ท่วมเสียหายแล้ว 2.54 หมื่นล. เอกชนแนะใช้เวทีเวิลด์แบงก์ กู้ภาพลักษณ์ปท.-ปรับโครงสร้างศก.
เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยว่า เหตุการณ์วิกฤตน้ำท่วมกรุงเทพฯ และหลายจังหวัดช่วงปลายกันยายนที่ผ่านมา เป็นสถานการณ์เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดจากฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้บางพื้นที่มีระดับน้ำสูงเกือบมิดหลังคารถยนต์ และเส้นทางขนส่งส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้งานได้ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ มีครัวเรือนมากกว่า 329,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบระดับแตกต่างกัน บางพื้นที่ในเขตเศรษฐกิจประชาชนไม่สามารถออกจากอาคารหรือบ้านเรือนได้ เนื่องจากไฟฟ้าและสัญญาณโทรศัพท์ขัดข้อง รวมถึงขาดแคลนอาหารและน้ำ ถือเป็นเหตุการณ์ไม่เคยเกิดขึ้นและไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เป็นเมืองสำคัญระดับโลก เบื้องต้นประเมินความเสียหายอยู่ที่ 25,400 ล้านบาท คิดเป็นผลกระทบต่อเศรษฐกิจหรือ GDP ประมาณ 0.129% ยังมีภาระการฟื้นฟูตามมา ทั้งค่าซ่อมแซมบ้านพักอาศัย ร้านค้า รถยนต์ แท็กซี่ และรถจักรยานยนต์ของกลุ่มผู้รับจ้างและไรเดอร์ เป็นกลุ่มมีรายได้ไม่สูงอยู่แล้ว จึงต้องติดตามว่ามาตรการเยียวยาจากภาครัฐจะออกมาเมื่อใดและคาดว่าเงินช่วยเหลืออาจไม่เพียงพอต่อความเสียหายทั้งหมด ขณะที่เศรษฐกิจซึ่งอยู่ในภาวะซบเซาอยู่แล้วอาจได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากกำลังซื้อของประชาชนที่ลดลง ประกอบกับภาระหนี้ครัวเรือนและหนี้ธุรกิจที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการ หอการค้าไทย เปิดเผยว่า บทเรียนต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ จากนี้ในอนาคตภัยพิบัติอาจไม่ได้ลดลง แต่รูปแบบของเหตุการณ์มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลง ทั้งความฉับพลันและความรุนแรงแตกต่างจากอดีต ดังนั้นมาตรการที่มีอยู่เดิมยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่จำเป็นต้องพัฒนาข้อมูลและระบบเตือนภัยให้มีความละเอียดและรอบด้านมากขึ้น โดยเฉพาะเหตุการณ์ไม่เคยเกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นไม่บ่อย เช่น แผ่นดินไหว ฝนตกหนักต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือน้ำท่วมฉับพลัน ล้วนเป็นสถานการณ์ต้องนำมาทบทวนแผนรับมือใหม่ เพราะรูปแบบภัยพิบัติในปัจจุบันอาจไม่เหมือนเดิม และทุกภาคส่วนต้องเตรียมความพร้อมให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้ ส่วนผลกระทบต่อภาคการบินและการท่องเที่ยวจากปัญหาสัมภาระตกค้าง เป็นเหตุการณ์ต้องเร่งแก้ไขและฟื้นฟูโดยเร็ว เนื่องจากข่าวสารสามารถเผยแพร่ไปในระดับนานาชาติได้อย่างรวดเร็ว อาจมีผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวยังสามารถฟื้นฟูความเชื่อมั่นกลับมาได้ หากหน่วยงานเกี่ยวข้องมีมาตรการแก้ไขที่ชัดเจน สามารถแสดงให้เห็นว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว และสื่อสารข้อมูลออกไปอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าจะช่วยสร้างความมั่นใจกลับคืนมาได้ โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญ
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับการประชุมใหญ่ของธนาคารโลก (World Bank) ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 เป็นโอกาสสำคัญและเป็นงานขนาดใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ประเทศไทยจึงควรจัดการให้สมเกียรติและเกิดความคุ้มค่า เนื่องจากผู้เข้าร่วมประชุมไม่ได้เดินทางมาเพียงลำพัง แต่ยังมีครอบครัวและผู้ติดตาม รวมถึงมีการกระจายตัวไปยังพื้นที่ต่างๆ การสร้างความประทับใจจึงไม่ใช่หน้าที่ของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคธุรกิจ ภาคบริการ และประชาชน เนื่องจากผู้เข้าร่วมประชุมเหล่านี้มีโอกาสนำประสบการณ์และภาพลักษณ์ของประเทศไทยกลับไปบอกต่อยังต่างประเทศได้ ขณะเดียวกัน การประชุมครั้งนี้ควรเป็นโอกาสในการผลักดันการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เนื่องจากประเทศไทยจำเป็นต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงมากขึ้น



