ส.อ.ท.จับตาน้ำท่วมทุบภาคผลิต-ลุย 3 แนวทาง ช่วยภาคอุตสาหกรรม-กนอ. ยันนิคมฯทั่วประเทศปลอดภัย
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ อุทกภัยในหลายพื้นที่ ว่า ส.อ.ท.ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังส่งผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ โดยผู้ประกอบการหลายแห่งได้รับความเสียหายต่อสถานประกอบการ เครื่องจักร อุปกรณ์ วัตถุดิบ และสินค้า ขณะที่บางพื้นที่ต้องหยุดการผลิตและการขนส่ง ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังห่วงโซ่อุปทานและการส่งมอบสินค้า สถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะสถานประกอบการที่ถูกน้ำท่วมโดยตรง แต่ยังส่งผลต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่การผลิต ทั้งผู้จัดหาวัตถุดิบ ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้ให้บริการขนส่ง รวมถึงแรงงานที่ไม่สามารถเดินทางเข้าปฏิบัติงานได้ ทำให้ผู้ประกอบการบางส่วนต้องชะลอหรือหยุดการผลิต และอาจกระทบต่อคำสั่งซื้อ การส่งออก และความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ
นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกับภาระในการฟื้นฟูหลังน้ำลด ทั้งการทำความสะอาดและกำจัดสิ่งปนเปื้อน การตรวจสอบระบบไฟฟ้า ระบบควบคุม อาคาร เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่าง ๆ ตลอดจนการจัดการวัตถุดิบและสินค้าที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งล้วนต้องใช้ทั้งเวลา บุคลากร และเงินทุนจำนวนมากก่อนจะสามารถกลับมาเดินเครื่องได้ตามปกติ โดยสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้จำเป็นต้องรับมือทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะฟื้นฟู โดย ส.อ.ท. จะทำงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัด กลุ่มอุตสาหกรรม และเครือข่ายในแต่ละภูมิภาค เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประกอบการได้ตรงจุด และสามารถเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่อง

นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า ส.อ.ท. ได้จัดตั้ง War Room เพื่อเป็นศูนย์กลางในการติดตามสถานการณ์และประสานความช่วยเหลือ โดยจะเชื่อมโยงข้อมูลจาก สภาอุตสาหกรรมจังหวัด กลุ่มอุตสาหกรรม และเครือข่ายในแต่ละภูมิภาค พร้อมจัดประชุมร่วมกับแต่ละจังหวัดและแต่ละภาค เพื่อรวบรวมและจัดทำข้อสรุปใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ปัญหาที่เกิดขึ้น ผลกระทบต่อผู้ประกอบการ และความต้องการหรือข้อเสนอจากพื้นที่ ข้อมูลดังกล่าวจะนำมาใช้เป็นฐานในการกำหนดแนวทางช่วยเหลือของ ส.อ.ท. ให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง รวมถึงใช้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม
นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า นอกจากนี้ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานเพื่อรองรับผู้ประกอบการออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ Respond – Rescue – Recover ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันก่อนเกิดเหตุ การช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัย ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังสถานการณ์คลี่คลาย
ประกอบด้วย 1.RESPOND : เตรียมพร้อมก่อนน้ำถึง
สำหรับผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ส.อ.ท. จะมอบหมายให้สภาอุตสาหกรรมจังหวัดและเครือข่ายในแต่ละภูมิภาคเร่งเตรียมความพร้อม โดยสำรวจและรวบรวมรายชื่อ Supplier และแหล่งจัดหาอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วม สำรวจความพร้อมและแหล่งจัดหา เครื่องสูบน้ำ เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่จำเป็น รวบรวมข้อมูลแหล่งซื้อหรือผู้ให้บริการ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ได้อย่างรวดเร็วประสานเครือข่ายในพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการป้องกันสถานประกอบการและลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม
2.RESCUE : เร่งช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ สำหรับผู้ประกอบการที่ ถูกน้ำท่วมแล้วหรือกำลังได้รับผลกระทบ ส.อ.ท. จะเร่งประสานการช่วยเหลือในพื้นที่ โดยสำรวจสมาชิกและสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม เพื่อให้ทราบขอบเขตความเสียหายที่แท้จริง จัดหาและประสาน เครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์ที่จำเป็น สำหรับการระบายน้ำและช่วยเหลือสถานประกอบการ ระดมเครือข่ายในพื้นที่เพื่อจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นให้ทันต่อสถานการณ์ รวบรวมปัญหาและความต้องการของผู้ประกอบการ เพื่อส่งต่อให้หน่วยงานและภาคีที่เกี่ยวข้องร่วมสนับสนุน
และ3.RECOVER : เร่งฟื้นฟูให้ธุรกิจกลับมาเดินหน้าหลังสถานการณ์น้ำลด ส.อ.ท. จะมุ่งสนับสนุนการฟื้นฟูสถานประกอบการ โดยเฉพาะความพร้อมในการกลับมาเปิดดำเนินการ ทั้งด้าน อาคาร ระบบไฟฟ้า เครื่องจักร อุปกรณ์การผลิต วัตถุดิบ และระบบขนส่ง พร้อมเตรียม ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการซ่อมแซมและบำรุงรักษา เพื่อให้คำแนะนำในการตรวจสอบความเสียหายและการเตรียมเครื่องจักรและระบบต่าง ๆ ก่อนกลับมาใช้งาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม
นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า ในด้านการฟื้นฟู ส.อ.ท. จะรวบรวมปัญหาและข้อจำกัดจากผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะประเด็นที่มีผลต่อสภาพคล่องและต้นทุนการฟื้นฟู อาทิ ด้านการเงิน เสนอแนวทางสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงมาตรการพักชำระหนี้ เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบและมีภาระค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟู ด้านภาษีและค่าธรรมเนียม ประสานแนวทางผ่อนปรนภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการซ่อมแซมและฟื้นฟูสถานประกอบการ และด้านโลจิสติกส์ ประสานแนวทางผ่อนปรนสำหรับผู้ประกอบการที่ไม่สามารถขนส่งหรือส่งมอบสินค้าได้ตามกำหนดจากผลกระทบของอุทกภัย รวมถึงการพิจารณายกเว้นหรือลดค่าปรับกรณีการขนส่งล่าช้าจากเหตุสุดวิสัย
“ประเด็นดังกล่าวจะถูกนำมาประกอบการจัดทำข้อสรุปจากแต่ละจังหวัดและภูมิภาค เพื่อให้ข้อเสนอและแนวทางช่วยเหลือสะท้อน ปัญหาและความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ โดยการฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมหลังน้ำลดไม่ได้หมายถึงเพียงการทำให้โรงงานกลับมาเปิดดำเนินการเท่านั้น แต่ต้องทำให้ เครื่องจักรกลับมาใช้งานได้ แรงงานกลับเข้าสู่ระบบ การขนส่งกลับมาเดินหน้า และ Supply Chain สามารถเชื่อมต่อกันได้อีกครั้ง”นางพิมพ์ใจ กล่าว
นิคมฯทั่วประเทศปลอดภัย
รายงานข่าวจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) แจ้งถึงสถานการณ์น้ำในนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ว่า ภาพรวมไม่มีน้ำท่วมโรงงาน มีเพียงที่นิคมฯอมตะซิตี้ ชลบุรีที่มีน้ำขังบริเวณด้านนอกนิคมฯเล็กน้อย โดยกนอ. ยังคงติดตามตรวจสอบป้องกันน้ำจากภายนอกไหลเข้าพื้นที่ รวมทั้งเร่งระบายน้ำออกสู่คลองสาธารณะ ด้านกลุ่มนิคมฯ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นิคมฯบางปะอิน นิคมฯ นครหลวง และนิคมฯ บ้านหว้า (ไฮเทค) กนอ.เฝ้าระวังสถานการณ์พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จะต้องเตรียมรับระดับน้ำที่จะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเขื่อนเจ้าพระยาจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำเพื่อรองรับมวลน้ำใหม่ ขณะที่กลุ่มนิคมฯ สินสาคร และนิคมฯ ราชบุรี กนอ. ร่วมกับผู้พัฒนาฯ ได้ติดตามและรายงานข้อมูลข่าวสาร ตรวจสอบพื้นที่ ประสานงานท้องถิ่นและผู้ประกอบการ เพื่ออัพเดทสถานการณระดับน้ำโดยรอบ
“นิคมฯ ที่เคยมีน้ำขังบางจุดอย่างนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ปัจจุบันไม่มีท่วมขังแล้ว เพราะระดับน้ำในคลองแสนแสบและคลองบางชันลดลง”รายงานข่าวระบุ



