“จุรินทร์ ” ออนทัวร์ตรังเดินหน้าประกันรายได้ ปี 3 ชาวตรังตะโกนลั่น! “ท่านจุรินทร์ สู้ๆ” ขอปาล์มโลละ10บาท

“จุรินทร์ ” ออนทัวร์ตรังเดินหน้าประกันรายได้ ปี 3 ชาวตรังตะโกนลั่น! “ท่านจุรินทร์ สู้ๆ”

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ,นายไชยยศ จิรเมธากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี,
นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า ,น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.จังหวัดตรัง นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ประธานกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ประชุมติดตามความคืบหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราและประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน และเป็นประธานในพิธีมอบเช็คชำระหนี้และมอบโฉนดที่ดินของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ให้แก่เกษตรกรจังหวัดตรัง
และเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding) ระหว่างองค์การคลังสินค้า (อ.ค.ส.) กับสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ที่อาคารโดมเอนกประสงค์ วิทยาลัยเทคนิคตรัง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในการลงพื้นที่จังหวัดตรังในวันนี้เพื่อมาดำเนินการในหลายเรื่อง ประกอบด้วย 1. มอบเช็คชำระหนี้และมอบโฉนดที่ดินของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร 2.โครงการเซ็น MoU ความร่วมมือระหว่าง อ.ค.ส.กับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และ 3.โครงการประกันได้เกษตรกร โดยเฉพาะชาวสวนยางและชาวสวนปาล์ม

“ในวันนี้ได้มาคืนโฉนดให้กับพี่น้องจำนวน 27 ราย มอบเช็คชำระหนี้แทนกรณีเป็นหนี้สหกรณ์การเกษตร 5 สหกรณ์ เป็นเงิน 15.39 ล้านบาท พร้อมทั้งมอบเช็คเงินฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร 3 องค์กร สมาชิก 44 ราย เป็นเงิน 1.5 ล้านบาท ที่ผ่านมาช่วยจังหวัดตรังซื้อหนี้มาแล้ว 133 ล้านบาท มอบโฉนดคืนให้พี่น้องจังหวัดตรังไปแล้ว 864 ราย”นายจุรินทร์กล่าว

นายจุรินทร์กล่าวว่า สำหรับยางพารากับปาล์มน้ำมัน นั้น ที่ผ่านมา ได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษและผลักดันนโยบายประกันรายได้เกษตรกรให้เป็นนโยบายรัฐบาล ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ โดยทำมา 2 ปีแล้ว ปีนี้ขึ้นปีที่ 3 ซึ่งดีกับพี่น้องชาวสวนยางและสวนปาล์ม คือจะทำให้มีรายได้สองทาง 1.เอายางไปขายในตลาด 2.มีเงินส่วนต่างจากรายได้ที่ประกัน

“เป็นการสร้างหลักประกันให้กับชาวปักษ์ใต้บ้านเราและชาวสวนยางทั่วประเทศรวมถึงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลังและข้าว ส่วนผลไม้มีมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ ซึ่งวันนี้ทั้งยางและปาล์มราคาขึ้น  แต่น้ำยางข้นราคายังลงมาบ้างนี้ เพราะน้ำยางข้นบ้านเราผลิตไปเพื่อทำถุงมือยางและตลาดใหญ่ที่สุด คือ มาเลเซีย ช่วงที่ผ่านมามาเลเซียมีปัญหาโควิด ทำให้โรงงานผลิตถุงมือยางปิดตัว ส่งออกไปมาเลเซียลำบากราคาเลยตกลงมา และโรงงานทำถุงมือยางในบ้านเรามีปัญหาโควิดบางแห่งต้องปิดตัวลดกำลังการผลิต ส่วนปาล์มน้ำมัน วันนี้ขึ้นไปกิโลกรัมละ 8.50 บาท บางแห่งถึง 9 บาท ที่ราคาขึ้นเพราะมาตรการบริหารจัดการของเราแก้ปัญหาได้ถูกจุด ซึ่งก่อนนี้มีการลักลอบนำเข้าทำให้ปริมาณปาล์มล้นตลาดและราคาตก “ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว

ทั้งนี้ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาประกอบด้วย 1.ห้ามนำเข้าน้ำมันปาล์มทางบกเด็ดขาด ให้นำเข้าทางเรือท่าเรือแหลมฉบัง ออกทางหนองคายและสระแก้ว ในที่สุดจึงไม่นำเข้าเพราะต้องขนขึ้นเรือ 2.ตนนำคณะไปอินเดีย 2 รอบ เปิดตลาดน้ำมันปาล์ม วันนี้ราคาปาล์มสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะเราสามารถส่งน้ำมันปาล์มออกไปอินเดียได้มากขึ้น 3.เราอนุญาตให้นำน้ำมันปาล์มไปทำน้ำมันดีเซลผสม โดยเราจะยังไม่เลิกการนำไปผสม ให้คงที่ 3 ปีทั้ง B7 B10 และ B20 เพื่อให้น้ำมันดีเซลมีส่วนผสมน้ำมันปาล์ม ทำให้ปาล์มบ้านเราขายดีขึ้นจากมาตรการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ แต่หากวันไหนราคาตกก็ยังมีประกันรายได้เข้าไปช่วยพี่น้อง

โดยในระหว่างงาน มีเกษตรกรที่มาต้อนรับกำลังใจ และกล่าวว่า “ท่านจุรินทร์สู้ๆ บายใจ วันนี้ที่ท่านจุรินทร์มาเยี่ยม ปาล์มราคาโลละ 10 บาท ยางราคาก็ดีซึ่งเราพี่น้องเกษตรกรอยู่บายใจ ตอนนี้โครงการประกันรายได้เราก็ยังได้รับ”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon