ระส่ำ! ยกเครื่ององค์การค้าทั้งระบบ เลิกสัญญา 100 ร้านค้า เล็งยุบ ‘ร้านศึกษาภัณฑ์’ขาดทุน

17.10.18 | 16:54 น.

ยกเครื่ององค์การค้าทั้งระบบ เลิกสัญญา ‘100’ร้านค้าตัวแทน เปิดซื้อขายเสรีแทน เล็งยุบร้านศึกษาภัณฑ์ที่ขาดทุนทั่วประเทศ หาช่องผลิตอุปกรณ์สะเต็ม-วิทยาศาสตร์ สร้างรายได้ เผยแบกภาระหนักจ่ายเงินเดือน 40 กว่าล้านต่อเดือน สั่งสำรวจทรัพย์สิน-ที่ดิน เพื่อขายลดอกเบี้ยหนี้ 1.3 พันล้าน พร้อมทำแผนถ่ายโอนบุคลากรซบสกสค.

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับผู้บริหารองค์การค้าของสกสค. ว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อหาทางออกให้กับองค์การค้าฯ อันดับแรก จะเร่งทำความเข้าใจกับบุคลากรว่าองค์การค้าฯ เป็นส่วนหนึ่งของ สกสค. เพราะฉะนั้นไม่ว่าความสำเร็จ หรือความล้มเหลวย่อมส่งผลกระทบต่อ สกสค. ในการดำเนินงาน ได้มอบการบ้านให้ทั้ง 2 ฝ่ายไปจัดทำแผนเพื่อนำมาเสนอในที่ประชุมอีกรอบในวันที่ 29 ตุลาคม เบื้องต้นให้ไปคิดแก้ปัญหาอัตรากำลังคน ซึ่งขณะนี้องค์การค้าฯ มีภาระหนักในเรื่องการจ่ายเงินเดือน 40 กว่าล้านบาทต่อเดือน โดยให้ไปศึกษาข้อกฎหมาย เพื่อทำแผนถ่ายโอนกำลังคนมายังสกสค. เพื่อลดภาระในเรื่องการจ่ายเงินเดือนขององค์การค้าฯ นอกจากนี้ องค์การค้าฯยังแจ้งผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกรณีที่สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ตัดโควต้าการจัดพิมพ์หนังสือเรียนขององค์การค้าฯ เหลือ 70% ทำให้ตัวแทนร้านค้าขอถอนตัวกว่า 90 แห่ง จากที่มีทั้งหมดประมาณ 100 แห่ง ทำให้องค์การค้าฯ เกิดความกังวล อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมให้มองวิกฤตเป็นโอกาส โดยจะยกเลิกสัญญาที่ทำไว้กับตัวแทนร้านค้าทั้งหมด และเปิดให้มีการซื้อขายได้อย่างเสรี

“ที่ผ่านมาองค์การค้าฯได้ทำสัญญากับตัวแทนร้านค้า ว่าจะต้องมีการวางเงินมัดจำค่าหนังสือเรียนรายละ 10 ล้านบาท โดยมีข้อตกลงไม่ให้มีการขายข้ามเขต ทำให้ผู้ค้ารายย่อยไม่สามารถเข้าถึงสินค้าขององค์การค้าฯได้ ผมจึงได้มอบให้ไปดูข้อกฎหมายว่าสามารถยกเลิกสัญญากับคู่ค้าฯทั้งหมดได้หรือไม่ ซึ่งฝ่ายกฎหมายพิจารณาแล้วบอกว่าสามารถยกเลิกได้ ดังนั้น เราจะใช้วิกฤตครั้งนี้ให้เป็นโอกาส ปลดล็อกให้มีการค้าขายอย่างเสรี รวมถึงจะมีการพิจารณาส่วนลด ซึ่งเดิมจะให้ส่วนลด 27% กับตัวแทนร้านค้าทุกแห่งเท่ากันหมด จากนี้การให้ส่วนลด จะพิจารณาจากระยะเวลา ถ้าใครมาเร็ว วางเงินมัดจำมากกว่า ก็สมควรจะได้ส่วนลดมากกว่ารายอื่น ส่วนจะให้ส่วนลดสูงสุดเท่าไรนั้น ยังไม่มีการกำหนดเพดาน รวมถึงให้องค์การค้าฯไปเน้นผลิตสินค้าอื่นที่นอกจากหนังสือเรียน เช่น อุปกรณ์สะเต็ม อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ ฯลฯ เพิ่มขึ้นเพื่อสร้างรายได้” นายอรรถพลกล่าว

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังให้องค์การค้าฯไปสำรวจทรัพย์สินและที่ดินว่ามีเท่าไร และที่ใดยังไม่เป็นโฉนด ให้เร่งจัดการเอกสารสิทธิ หากจำเป็นต้องขาย เพื่อลดดอกเบี้ย ก็ให้เสนอขึ้นมา โดยตอนนี้องค์การค้าฯมีหนี้เร่งด่วนที่ต้องชำระคือ ค่ากระดาษและค่าจ้างพิมพ์ประมาณ 1,300 ล้านบาท เฉพาะดอกเบี้ยเดือนละ 5 ล้านบาท ที่ประชุมได้มอบหมายให้องค์การค้าฯไปทำแผนและไปหาแหล่งเงินกู้ในสถาบันการเงินที่ต่างๆ โดยเห็นชอบให้สามารถนำที่ดินและทรัพย์สินขององค์การค้าฯไปใช้ค้ำประกันเงินกู้ได้ และขอย้ำว่าจะไม่มีการยืมเงินของ สกสค. หรือเงินโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และเงินโครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ซึ่งเป็นเงินของครูอย่างเด็ดขาด

นายอรรถพลกล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังมอบให้องค์การค้าฯ เร่งทำการประชาสัมพันธ์ไปยังหน่วยงานราชการต่าง ๆ ว่า องค์การค้าฯ ได้ทำข้อตกลงกับกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ให้องค์การค้าฯ เป็นผู้รับจ้างที่ส่วนราชการสามารถใช้วิธีการจ้างแบบพิเศษได้ โดยไม่ต้องผ่านการเสนอราคาโดยวิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีบิดดิ้ง ดังนั้นหากใครต้องการจ้างแบบกรณีพิเศษสามารถจ้างองค์การค้าฯ ดำเนินการได้ รวมถึงให้ประชาสัมพันธ์ไปยังโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศที่ได้รับงบจัดซื้อหนังสือเรียน 5 แสนบาทขึ้นไป สามารถซื้อหนังสือเรียนผ่านตัวแทนจำหน่ายขององค์การค้าฯ ได้เป็นโดยไม่ต้องอีบิดดิ้ง นอกจากนี้ยังให้องค์การค้าฯ ไปสำรวจร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ ทั่วประเทศ หากร้านใดขาดทุน ก็ให้ยุบและเหลือไว้เฉพาะร้านที่ทำกำไร เพื่อไม่ให้เป็นภาระ

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายอรรถพล ตรึกตรอง ระบุว่าจะหารือร่วมกับผู้บริการสกสค. ผู้บริหารองค์การค้าของสกสค.และผู้อำนวยการสกสค.จังหวัดทั่วประเทศ วันที่ 18-19 ตุลาคมเพื่อมอบนโยบาย โดยหนึ่งในเรื่องสำคัญคือ การหาวิธีช่วยเหลือองค์การค้าของสกสค. ซึ่งกำลังประสบปัญหา โดยเฉพาะกรณีที่ สสวท. ตัดโควตาการพิมพ์หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ขององค์การค้าฯ เหลือ 70% ส่วนอีก 30% ให้โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยดำเนินการ ส่งผลให้มีงบประมาณส่วนหนึ่งหายไป โดยนายอรรถพล ยอมรับว่ามีการพูดถึงการยุบองค์การค้าฯ แต่จะขอสู้ให้ถึงที่สุดก่อน โดยจะต้องมาคิดว่าจะปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงอย่างไร เช่น องค์การค้าฯ มีบุคลากรทั้งหมด 1,200 คน ต้องรับภาระจ่ายเงินเดือนบุคลากรตกเดือนละ 40 ล้านบาท ขณะที่สกสค.เอง ก็ประกาศรับสมัครคนเพิ่มจำนวนมาก ดังนั้นจะมาดูว่าทั้งสองหน่วยงานจะมีการเลื่อนไหลบุคลากรกันอย่างไรได้บ้าง