‘สพฐ.’ สั่งชะลอรับอนุบาล 3 ขวบ พร้อม ‘เซ็ตซีโร่’ ใหม่หลังพบ ‘ร.ร.เอกชน-อปท.’ เดือดร้อน

‘สพฐ.’ สั่งชะลอรับอนุบาล 3 ขวบ พร้อม ‘เซ็ตซีโร่’ ใหม่หลังพบ ‘ร.ร.เอกชน-อปท.’ เดือดร้อน

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รับนโยบาย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในเรื่องการให้เริ่มกระบวนการรับนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1 (3 ขวบ) ใหม่ทั้งหมด เนื่องจากโรงเรียนในสังกัด สพฐ. บางส่วนเปิดรับ ทำให้โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และ โรงเรียนในสังกัดองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นผู้รับนักเรียนอนุบาล 3 ขวบ ได้รับความเดือดร้อน ซึ่ง สพฐ. จะมีแนวปฏิบัติ คือ ให้โรงเรียนในสังกัด สพฐ.เริ่มกระบวนการรับนักเรียนอนุบาล 3 ขวบใหม่ ทั้งนี้ เดิมสพฐ. เคยทำหนังสือแจ้งไปยังโรงเรียนในสังกัดแล้วว่า การรับนักเรียนอนุบาล 3 ขวบนั้น ต้องร่วมมือกันระหว่าง เอกชนและอปท. โดยให้ดูว่าถ้าในพื้นที่ มีโรงเรียนในสังกัด สช. และ อปท. เปิดให้บริการอยู่แล้ว โรงเรียนของ สพฐ.ไม่ต้องเปิดรับให้บริการซับซ้อนอีก ส่วนพื้นที่ใด ไม่มีโรงเรียนในสังกัดสช. และอปท.เปิดให้บริการ โรงเรียนในสังกัด สพฐ.สามารถจัดสรรกำลัง เปิดห้องเรียนให้บริการได้

“บางโรงเรียน ในสังกัด สพฐ.อาจจะเปิดรับไม่ต่อเนื่อง หรือบางโรงเรียนเข้าใจผิด คิดว่าในเขตพื้นที่การศึกษาฯ ไม่มีโรงเรียนในสังกัด สช.หรืออปท.เปิดให้บริการ จึงเปิดรับ ทำให้เกิดประเด็นปัญหาในการปฏิบัติงานร่วมกันขึ้นมา ทั้งนี้สพฐ.จะเซ็ตซีโร่ใหม่ คือ ให้ทบทวนการรับนักเรียนอนุบาลใหม่ โดยให้โรงเรียนเอกชน ส่งตัวแทนเข้ามาเป็นคณะกรรมการรับนักเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้พิจารณาคัดกรองการเปิดรับนักเรียนอนุบาลกันใหม่ หากพบว่าพื้นที่ใดไม่มีโรงเรียนในสังกัด สช.หรืออปท.ให้บริการ โรงเรียนในสังกัด สพฐ.จึงมีสิทธิเปิดรับ จะไม่มีการทับซ้อนกัน เพราะเป็นการลงทุนที่ซ้ำซ้อน ใช้ทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์ ควรให้หน่วยงานที่มีความพร้อมจัดการเรียนการสอนดีกว่า” นายบุญรักษ์ กล่าว


นายบุญรักษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ก่อนที่คณะกรรมการรับนักเรียนระดับเขตพื้นที่ฯ พิจารณาการคัดกรองแล้วเสร็จนั้น ตนสั่งการให้ชะลอการจับสลาก การรับนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษา หรือ อนุบาล สังกัด สพฐ. ที่จะจับสลากในวันที่ 9 มีนาคมนี้ก่อน คาดดว่า 1-2 สัปดาห์จะมีความชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้จะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุม กพฐ. ในวันที่ 8 มีนาคมนี้ เพื่อหาแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนอีกครั้ง

บทความก่อนหน้านี้นักลงทุนคลายกังวลการเมืองวุ่นวาย หุ้นเด้ง-บาทแข็ง รับข่าวยุบพรรคทษช.
บทความถัดไป‘ภูมิ’ นำร่วมวันแรก กอล์ฟ สิงห์ ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส ที่เชียงราย