ส.ภัตตาคารขอ ‘บิ๊กตู่’ เปิดนั่งกินถึง 5 ทุ่ม ชี้ปิด 3 ทุ่มรายได้หาย 70%

ส.ภัตตาคารขอ ‘บิ๊กตู่’ เปิดนั่งกินถึง 5 ทุ่ม ชี้เลิก 3 ทุ่มรายได้หาย 70% ด้าน ‘กลินท์’ เห็นพ้อง เป็นเวลาเหมาะสมการใช้ชีวิต-การเดินทาง

แม้ว่ารัฐบาลจะคลายล็อกให้ร้านอาหารเปิดจำหน่ายให้ผู้ใช้บริการได้ถึงเวลา 21.00 น. ก็ตาม แต่ยังไม่สามารถเรียกยอดจากลูกค้าไปใช้บริการให้คึกคักได้

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 มกราคม นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า สมาคมได้ทำหนังสือระบุรายละเอียดของสถานการณ์และข้อนำเสนอต่างๆ เพื่อนำเรียนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่าน นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการหอการค้าไทยและประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

โดยขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาผ่อนปรนให้ผู้เข้ามาใช้บริการตามร้านอาหารนั่งรับประทานอาหารได้ถึงเวลา 23.00 น. เพราะขณะนี้ผู้ประกอบการร้านอาหารจำนวนมาก ตั้งแต่ร้านอาหารขนาดเล็กริมทางจนถึงร้านอาหารขนาดใหญ่และภัตตาคาร ร้องเรียนมายังสมาคมว่ากำลังประสบปัญหารุนแรงจากรายได้ลดลงต่อเนื่องและลดในมูลค่าที่สูงมาก แม้รัฐได้ผ่อนปรนให้เปิดบริการได้ถึงเวลา 21.00 น. แต่ยอดขายกลับมาในจำนวนน้อย เพราะในแง่ของจิตวิทยาจากการแพร่ระบาดของโควิด และสภาพชีวิตการทำงานของลูกค้าในขณะนี้ทำให้ลูกค้าไม่สะดวกและตัดสินใจไม่นั่งรับประทานอาหารในร้านอาหาร ซึ่งทั้งหมดนั้นติดเงื่อนไขของเวลา หากปล่อยให้สถานการณ์ยังเป็นในลักษณะนี้ ภายในเร็วๆ นี้จะมีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยต้องปิดกิจการเพิ่มจากที่ปิดแล้วในช่วงก่อนหน้านี้

นางฐนิวรรณกล่าวว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ฉบับล่าสุดอนุญาตให้ลูกค้าสามารถนั่งรับประทานอาหารในร้านได้แค่ถึงเวลา 21.00 น. พบว่าช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ภายใต้คำสั่งดังกล่าวทำให้ยอดขายของร้านอาหารหายไปไม่น้อยกว่า 70% จึงทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ และจะมีผลต่อการว่าจ้างงาน ภายในสิ้นเดือนมกราคมนี้อาจก่อให้เกิดการเลิกว่าจ้างงานพนักงานและลดเงินเดือนของพนักงานอีกครั้ง ประกอบกับรัฐบาลยังไม่ได้มีมาตรการใดๆ ออกมาเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ยิ่งเป็นการกดดันรายได้ผู้ประกอบการไม่เพียงพอต่อการจ่ายต่างๆ และค่าใช้จ่ายต่อการซื้อวัตถุดิบและสินค้าเกษตรอาจได้รับผลกระทบต่อเนื่อง ขณะในแง่ของการแพร่ระบาดโควิด พบว่าช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาผู้ประกอบการร้านอาหารได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถปฏิบัติตามมาตรการมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขได้เป็นอย่างดี จึงไม่พบผู้ติดโควิด-19 ที่สาเหตุต้นกำเนิดมาจากร้านอาหารเลย

“ผู้ประกอบการร้านอาหารมั่นใจเกิน 100% ว่าไม่ได้ติดเชื้อและไม่เป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 เพราะทุกร้านสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขได้เป็นอย่างดี กลุ่มลูกค้าของร้านอาหารเป็นกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้มีความหลากหลายมาก แยกในรายละเอียดที่เข้ามาใช้บริการ พบว่า 50% เป็นกลุ่มครอบครัวเดียวกัน 30% เป็นกลุ่มพนักงานหรือกลุ่มหน่วยงานที่ทำงานร่วมกัน และอีก 20% เป็นกลุ่มลูกค้าเพื่อนสนิท ซึ่งทั้งหมดมีไทม์ไลน์ที่ไม่ได้เป็นอันตรายหรือสุ่มเสี่ยง สมาคมจึงใคร่ขอความกรุณาให้รัฐบาลผ่อนปรนให้ร้านอาหารสามารถเปิดให้นั่งได้ถึงเวลา 5 ทุ่ม เพื่อเป็นการประคับประคองระบบเศรษฐกิจภาคเอสเอ็มอี โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารและพนักงานลูกจ้างให้มีชีวิตอยู่ได้ ทั้งยังสามารถควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ควบคู่กันไปด้วยŽ” นางฐนิวรรณกล่าว

ด้าน นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการหอการค้าไทยและประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เพิ่งได้รับหนังสือจากสมาคมภัตตาคารไทยเมื่อบ่ายของวันที่ 23 มกราคม จากนี้จะเร่งนำเสนอถึงนายกรัฐมนตรีและทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลโดยเร็วที่สุด ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจเห็นด้วยที่จะมีการขยายเวลาการให้บริการร้านอาหารเป็นเวลา 23.00 น. ถือว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตและการเดินทางในขณะนี้

“ตอนนี้หอค้าไทยมีการประชุมหารือและเปิดรับความเห็นและข้อเสนอธุรกิจทุกแขนง สัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจโรงแรมกว่า 1,000 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในภาคใต้ ซึ่งประสบปัญหาและร้องขอให้เรื่องการเข้าถึงแหล่งกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ซึ่งได้ส่งเรื่องถึงรองนายกฯสุพัฒนพงษ์ (พันธ์มีเชาว์) แล้ว ก่อนหน้านี้ก็นำเสนอในหลายเรื่องทั้งมาตรการเยียวยาและช่วยเหลือต่างๆ ที่ภาคเอกชนต้องการเร่งรัดให้รัฐบาลออกมาช่วยเหลือ ซึ่งเชื่อว่าหลายเรื่องรัฐบาลเตรียมออกมาตรการเพิ่มเติมและนำเสนอที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้าŽ” นายกลินท์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สุจิตต์’ เดือด ร่ายกลอนจวก ‘แอนะล็อกรวมศูนย์’ ชี้ยุคดิจิทัลคนต้องเท่ากัน
บทความถัดไปบทสัมภาษณ์ : เปิดตำรานิติศาสตร์กับ “รณกรณ์ บุญมี” ในวันที่กฎหมายถูกตั้งคำถาม