‘หมอธี’ ปลื้มปัญหาหนี้ครูดีขึ้น เล็งหารือ ‘ก.พ.ร.’ หลังพบ สกสค. ออกข้อบังคับฯ อาจไม่เป็นไปตาม กม.

‘หมอธี’ ปลื้มปัญหาหนี้ครูดีขึ้น NPL ลดเหลือ 0.5% เล็งหารือ ‘ก.พ.ร.’ หลังพบ สกสค. ออกข้อบังคับฯ อาจไม่เป็นไปตาม กม.

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) จัดงาน “เดินหน้า สกสค.ครั้งที่ 1” โดยมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เป็นประธานเปิดงาน พร้อมบรรยายพิเศษ มอบโล่ และเกียรติบัตรผู้ทำคุณประโยชน์ เช่น พระพรหมมังคลาจารย์ (ธงชัย ธมฺมธโช) หรือเจ้าคุณธงชัย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร โดยมี พล.อ.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ ศธ. นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดศธ. นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ผู้บริหาร ศธ. ผู้บริหาร สกสค.จังหวัด ครูและบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมกว่า 200 คน

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวว่า ตนชื่นชมนายอรรถพล ที่เข้ามาดูแล สกสค.ในระยะเวลา 3 เดือนนี้ทุกอย่างดีขึ้นจริง แต่ยังมีภารกิจอีกหลายเรื่องที่ต้องทำ หลังจากที่มีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 7/2558 ที่ให้มีการสรรหาเลขาธิการคุรุสภา เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ให้มีคำสั่งให้ยุติบทบาทของคณะกรรมการเลขาธิการคุรุสภา คณะกรรมการ สกสค. และคณะกรรมการองค์การค้าของ สกสค. เพราะมีปัญหาการทำงานมาก เกิดปัญหาทุจริตต่างๆ หลังจากนั้นก็สะสางปัญหาทุจริตต่างๆ จบลงหลายเรื่อง เช่นกรณีอดีตผู้บริหารสกสค.นำเงินจำนวนมหาศาลถึง 2,500 ล้านบาท ไปซื้อ “ตั๋วสัญญา” กับ บริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด เมื่อปี 2556-2557 เพื่อนำไปลงทุนในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี เป็นต้น

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการดำเนินการเรื่องปัญหาหนี้สินครู โดยเจรจากับธนาคารออมสินยกเลิกการหักเงินส่วนต่างของดอกเบี้ย 0.5-1% โครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และโครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา กรณีคู่สมรส ที่เดิมหักเข้ากองทุนสนับสนุนพิเศษ ช.พ.ค. คืนให้แก่ครูที่มีวินัยทางการเงินดีเพื่อเป็นการลดอัตราดอกเบี้ย มีครูได้รับประโยชน์แล้วกว่า 390,000 แสนคน ก่อนตัดสินใจเรื่องนี้ตนได้หารือกับธนาคารออมสิน ทำให้รู้ว่าธนาคารมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL 18%จากหนี้สินครูกว่า 500,000 ล้านบาท จากข้อตกลงเดิมในอดีตว่า สกสค.จะหักเงิน 0.5-1% ขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการฯ แต่ปรากฎว่าเกิดปรากฏการณ์ชักดาบ และตกลงว่าหากมีผู้กู้ไม่ชำระเงินกู้ติดต่อกันต่อเนื่อง 3 เดือน ไม่ให้เกิด NPL ธนาคารสามารถหักเงินส่วนนี้คืน จนกระทั่งมีการสะสมคนไม่จ่ายหนี้ติดกันจนธนาคารหักไปสูงกว่า 10,000 ล้านบาท และธนาคารออมสินก็ทยอยคืน

“การที่ให้หักเงินส่วนนี้คืนแก่ครูที่มีวินัยดีนำไปลดอัตราดอกเบี้ยก็พบว่า  NPL จาก 18% เหลือเพียง 0.5% เท่านั้น ซึ่งธนาคารบอกว่าถ้าไม่คืนธนาคารจะล้ม กระทรวงการคลังต้องควักเงินระเนระนาด ดังนั้น ครูทั้งหลายช่วยให้ธนาคารอยู่รอด ทั้งที่เขาให้เรากู้ ส่วนการทำประกันชีวิตที่อยู่ระหว่างการทำใหม่ให้ออกมาในรูปแบบที่ดีขึ้น จากเดิมที่แพง ไม่เหมาะสมต้องรีบแก้ไข เพราะเดิมเป็นประกันที่แพง ค่าคอมมิชชั่นมาก หลายอย่างไม่เหมาะสม ทั้งนี้ สกสค.มีศักยภาพเยอะหากไม่ซี้ซั้วลงทุน เงินนั้นจะออกดอกผลช่วยทำให้เราเป็นบุคลากรทางวิชาชีพที่ดีกว่าวิชาชีพอื่นๆ ของครู” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังพบปัญหาของเรื่องการออกข้อบังคับต่างๆ ที่ สกสค.ออกกันเองจำนวนมาก หลังจากนี้ จะประสานกับคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) มาช่วยตรวจสอบข้อบังคับต่างๆ ด้วยว่าเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ทั้งยังพบเรื่องระบบการเงินที่ขาดความชัดเจน จนกระทั่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ 2 องค์กรบัญชีเอกชน ปฏิเสธที่จะตรวจสอบเพราะไม่สามารถตรวจสอบได้ สกสค.เป็นแดนสนธยา ตนจึงพยายามเน้นย้ำการทำงานโปร่งใส ไม่ใช้อำนาจเกินขอบเขต ส่วนการแต่งตั้งเลขาธิการ สกสค.ตัวจริงนั้น ตนตั้งใจอยากให้มีการสรรหาและไม่ให้เกิดปัญหาเช่นที่ผ่านมา โดยจะทำหลักเกณฑ์การสรรหาเลขาธิการ สกสค.ให้เป็นสากล เปิดกว้างเลือกคนที่มีประสบการณ์ ซื่อสัตย์สุจริตและทำงานเต็มเวลา ซึ่งพยายามให้เกิดในสองเดือนนี้

นายอรรถพล กล่าวว่า ในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา สกสค.ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านสวัสดิการ และสวัสดิภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างจริงจัง “งานเดินหน้า สกสค. ครั้งที่ 1” นับว่าเป็นการสร้างมิติใหม่ ภายใต้นโยบายการซ่อมอดีต สร้างอนาคต โดยอาศัยความร่วมมือของคน สกสค. ทุกภาคส่วน ทั้งส่วนกลาง และสำนักงาน สกสค. จังหวัด ทั้ง 77 จังหวัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม เป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร และเพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นสมาชิก ช.พ.ค. – สมาชิก การฌาปนกิจสงเคราะห์เพื่อช่วยเหลือเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ที่ประสบผลสำเร็จจากการกู้เงิน ได้นำเสนอผลงาน ผลิตภัณฑ์ และจำหน่าย เพื่อเป็นต้นแบบในการประกอบอาชีพเสริม ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งประชาชน ที่มาร่วมงาน โดยมีการจัดงาน 11 – 12 กุมภาพันธ์นี้

บทความก่อนหน้านี้บิ๊กเต่า ชี้ ป่าถูกรุกก่อน 30 มิ.ย.41- 3.66 ล้านไร่ ก่อนคำสั่ง คสช.1.2 ล้านไร่ หลัง คสช.เข้ามามี ถูกรุกแค่ 5.69 หมื่นไร่
บทความถัดไป‘บิ๊กอู๋’ แนะแรงงานไทยไปทำงานเกาหลี รู้ภาษา เพิ่มศักยภาพ นำประสบการณ์มาต่อยอดที่บ้าน