‘เจ้าสัวธนินท์’ หนุน ดิจิทัลวอลเล็ต ชี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

‘เจ้าสัวธนินท์’ หนุน ดิจิทัลวอลเล็ต ชี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เชื่อประเทศภายใต้การนำ รบ.ใหม่เจริญรุ่งเรืองแน่นอน

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ ปาฐกถาพิเศษเรื่อง ”90 ปี หอการค้าไทยกับการพัฒนาของเศรษฐกิจไทย” ว่า ต้องชมเชยรัฐบาลที่เพิ่งผ่านไป นำโดยนายกประยุทธ์ จันทร์โอชา เรื่องการเงินการคลังก็ทำได้ดี จีดีพีต่อหนี้ของประเทศเพียง 61% คนอื่นเกิน 100% ต้องชมเชยว่าดูแลอย่างดี แต่วันนี้เศรษฐกิจของโลกมันไม่เหมือนปกติแล้ว วันนี้วินัยการเงินมันดีเกินไป ถ้าดีเกินไปก็เกิดวิกฤตเศรษฐกิจที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเชื่อว่าโลกกำลังเข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจของระดับโลก ยกเว้นอเมริกาที่ทุกคนก็เชื่อการเงินอเมริกา พอขึ้นดอกเบี้ยเงินกลับไหลเข้าอเมริกามาก แม้มีหนี้สูงเกิน100% สูงกว่าจีดีพี คนก็ยังให้ความเชื่อมั่นการเงินของอเมริกา

“ในความคิดผม รัฐบาลชุดใหม่ ผมมีความเชื่อมั่นสูงมากว่าเข้ามาในเวลาที่ถูกต้องแล้ว ที่จะมาแก้ไขเรื่องเศรษฐกิจ โดยเฉพาะท่านนายกเศรษฐา ผลงานของท่านทำธุรกิจอสังหาฯใหญ่มากเป็นที่หนึ่ง การเงินการคลังท่านบริหารได้อย่างเยี่ยมออกบอนด์ 4% กว่า แสดงว่าท่านไม่ใช่เป็นนักธุรกิจอสังหาอย่างเดียว ท่านเป็นนักบริหารการเงินอย่างยอดเยี่ยมในเหตุการณ์วันนี้ของโลก ผมมีความมั่นใจที่ออกมาตรการมานี้ผมคิดว่าทุกอย่างถูกต้อง วันนี้เศรษฐกิจไม่ปกติ การกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้ใช้วิธีปกติในการกระตุ้นเศรษฐกิจ วันนี้เป็นวิกฤตเศรษฐกิจ ไม่ใช่ประเทศไทย แต่โชคดีที่ผมเพิ่งชมเชยไป รัฐบาลประยุทธ์ ผมก็ไม่กล้าพูดว่าไม่มีผลงาน เพราะเจอวิกฤตโควิด-19 ปาเข้าไป 3 ปี ทำได้แบบนี้ก็ยอดเยี่ยมแล้ว”นายธนินท์กล่าว

Advertisement

นายธนินท์กล่าวว่า แต่วันนี้ไม่ใช่ ทั่วโลกเปิดแล้ว เช่น พักหนี้เกษตกรเห็นด้วยอย่างยิ่ง ไม่ใช่พักหนี้แล้วเสียวินัยการเงิน ถามว่าประเทศไหนในโลกนี้ ที่เจริญรุ่งเรื่องได้ ไม่ปกป้องราคาสินค้าเกษตรให้สูง เพราะสินค้าเกษตรเป็นน้ำมันบนดินของประเทศไทย คนมองว่าสินค้าเกษตรไม่ค่อยมีค่าเท่าไหร่ แต่พอปลูกเสร็จ ข้าวเปลือกขายเข้าโรงสีก็จบแล้ว ตัวเลขรายได้ไม่ใช่ของเกษตรแล้ว เป็นของอุตสาหกรรม แต่จะเพิ่มมูลค่าขึ้นอีก อย่างอ้อยเมื่อเกษตรกรขายอ้อยเช้าโรงสี โรงงานผลิตนัำตาลก็กลายเป็นสินค้าของอุตสาหกรรมไปแล้ว ถ้าสินค้าเกษตรสามารถต่อยอด ให้เพิ่มมูลค่าขึ้นอีก 2-3 เท่า ประเทศไทยจะมีรายได้ที่สูงขึ้นอย่างแท้จริง เงินเข้าประเทศจะมากขึ้น และเก็บเกี่ยวไม่หมด แต่น้ำมันใต้ดินดูดแล้วหมด แต่น้ำมันบนดินเป็นพลังงานของมนุษย์ สำคัญกว่าน้ำมันใต้ดินอีก แต่น้ำมันหมดใช้นานเข้าก็หมด

“ผมอยากให้ช่วยกัน ไม่ใช่ว่าพอสินค้าเกษตรแพง ค่าครองชีพ ต้องจำกัดราคา หวังว่ารัฐบาลชุดนี้จะไม่เป็นแบบนี้ ถ้าราคาสูงต้องดูสินค้า เพราะแล้ง น้ำท่วม เป็นแมลงหรือเป็นโรค ถึงทำให้ของมันขาด แพงก็แค่ชั่วคราว เราต้องรีบจัดการพวกเหล่านี้ เพื่อเป็นระยะยาว ทำให้เพิ่มผลผลิต เกษตกรก็ร่ำรวยขึ้น คนซื้อก็ซื้อสินค้าเกษตรราคาถูกลง แต่ถ้าไปจำกัดราคาโดยไม่เข้าใจว่าทำไมสินค้าเกษตรแพง ดังนั้นคนจำกัดราคาก็ทำให้เกษตรกรยากจน ไม่ใช่ผมทำสินค้าเกษตรแล้วมาเชียร์”นายธนินท์กล่าว

นายธนินท์กล่าวว่า วันนี้คนยากจนส่วนใหญ่มาจากเกษตรกรเลยทำให้หนี้นอกระบบเกิดขึ้น อยากฝากนักธุรกิจ สมาชิกหอการค้าไทยช่วยกัน วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ทุกพรรคการเมือง นักธุรกิจ ราชการ ต้องมองประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักและประชาชน ซึ่งนักธุรกิจประเทศ ประชาชนต้องมาก่อน บริษัทมาทีหลัง ถ้าประเทศอยู่ไม่ได้ ประชาชนไม่มีกำลังซื้อ แล้วพวกเราที่ผลิตสินค้าจะขายให้ใคร

“ทำให้นายกเศรษฐาออกเงื่อนไข ผมเห็นด้วยและผมสนับสนุนว่านี่ใช่แล้วที่กำลังกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือเงินดิจิทัลคนละ 10,000 บาท พวกเราต้องช่วยกัน คือ ไม่ใช่ไปช่วยเพื่อคนยากจน คือ กระตุ้นเศรษฐกิจ ต้องให้เข้าใจ แล้ววินัยทางการเงินเราไม่ได้เสียเลย แต่ต้องมีแผนที่2 ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ผมเชื่อมั่นว่าถ้าพวกเราสามัคคีกันทั้งนักธุรกิจ ข้าราชการ นักการเมือง มองประเทศชาติเป็นหลัก เอาตัวเองเป็นที่ 3 ผมเชื่อมั่นว่าประเทศไทย ภายใต้การนำของรัฐบาลชุดใหม่ต้องเจริญรุ่งเรืองแน่นอน”นายธนินท์กล่าว

นายธนินท์ กล่าวว่า เวลานี้ใครๆ ก็อยากมาอยู่เมืองไทย เพราะเศรษฐกิจทั่วโลกเข้าสู่ภาวะวิกฤตเหมือนกัน แม้สหรัฐยังเป็นผู้นำเศรษฐกิจอยู่ แต่เงินเฟ้อ 4% และเศรษฐกิจโต 10% กว่า จึงมองว่าอย่าไปกลัวเงินเฟ้อ เพราะเงินเฟ้อที่ไม่มีเลยคือเงินฝืด ซึ่งมีความอันตราย เปรียบเหมือนเป็นความดันต่ำ ที่แจกยารักษาได้ยาก และถึงเวลาหนึ่งก็หัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตได้ ทำให้หากเงินฝืดแล้วอาจทำให้เศรษฐกิจและประเทศชาติล้มละลายได้ ทำให้ห่วงที่สุดคือ เงินฝืด ทำให้วินัยการเงินเราเยี่ยมมากแล้ว นำมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้ โดยเฉพาะธุรกิจในยุคต่อไป มีข้อเสนอแนะ คือ โลกมีวิกฤต แต่อาเซียน 10 ประเทศ ภาพตอนนี้ไม่เหมือนต้มยำกุ้ง แตกต่างกันสิ้นเชิง โดยเฉพาะไทย ที่ชื่อเสียงด้านการเงินของไทยอยู่อันดับต้นๆ ของอาเซียน ทั่วโลกจึงมองว่าอาเซียนทั้ง 10 ประเทศเป็นสถานที่น่าลงทุนมากสุด เศรษฐกิจกำลังเติบโต

นายธนินท์ กล่าวว่า ขณะที่ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเร็วเกินไป ซึ่งก็ไม่เป็นไร เพราะไทยเนื้อหอม คนเก่งๆ อยากมาอยู่เมืองไทย แต่เราเข้าใจผิดและกลัวว่าจะเข้ามาแย่งอาชีพคนไทย ซึ่งมองว่าไม่ใช่ หากเรารู้จักทำกฎหมาย ชักชวนคนเก่งๆ เข้ามาทำงานในไทย ด้านที่คนไทยยังทำไม่ได้ และกลายเป็นคนไทยไปเลย อาทิ สหรัฐแทบไม่มีเชื้อชาติสหรัฐ แต่เป็นสัญชาติสหรัฐกันเยอะ โดยหากดึงคนเก่งเข้ามา 5 ล้านคน มีการจ้างเลขา 1 คนก็ 5 ล้านคนไทยที่ไม่ตกงานแล้ว ซึ่งการสร้างนักศึกษาที่ปีหนี่งจบ 4 แสนคนเท่านั้น ต้องใช้เวลาผลิตถึง 10 ปี หากจ้าง 2 คน ต้อฃใช้เวลาผลิตเป็น 20 ปี ทำให้การบอกว่าดึงคนเก่งเข้ามาแย่งงานคนไทยไม่เป็นจริง เพราะคนไทยยังไม่มีความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ ทำให้เกิดการจ้างงาน และการสร้างเศรษฐกิจให้ไทยแล้วยังสามารถดึงนักธุรกิจที่เป็นไฮเทคโนโลยีเข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทระดับต้นๆ ในโลก แต่รัฐบาลจะต้องมีกฎหมายที่เอื้ออำนวยให้

“ที่ผ่านมามีการพูดถึงการขายบ้านและที่ดิน 1 ไร่ให้ต่างชาติ ถูกหาว่าขายชาติ ซึ่งส่วนนี้มองว่าจะเป็นการขายชาติอย่างไร เพราะเขาไม่สามารถนำที่ดินกลับไปได้ มองว่าคนไม่เข้าใจจึงบอกแบบนี้ จึงมองว่าวิกฤตของโลกถือเป็นโอกาสของประเทศไทย เชื่อมั่นว่าไทยมีความปลอดภัยมากสุด เพราะไม่รู้จะไปรบกับใคร 10 ประเทศอาเซียนมีความอุดมสมบูรณ์ เศรษฐกิจกำลังเติบโต วิกฤตจึงเป็นโอกาสของอาเซียนโดยเฉพาะไทย แม้เข้าสู่สังคมสูงวัยเร็วไปก็ไม่เป็นไร” นายธนินท์ กล่าว

นายธนินท์ กล่าวว่า ภาคธุรกิจการผลิตเป็นตัวหนัก การขายออนไลน์เป็นตัวเบา ซึ่งตอนนี้เราต้องมองทั้งตัวเบาและตัวหนัก เพราะหากออนไลน์ขายได้มาก การผลิตก็ต้องผลิตมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ของออนไลน์ เพียงแต่ต้องผลิตให้มีความทันสมัยตามทันโลกมากที่สุด นอกจากนี้ มองว่ากำลังจะหมดยุคค่าแรงขั้นต่ำถูกๆ แล้ว เตรียมพร้อมสู่การจ้างงานผ่านการปรับค่าแรงขึ้น แต่ต้องทยอยเปลี่ยนแปลง ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย รวมถึงการสนับสนุนนักธุรกิจไทยผ่านรัฐบาลนำเงินเข้ามาช่วยนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาเพิ่มเติม เพราะเอกชนไทยเก่งๆ มีเยอะ

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image