ดัน ‘นวดไทย’ ขึ้นทะเบียนมรดกทางภูมิปัญญาของโลกปีหน้า ‘ต้มยำกุ้ง’ คิวถัดไป

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยกรณีองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศขึ้นบัญชี “Khon, masked drama in Thailand” (การแสดงโขนในประเทศไทย) ในรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษย์ชาติอย่างเป็นทางการ ในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ครั้งที่ 13 ณ เมือง Port Louis สาธารณรัฐมอริเชียส ว่า ถือเป็นเรื่องน่ายินดี และความภาคภูมิใจที่เนสโกประกาศขึ้นบัญชี การแสดงโขนในไทย ทั้งนี้ ไทยได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่มีมรดกทางวัฒนธรรมโดดเด่นลำดับที่ 7 ของโลก และเป็นประเทศที่มีมรดกทางวัฒนธรรมอิทธิพลต่อโลกเป็นลำดับที่ 17 ของโลก แสดงให้เห็นว่าเราโชคดีที่มีบรรพบุรุษที่สั่งสมศิลปวัฒนธรรม ที่สำคัญที่สุดคือเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงทำนุบำรุงสั่งสม ศิลปะวิทยาการในทุกสาขาจนปรากฏเด่นชัด กระทั่งนำมรดกวัฒนธรรมไปต่อยอดให้มีความกินดี

นายวีระกล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความยินดีในการขึ้นทะเบียนครั้งนี้ และขอให้ประชาชนทุกคนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พร้อมทั้งสั่งการให้ วธ.ดำเนินการสืบสานการแสดงโขนให้แพร่หลาย และยั่งยืนต่อไป อย่างไรก็ตาม วธ.ได้ส่งเสริมเรื่องการเรียนการสอนโขนในสถาบันการศึกษาต่างๆ ซึ่งมีการเรียนการสอนอยู่บ้างแล้ว ส่วนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น คงต้องหารือกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยต้องดูความพร้อมในส่วนของครูผู้สอนด้วย

“ในการประชุมยูเนสโกครั้งนี้ ไทยได้เสนอให้คณะกรรมการพิจารณามรดกทางภูมิปัญญาใน 2 รายการพร้อมกัน คือ โขน และการนวดไทย ซึ่งที่ประชุมได้ให้ไทยเลือกว่าจะประกาศขึ้นทะเบียนเรื่องใดก่อน ทางไทยจึงเลือกขึ้นทะเบียนโขนในปีนี้ ส่วนปีต่อไปจะเสนอการนวดไทย เพื่อเป็นมรดกโลกทางภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้ โดยจะเสนอเป็นภาพรวมของนวดไทย ไม่ว่าจะเป็นวิธีการนวดไทย การนวดไทยต้นตำรับวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ที่มีตำรามาจากฤาษีดัดตน รวมถึง จารึกวัดโพธิ์ ที่รัชกาลที่ 1 และรัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำขึ้น เนื่องจากนวดไทยเป็นเอกลักษณ์ทางภูมิปัญญา และสืบทอดมาถึงปัจจุบัน อีกทั้ง นวดไทยเป็นที่ยอมรับของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เดินทางมายังประเทศไทย ที่ต้องมาสัมผัสการนวดไทยที่วัดโพธิ์ ที่สำคัญคนไทยยังได้นำองค์ความรู้นวดไทย ไปต่อยอดเปิดกิจการร้านนวดไทยในหลายประเทศทั่วโลก ทาง วธ.จึงเห็นว่านวดไทยควรได้รับการสืบสานให้คนรุ่นต่อไปให้เรียนรู้ และเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อไป” นายวีระ กล่าว

รัฐมนตรีว่าการ วธ.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีบัญชีที่เตรียมรอไว้ และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาจัดทำเอกสารเพื่อเตรียมเสนอไม่ว่าจะเป็นมโนรา และอาหาร เช่น ต้มยำกุ้ง หรืออาหารที่เป็นสำรับ ดังนั้น ต่อไปนี้จะต้องมีการประกาศมรดกภูมิปัญญาของไทยอยู่ในบัญชีมรดกโลกอย่างต่อเนื่องแน่นอน

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ “ลคอนโขลวัดสวายอันเด็ต” ของประเทศกัมพูชา ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ต้องสงวนรักษาโดยเร่งด่วน ประเทศไทยมีแนวทางจะช่วยเหลืออย่างไรบ้าง นายวีระ กล่าวว่า ในกลุ่มประเทศอาเซียน เรามีกรอบความร่วมมือทางวัฒนธรรมในกลุ่มอาเซียนอยู่แล้ว และเมื่อได้รับการขึ้นทะเบียน ทางรัฐบาลกัมพูชาเองน่าจะจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนได้อยู่แล้ว ส่วนประเทศเพื่อนบ้านจะเป็นลักษณะของการแลกเปลี่ยน โดยอาจจะเชิญมาจัดแสดงร่วมกันด้วย เพื่อเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมต่อไป

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เลขานุการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และประธานคณะกรรมการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจที่โขนได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ที่สำคัญเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทั้ง 2 พระองค์ทรงสนับสนุนให้จัดแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ขึ้นทุกปี เพื่อเผยแพร่มรดกชั้นสูงอันเก่าแก่ของไทย รวมถึง จัดสร้างเครื่องแต่งกายโขนซึ่งเป็นการฟื้นฟูช่างปัก ช่างเขียน ช่างทอ ช่างทำหัวโขน รวมถึง มีการสร้างฉาก และเทคนิคการแสดงต่างๆ ให้ทันสมัย ผู้ชมจะได้ไม่เบื่อการชมโขน พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ให้คนรุ่นใหม่ และเยาวชนเข้ามาเรียนรู้การจัดสร้าง และการแสดงโขน


“นอกจากชมการแสดงโขนฯ อีกเรื่องสำคัญการแสดงทุกปี มีนักเรียน นักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป์ทั่วประเทศอยากเข้ามาคัดเลือกเป็นนักแสดงตัวเอกในการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา การจัดแสดงโขนฯ ได้รับการสนับสนุนจากคนไทยเสมอมา ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ มาดูโขนกันทั้งครอบครัว ทั้งยังมีเด็กเล็กสนใจเรียนนาฏศิลป์โขน เมื่อโขนไทยได้รับการยกย่องในเวทีโลก จะทำให้คนไทยตื่นตัวมากขึ้น และตระหนักว่าโขนเป็นสมบัติล้ำค่าของไทย ไม่ใช่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เป็นสมบัติแผ่นดิน จะช่วยกันดูแลรักษา และสืบต่ออย่างยั่งยืน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ด่วน! ยูเนสโกขึ้นบัญชี ‘โขนไทย’ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ

สด! จากที่ประชุม เปิดเบื้องลึก ยูเนสโก ขึ้นทะเบียน ‘โขนกัมพูชา’ เบื่อดราม่า ต้องอ่าน

บทความก่อนหน้านี้“เสนา”ขานรับนโยบายพลังงานสะอาด ตั้งเป้าเป็นผู้นำ100%
บทความถัดไปเฮ! สรรพากรเล็งชงครม.ไฟเขียวช้อปช่วยชาติ 4ธ.ค.นี้ คาดรัฐสูญรายได้ 1,600 ล.(มีคลิป)