ตามที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต พ.ศ. … ทาง “มติชน” ถือโอกาสนำสาระสำคัญ ของการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ให้มีความสอดคล้องกับหลักการที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561-2580) รายละเอียดสำคัญ ดังนี้
ให้ยกเลิก พ.ร.บ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.2551และให้ใช้ พ.ร.บ.นี้แทนบรรดากฎหมาย กฎข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ และค่ำสั่งอื่น ในส่วนที่ได้บัญญัติไว้แล้วใน พ.ร.บ.นี้ หรือซึ่งขัด หรือแย้งกับบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.นี้ ให้ใช้ พ.ร.บ.นี้แทน
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รักษาการตาม พ.ร.บ.นี้ และมีอำนาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศ เพื่อปฏิบัติการตาม พ.ร.บ.นี้ กฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุนค่าใช้จ่าย หรือทรัพยากรอื่นให้กลุ่มเป้าหมายผู้ที่อยู่นอกโรงเรียน กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มเป้าหมายอื่นที่ไม่มีหน่วยงานอื่นดำเนินการ ได้รับการศึกษา และการเรียนรู้ตลอดชีวิต
การจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตของสำนักงาน และภาคีเครือข่าย มี 3 ระบบ ได้แก่ ระบบการศึกษาเพื่อคุณวุฒิตามระดับในรูปแบบการศึกษานอกระบบ ระบบการศึกษาเพื่อการดำรงชีวิต และระบบการศึกษาตามอัธยาศัย
ระบบการศึกษาเพื่อคุณวุฒิตามระดับในรูปแบบการศึกษานอกระบบ มี 2 ระดับ คือ การศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาที่สูงกว่าการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นการศึกษาที่มุ่งเน้นจัดให้กับผู้รับบริการที่อยู่นอกโรงเรียนให้ได้รับคุณวุฒิระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับการศึกษาที่สูงกว่าการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นการศึกษาที่มุ่งเน้นจัดให้กับผู้รับบริการให้ได้รับคุณวุฒิระดับอนุปริญญา และปริญญาสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร หรือหน่วยงานอื่นมิได้ดำเนินการ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
เพื่อสร้างโอกาส ความเสมอภาค ความเท่าเทียมของผู้รับบริการ ในการเข้ารับบริการตามแนวทางการจัด และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้มีสมรรถนะที่เหมาะสม สำนักงาน และภาคีเครือข่ายมีสิทธิได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนพัฒนาเทคโนโลยีทางการศึกษา กองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ และกองทุนอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ให้มีการบริหารจัดการเงินทุนที่ได้รับอย่างมีประสิทธิภาพ
ให้คณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประกอบด้วย 1.ประธานกรรมการ ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.หรือผู้ที่ได้รับ มอบหมาย 2.กรรมการโดยตำแหน่ง 9 ราย ได้แก่ ปลัด ศธ.หรือผู้แทน ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม หรือผู้แทน ปลัดกระทรวงแรงงาน หรือผู้แทน ปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือผู้แทน ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือผู้แทน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข หรือผู้แทน ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือผู้แทน ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ หรือผู้แทน เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ หรือผู้แทน 3.กรรมการผู้แทนเอกชน และภาคีเครือข่ายจำนวนไม่เกินสี่คน 4.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินสี่คน 5.เลขาธิการ เป็นกรรมการ และเลขานุการ
ให้สำนักงานมีฐานะเป็น นิติบุคคล บริหารราชการตาม พ.ร.บ.นี้ กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ ศธ.และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัด และส่งเสริมให้ผู้รับบริการได้รับการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยให้เลขาธิการเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง รวมทั้ง รับผิดชอบการดำเนินงานให้เป็นไปตามหน้าที่ และอำนาจที่กฎหมายกำหนด
ในการบริหารราชการของสำนักงาน ให้มีผู้ตรวจราชการของสำนักงาน มีหน้าที่ และอำนาจตรวจ แนะนำการปฏิบัติราชการ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย อันเกี่ยวกับสำนักงานให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับของสำนักงาน
ให้สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตจังหวัด เป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักงาน และเป็นหน่วยงานการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ ศธ.และตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีหน้าที่ และอำนาจบริหาร จัดส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตในจังหวัด หน่วยงานการศึกษาตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตจังหวัด ดำรงตำแหน่งเทียบกับข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง และเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง ที่อยู่ในสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตจังหวัด และสถานศึกษาในสังกัดหน่วยงานการศึกษาตามวรรคหนึ่ง ให้รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตจังหวัด ดำรงตำแหน่งเทียบกับข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับต้น
ให้สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตจังหวัด ประสานขับเคลื่อน การดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด หรือสมัชชา การศึกษาระดับจังหวัด ในการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนานโยบาย ยุทธศาสตร์ และแนวทาง การพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตของจังหวัด ให้เป็นไปตามความเหมาะสม หรือความจำเป็น
ให้สถานศึกษาแต่ละแห่งมีคณะกรรมการสถานศึกษามีหน้าที่ ให้คำปรึกษา แนะนำการระดมทุนทางสังคม และติดตามผลการดำเนินงานของสถานศึกษา จำนวนกรรมการคุณสมบัติ หลักเกณฑ์วิธีการได้มาของประธาน และกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่ง รวมทั้ง หน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมการสถานศึกษาให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
การจัด และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้จัดได้ในสถานศึกษา ศูนย์การเรียน หรือพื้นที่การเรียนรู้ เป็นหน่วยจัดกิจกรรม และสร้างกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน ดังต่อไปนี้ 1.กศน.ตำบล/แขวง 2.ศูนย์การเรียนชุมชน 3.ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” 4.สถาบันการศึกษาปอเนาะ 5.แหล่งการเรียนรู้ 6.พื้นที่การเรียนรู้ของหน่วยงานภาคีเครือข่าย 7.ศูนย์การเรียนอื่นตามที่สำนักงานกำหนด
ให้โอนบรรดากิจการ หน้าที่ และอำนาจ ทรัพย์สินงบประมาณ รายได้ หนี้ สิทธิ ข้าราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการ พนักงาน และอัตรากำลังของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานปลัด ศธ.มาเป็นของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตาม พ.ร.บ.นี้ เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการของสำนักงาน ให้มีแผนเกี่ยวกับการบริหาร งานบุคคล เกลี่ยอัตรากำลังข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง งบประมาณ หรือทรัพย์สินของส่วนราชการต่างๆ ของ ศธ.โดยไม่เพิ่มอัตรากำลังคน และงบประมาณการเกลี่ยอัตรากำลังให้ตัดโอนอัตราตำแหน่ง และเงินงบประมาณแผ่นดินประจำอัตรา รวมทั้ง งบบุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือน ค่าจ้างประจำ และเงินอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตั้งไว้สำหรับตำแหน่งที่เกลี่ยนั้น มาเป็นของส่วนราชการที่รับโอน และการโอน หรือการนำรายจ่ายที่กำหนดไว้สำหรับ
ส่วนราชการใดใน ศธ.ตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมสำหรับส่วนราชการที่รับโอน ให้ข้าราชการซึ่งโอนมาเป็นข้าราชการของสำนักงานตาม พ.ร.บ.นี้ ยังคงดำรง ตำแหน่ง และรับเงินเดือน เงินวิทยฐานะ เงินประจำตำแหน่ง ตลอดจนได้รับสิทธิประโยชน์ ไม่น้อยกว่าเดิมต่อไปจนกว่าจะได้รับแต่งตั้งใหม่ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
ให้เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และรองเลขาธิการ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และรองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตตาม พ.ร.บ.นี้ จนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และรองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ให้ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาค และรองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาค ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่ผู้บริหารหน่วยงานส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตภาค จนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งผู้บริหารหน่วยงานส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตภาค และรองผู้บริหารหน่วยงานส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตภาคขึ้นใหม่ตาม พ.ร.บ.นี้
ให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด และรองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตจังหวัด และรองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตจังหวัด จนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตจังหวัด และรองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตจังหวัดขึ้นใหม่ตาม พ.ร.บ.นี้
การดำเนินการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ
ในระหว่างที่ยังมิได้ออกกฎกระทรวง กฎ ข้อบังคับระเบียบ ประกาศ หรือกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตาม พ.ร.บ.นี้ ให้นำกฎกระทรวง กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งเกี่ยวกับการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ และซึ่งออกตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ ศธ.เฉพาะที่เกี่ยวกับสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ใช้อยู่ในวันก่อนวันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ มาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัด หรือแย้งกับ พ.ร.บ.นี้

