หน้าแรก การเมือง ‘เศรษฐา’ นัดผ...

‘เศรษฐา’ นัดผู้บริหาร ททท.-45 สำนักงาน มอบนโยบายดันเมืองรองสู่ท่องเที่ยวหลัก

12.12.23 | 19:42 น.

‘เศรษฐา’ นัดผู้บริหาร ททท.-45 สำนักงาน มอบนโยบายดันเมืองรองสู่ท่องเที่ยวหลัก

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เนื่องจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับภาคการท่องเที่ยวในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยในวันที่ 13 ธันวาคม 2566 นายกฯเรียกประชุมผู้บริหาร ททท. และผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานในประเทศทั้ง 45 แห่ง ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 13.00 น. เพื่อมอบนโยบายขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่เมืองรอง 55 จังหวัด มุ่งยกระดับเป็นเมืองหลักในอนาคต ให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้ต่อหัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งเมืองหลัก ซึ่ง ททท.มีแผนดำเนินงานและได้เริ่มดำเนินยุทธศาสตร์กระตุ้นท่องเที่ยวเมืองรองมาตั้งแต่ปี 2558 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2566-2567 ใช้แนวคิดเปิดประสบการณ์ใหม่ เที่ยวเมืองรองมิรู้ลืม พร้อมต่อยอดสู่แคมเปญใหม่ 365 วัน มหัศจรรย์เที่ยวเมืองรอง

นางสาวฐาปนีย์กล่าวว่า ททท.ประเมินเมืองรองทั้ง 55 จังหวัด มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวดี แต่อยู่บนพื้นฐานที่ไม่เท่ากัน ทำให้การกระตุ้นท่องเที่ยวเมืองรองต้องอาศัย 3 เรื่องสำคัญในการขับเคลื่อน ได้แก่ 1.การผลักดันความต้องการ (ดีมานด์) นักท่องเที่ยว ซึ่ง ททท.ได้ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและกระทรวงที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงภาคเอกชน อาทิ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยเตรียมคลอดโครงการนำร่องผลักดัน 10 เมืองรองให้เป็นเมืองหลัก ที่มีศักยภาพทั้งมิติการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เตรียมเปิดตัวในเดือนมกราคม 2567 นี้ 2.การยกระดับซัพพลายให้มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างพื้นฐานการเดินทาง เป็นจุดที่ ททท.อยากให้เร่งพัฒนาอย่างมาก และเรื่องสุดท้ายคือการเตรียมความพร้อมของบุคลากรในจังหวัดเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต เพราะหากซัพพลายเราไม่พร้อมก็มีปัญหาในการขับเคลื่อนได้

“ขณะนี้ ททท.วางแผนในการดึงงานอีเวนต์ระดับนานาชาติไปจัดในเมืองรองมากขึ้น เพื่อสร้างความคึกคักให้กับพื้นที่ พร้อมดึงอินฟลูเอนเซอร์รุ่นใหม่ในเมืองไทยที่กำลังเป็นกระแสและได้รับความนิยมจากผู้ชม ให้เข้าไปทำคอนเทนต์เที่ยวเมืองรองมากขึ้น เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทย” นางสาวฐาปนีย์กล่าว