“อดีตบิ๊กคมนาคม” ระบุบินไทยขาดทุนซ้ำซาก 10 ปีมาครั้ง แต่อาการหนักขึ้นเรื่อยๆ ชี้ต้องรักษาให้ถูกวิธี ไม่งั้นประชาชนจะเดือดร้อน

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 63 นายโสภณ ซารัมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โพสต์เฟซบุ๊ก เกี่ยวกับปัญหาของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหชน) ว่า

“ขอพูดถึงของสูงหน่อยครับ(การบินไทย)
การบินไทยที่ทุกคนรู้จักเป็นสายการบินแห่งชาติ ความหมายก็ รัฐบาลไทยโดยกระทรวงการคลังเป็นเจ้าของ(ถือหุ้นใหญ่ ) ประชาชนไทยประมาณ 70 ล้านกว่าคน ผมคิดว่ามีโอกาสขึ้นเครื่องบินใช้บริการสายการบินไม่เกิน 20%
การบินไทยก็เป็นบริษัทมหาชนของรัฐ เพื่อบริการประชาชน เหมือนกิจการอื่นๆเช่นการรถไฟแห่งประเทศไทย บริษัท ข สมกเป็นต้นบริการของรัฐเหล่านี้ มีไว้สำหรับบริการประชาชนไม่มุ่งเน้นผลกำไรเป็นหลักจึงทำให้หน่วยงานเหล่านี้ขาดทุนมาโดยตลอด
การรถไฟแห่งประเทศไทยหรือ ขสมก ถ้าพิจารณาดูแล้วเป็นการให้บริการประชาชนในระดับพื้นฐานรายได้น้อยความหมายก็คือคนยากจน กิจการ ของสองหน่วยนี้ดำเนินไปด้วยความยากลำบากสมกับเป็นการบริการ คนยากจน

พอมาพิจารณาการบริการการบินไทยซึ่งใช้บริการสำหรับคนมีเงินรัฐได้อุ้มชูมาโดยตลอด หน่วยงานนี้ตรงข้ามกับสองหน่วยงาน ที่กล่าวมาแล้วการบินไทย(เครื่องบินก็เป็นไฮโซ รถไฟรถเมล์ก็โลโซ)

ที่พูดมาเพื่อให้มองเห็นภาพของหน่วยงานที่รัฐดูแลใช้บริการภาคขนส่งทางบกและอากาศให้กับประชาชนเพื่อจะได้พิจารณาประโยชน์และการ ลงทุนของรัฐในยามวิกฤตนี้ กล่าวคือขณะนี้บริษัทการบินไทยประสบปัญหาการขาดทุนอย่างมหาศาล ซึ่งการขาดทุนก็ไม่ใช่ว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรก จึงอยากยกตัวอย่างเพื่อให้เจ้าของประเทศคือประชาชนพอมองเห็นครับ

ในปี พศ 2550,2551,2552 บริษัทการบินไทยเคยขาดทุน 20,000 กว่าล้าน หน่วยงานขาดทุน ถ้าเป็นคน ก็ป่วย รัฐบาลก็รักษาจนหายป่วยและหวังว่าหน่วยงานนี้(คนนี้)จะหายขาดไม่ต้องเอาเงินของคนที่ไม่เกี่ยวข้อง(ภาษี)มารักษาอีก

พอปี พศ 2560,2561,2562 จนถึงปี บริษัทการบินไทย ขาดทุนอีก ประมาณ 150,000,000,000ล้าน ถ้าถือว่าเป็นคนป่วยคราวนี้เข้าขั้นโคม่า หมอที่จะรักษาต้องใช้ยาอย่างระมัดระวังเพราะโรคของการบินไทย น่าจะเป็นโรคติดต่อเรื้อรัง(สังเกต 10 ปีมาครั้งหนึ่ง) หนักขึ้นไปเรื่อยๆ

จะเปรียบเทียบให้เห็นการรักษาโรคคนป่วยมีอยู่สองอย่างประกอบกันคือหมอกับคนไข้ หมอ(รัฐบาล) ต้องพิจารณาว่าคนไข้ต้องใช้ยาประเภทใดเคยใช้ยาประเภทใดมาแล้วหายแล้วและก็ยังป่วยอีกก็ไม่ควรใช้ ฉะนั้นก็ต้องใช้ยาแรง อาจต้องใช้ถึงขั้นผ่าตัดยกเครื่องใหม่เปลี่ยนอวัยวะที่เป็นพิษออก ตัดพิษโรคร้ายที่แฝงตัวอยู่ออกให้หมดยอม เสียอวัยวะเพื่อรักษาชีวิตดีกว่าไหมครับ เพราะว่าหมอยังมีคนไข้อื่นๆให้รักษาในขณะนี้เป็นจำนวนมาก เช่นโรคภัยแล้งชองเกษตรกรซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของประเทศหรือแม้นแต่ภัยโควิดซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างในอนาคต เป็นต้น อีกประการหนึ่งหมอทางโรงพยาบาลก็เริ่มจนแล้วยกเว้นไม่รู้ว่าตัวเองจนจริงๆ
คนไข้ มา ถึงวันนี้ยังไม่รู้ว่าตัวเองป่วยไม่ยอมรับการรักษา ยังอยากใช้ยาแบบเดิมๆไม่เจ็บไม่ปวดไม่ทรมานจะได้สบายๆยังสวยยังหล่อไม่เสียแขนเสียขาอยู่ เพราะคิดว่ายังไงหมอก็ไม่ปล่อยให้ตาย

สรุปการรักษาผู้ป่วย(การบินไทย)คราวนี้ถ้าใช้วิธีไม่ถูก คนที่เดือดร้อนก็คือประชาชน(ญาติก็ไม่ได้เป็น พระคุณก็ไม่เคยมีต่อกัน ต้องมีส่วนรับผิดชอบ จึงเข้าภาษิตที่ว่าเนื้อไม่ได้กินกระดูกแขวนคอ )
ที่พูดมานี้ไม่มีอคติกับใครทั้งสิ้น

ก็คนถามกลับเหมือนกันขณะที่มีอำนาจอยู่ทำไมไม่ทำให้ดี เราก็บอกว่าทำแล้วแก้ได้และไม่คิดว่าจะกลับมาป่วยอีก
#โสภณ ซารัมย์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผู้นำฮ่องกง เล็งปฏิรูปการศึกษา เหตุ ‘เสรีเกินไป’ กระตุ้นคนรุ่นใหม่ลงถนน
บทความถัดไปนิวซีแลนด์เล็งเปิดห้างฯ-คาเฟ่ หลังปิดยาวเพื่อยับยั้งการระบาดของโควิด-19