ได้ มีเพียงที่ดินบางแปลงที่ขายไปได้แล้ว ทำให้ฐานะของสหกรณ์ยังขาดทุน ซึ่งเมื่อใดที่สามารถขายทรัพย์สินที่ยึดมาได้บางส่วน และดำเนินธุรกิจประจำปีที่มีกำไรประมาณ 7-8 ล้านบาทต่อปี กำไรก็ถูกหักล้างกับเงินขาดทุนสะสม

“ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เร่งรัดให้ทางสหกรณ์ดำเนินการแก้ไขปัญหาใน 2 ด้าน ประกอบด้วย 1.ขายชำระหนี้สินให้เสร็จเรียบร้อย และ 2.การดำเนินคดีกับกรรมการชุดเก่าที่ทำความเสียหายขึ้น ส่วนการเยียวยาสมาชิก แนวทางที่คณะกรรมการสหกรณ์เคยหารือกันคือ จะให้สมาชิกที่เกษียณอายุกู้เท่ากับจำนวนหุ้นที่อยู่ในสหกรณ์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นจะต้องใช้เวลาหลายปีกว่าที่ฐานะสหกรณ์จะกลับคืนมาหรือไม่ขาดทุน ส่วนสภาพคล่องของสหกรณ์ในขณะนี้ ทางสหกรณ์สามารถกู้ยืมเงินจากธนาคารได้ รับฝากเงินจากสหกรณ์ด้วยกันได้ เพื่อดำเนินธุรกิจ” นายวิศิษฐ์กล่าว

นายวิศิษฐ์กล่าวว่า แต่ในส่วนสมาชิกที่อยากลาออกจากสหกรณ์ ไม่สามารถลาออกได้ เนื่องจากสมาชิกที่ถือหุ้นในสหกรณ์ถือว่าเป็นเจ้าของสหกรณ์ด้วย เงินที่ลงทุนไปเหมือนเงินที่ทำธุรกิจร่วมกัน มีกำไรได้เงินปันผล แต่ถ้าขาดทุนก็ต้องรับผลขาดทุนร่วมกัน ซึ่งปัจจุบันข้าราชการเกษียณที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ประมาณ 200 ราย จากจำนวนสมาชิกทั้งหมด 3,000 ราย อย่างไรก็ตามในกรณีเงินฝากสหกรณ์ สมาชิกสามาถถอนและกู้ยืมได้ตามปกติ เนื่องจากเป็นเงื่อนไขสัญญาฝากทรัพย์

“สมาชิกที่เกษียณอายุราชการที่ต้องการลาออก เช่น มีหุ้นอยู่ 200,000 หุ้น มีหนี้ 500,000 บาท ซึ่งต้องการจะหักกลบลบหนี้ โดยชำระให้ทางสหกรณ์อีก 300,000 บาท ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากแยกส่วนกัน ขณะนี้สหกรณ์ขาดทุน เงินหุ้นของสมาชิกหมดไปจากกรณีกรรมการชุดเก่าดำเนินกิจการผิดพลาด ทำให้เกิดความเสียหายกับสหกรณ์ เพราะฉะนั้นต้องทำความเข้าใจกับสมาชิกว่า ยังไม่สามารถลาออกได้ในตอนนี้ แต่อาจจะให้ชำระเท่ากับยอดหุ้น แล้วยุติหรือพักหนี้ไว้แค่นี้ก่อน รวมถึงแนวทางการผ่อนแบบถูกๆ เช่น ผ่อนเดือนละ 500 บาท เป็นต้น เมื่อบัญชีสหกรณ์กลับมาปกติ สมาชิกก็สามารถหักกลบลบหนี้ส่วนที่เหลือได้ ซึ่งทางกรมฯ ก็พยายามจะเยียวยาในลักษณะนี้” นายวิศิษฐ์กล่าว

บทความก่อนหน้านี้ดวงท่านวันนี้ 28 ตุลาคม 2561 : โดย สมชาย เกียรติ์ภราดร(คลิป)
บทความถัดไป‘เดชาพล-ทรัพย์สิรี’ พลาดท่าพ่ายคู่โสมขาว ชวดเข้าชิงศึกตบลูกขนไก่ ‘เฟร้นช์ โอเพ่น’