อาคม เผย ICAO ชื่นชมไทยแก้ปัญหาการบินเต็มที่ ชี้ไทยเป็นฮับเอเชียแปซิฟิก

บิ๊กตู่ ถก ICAO ชื่นชมไทยจริงจังแก้ปัญหา สั่ง ปรับแผนการทำงานให้กระชับ เห็นผลใน 6 เดือน

เมื่อเวลา 10.30 วันที่ 10 มิถุนายน นาย Arun Mishra ผู้อำนวยการสำนักงานสาขาองค์การการบินพลเรือนระหว่างปรเทศประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ICAO) เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เผยภายหลังการหารือว่า วันนี้เป็นการหารือเพื่อแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องเกี่ยวกับการบินพลเรือนของไทย ซึ่ง ICAO ได้ปักธงแดงแก่ประเทศไทยไว้ ทั้งนี้ ICAO 1.ชื่นชมการทำงานของรัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหา 2. ICAO ได้ชื่นชมอุตสาหกรรมการบินของไทย ที่ถือว่าใหญ่ระดับถูมิภาค เสริมสร้างการท่องเที่ยวให้เกิดการท่องเที่ยวในภูมิภาค หากแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนของไทยได้ ก็จะยกระดับการท่องเที่ยว เพราะมีหลายสายการบินที่ต้องการบินในเส้นทางในประเทศไทย 3.การแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา ICAO เห็นว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี และต้องการเร่งรัดให้มีแนวทางการแก้ไขปัญหาที่กระชับ โดยกระทรวงคมนาคม และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) จะได้ทำงานอย่างเต็มที่ และแก้ไขปัญหาที่ ICAO แนะนำได้อย่างรวดเร็ว 4.พล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ไปปรับแผนเพื่อแก้ไขปัญหาให้มีความกระชับ เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมใน 6 เดือน

นายอาคม กล่าวว่า นอกจากนี้ ICAO ยังได้ชื่นชมที่รัฐบาลได้สนับสนุน ทั้งบุคลากร งบประมาณ เพื่อแก้ไขปัญหา และจากนี้รัฐบาลจะมุ่งมั่นในการใช้บุคลากรที่มีการแยกองค์กรออกมาใหม่ก่อนหน้านี้ ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ขณะที่ ผอ.ICAO ระบุว่าพร้อมที่จะสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาของไทย ซึ่งขณะนี้ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาช่วยเหลือให้คำแนะนำกับเจ้าหน้าที่ของไทยแล้ว 7-8 คน ซึ่งจะทำให้เราเดินไปในทิศทางที่ถูกต้องไม่ล่าช้า ทั้งนี้ ในส่วนของการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้เห็นชอบ จ้างคณะที่ปรึกษาจากประเทศอังกฤษ โดยส่งผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องของสายการบิน เข้ามาทำงานร่วมกับคณะของไทย นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาผู้ตรวจสอบ โดยได้รับความอนุเคราะห์จากกองทัพอากาศ โดยรัฐบาลได้อนุมัติงบในการฝึกอบรมให้ ซึ่งมีทั้งหมด 17 คน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเทศไทยต้องการผู้ตรวจสอบทั้งหมดเท่าไหร่ นายอาคม กล่าวว่า เป็นไปตามสัดส่วนของแผนพัฒนาที่ไทยได้ยื่นไป โดยเป็นแผน 5-10 ปี ที่ต้องสัมพันธ์กับจำนวนสายการบิน และเครื่องบินที่มีอยู่ และซึ่งคาดว่าภายใน 5 ปีจะต้องพัฒนาให้ได้ประมาณ 30 คน และขณะนี้ไทยมีอยู่แล้วประมาณ 17 คน โดยพัฒนามาจากนักบินมาเป็นผู้ตรวจสอบ และทางกองทัพอากาศได้ส่งเจ้าหน้าที่มาทำงานร่วมในช่วง 1-2 ปีแรก ซึ่งถือเป็นช่วงระยะเวลาที่แก้ปัญหา โดยทำงานควบคู่ไปกับกฎกติกาของ ICAO ที่มีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สายการบินและเครื่องบินที่ได้รับอนุญาต หรือใบรับรองให้ผ่านการตรวจสอบก่อนที่จะออกใบอนุญาตให้ใหม่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาคมโลก ซึ่งคาดว่าในเดือนก.ค.จะสามารถเริ่มทำการตรวจสอบได้ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานคู่มือฉบับใหม่ที่ไทยได้ปรับปรุงแล้ว

เมื่อถามว่า ผู้อำนวยการ ICAO ยื่นหนังสืออะไรต่อนายกฯ นายอาคม กล่าวว่า เป็นหนังสือแสดงความชื่นชม เรื่องความมุ่งมั่นต่อการแก้ไขปัญหาและยินดีให้การสนับสนุนในการแก้ปัญหา และต้องการให้เร่งรัดในการแก้ปัญหาให้เร็วขึ้น ซึ่งถ้าไทยยิ่งทำได้เร็วเท่าไหร่ก็จะทำให้เศรษฐกิจทางอุตสาหกรรมการบินซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิก เพราะเขามองว่าไทยจะเป็นฮับ ไม่เฉพาะอาเซียนเท่านั้น แต่ในเอเชียแปซิฟิกเลย จึงเป็นจุดที่สำคัญที่เขาต้องการให้ไทยเร่งขึ้นมา ดังนั้นไทยจึงกำหนดว่าในเรื่องการออกใบรับรองให้ใหม่ เราจะทำให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน นับจากเดือน ก.ค.หลังจากนั้นเราจึงมาประเมินตัวเองกันเป็นข้อๆ ว่าเราสอบผ่านหรือไม่ ก่อนที่จะมั่นใจ 100% แล้วจึงให้เขามาประเมินเราอีกครั้ง

“ในช่วง 6 เดือนนี้ นายกฯมอบหมายว่า หลังจากที่มีผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) คนใหม่ก็ให้ทำโรดแมป หรือทำแผนว่าใน 1 เดือนๆนั้น มีงานด้านไหนบ้างที่ต้องทำซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างที่ทางสำนักงานการบินพลเรือน และกระทรวงคมนาคมกำลังร่วมทำแผนดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีข้อสรุป เป็นข้อเสนอแนะจากศูนย์คณะกรรมการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน (ศบปพ.) ด้วยที่ได้ดำเนินการมาในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาคงต้องนำมาดูร่วมกัน ดังนั้น แผนของโรดแมปต้องชัดเจนว่าใน 6 เดือน ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของการออกใบรับรอง แต่ยังมีความต้องการในการปรับปรุงด้านอื่น เช่น เรื่องการแก้ไขกฎหมายหรือการรับคนใหม่เข้ามาแล้วเริ่มกระบวนการสร้างคนในอนาคต” นายอาคม กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สกู๊ป หน้า 1 : ส่องดีเอ็นเอ “โขน” เขมร-ไทย ใครเจ้าของ ?
บทความถัดไปรวบสาวค้ายาบ้า พร้อมของกลางร่วม 2 หมื่นเม็ด ส่งตามสั่งจากนักโทษในเรือนจำ