‘บิ๊กสพฐ.’ แนะครูถูกรีดเงิน 2 แสน แจ้งความดำเนินคดี ด้าน ‘องค์กรครู’ ชี้แก้ยาก มีทุกยุคทุกสมัย

‘บิ๊กสพฐ.’ แนะครูถูกรีดเงิน 2 แสนแลกย้ายกลับภูมิลำเนา แจ้งความดำเนินคดี ด้านองค์กรครูชี้แก้ยาก มีทุกยุคทุกสมัย

เมื่อวันที่ 11 เมษายน นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยกรณี พล.อ.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธีการ (ศธ.) ได้รับการร้องเรียนจากครูสอนวิทยาศาสตร์ โรงเรียนแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องการขอย้ายไปสอนในจังหวัดภูมิลำเนาในภาคเดียวกัน เพราะต้องการดูแลแม่ที่ชราและเจ็บป่วย จึงทำเรื่องขอย้ายครูรอบแรกในเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่กลับมีโทรศัพท์มาหาครูรายนี้ แจ้งว่าคณะกรรมการจัดทำคะแนนในการย้ายครูและบุคลากรทางการศึกษา กำลังพิจารณาจัดทำคะแนน ถ้าอยากย้ายจะให้เงินเท่าใด โดยราคาเริ่มต้นที่ 200,000 บาท และถ้าไม่เอา จะให้ครูอีกรายขึ้นมาแทน ครูรายนี้จึงร้องเรียนว่าอยากให้มีการตรวจสอบคะแนนในการพิจารณาการย้ายครั้งนี้นั้น ว่า เรื่องนี้ต้องมีการสืบหาต้นเหตุให้ได้ว่า เหตุเกิดจากใคร เกิดจากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) หรือมาจากผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) หรือใคร หน้าที่ตำแหน่งใดที่ไปตกเบ็ดเรียกรับเงินจากครู ทั้งนี้อยู่ที่ครูผู้มาร้องเรียนด้วยว่าจะให้ข้อเท็จจริงมากน้อยแค่ไหน ซึ่งหากเหตุเกิดจากผู้ที่มีหน้าที่ปฏิบัติงานในตำแหน่งใด ผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับต้องไปดูแลครู ใครทำผิด ผู้อำนวยการเขตฯ ต้องหาข้อเท็จจริง และเสนอ กศจ.แต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยต่อไป หากผู้อำนวยการเขตพื้นที่ เป็นผู้กระทำความผิด เป็นหน้าที่ของเลขาธิการ กพฐ. ต้องเข้าไปจัดการ เป็นต้น

“อยากฝากครูทุกคนว่า เรื่องเรียกเงิน ขอให้หมดไปสักที ขณะนี้เกณฑ์การย้ายมีความเป็นธรรมมากอยู่แล้ว อีกทั้งปัจจุบันข้อมูลข่าวสาร ใครจะทำอะไรก็รู้กันหมด ส่วนใหญ่ผู้ที่เรียกเงินจะเป็นผู้ที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ หรือมีคนกลางไปหลอกลวง เป็นต้น หากมีใครโทรเข้ามาเสนอราคาในลักษณะนี้ อยากให้ครูบันทึกเสียงไว้ และแจ้งความดำเนินคดี คนแบบนี้ถ้าเป็นคนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จริง เราไม่อยากเอาไว้ในระบบ เพราะ สพฐ.มีบุคลากรอยู่ประมาณ 400,000 คน ต้องมาเสียเพราะคนไม่กี่คน” นายบุญรักษ์ กล่าว


นายวิทยา พันธุ์เพ็ง เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) กล่าวว่า ปัญหานี้มีมาทุกยุคทุกสมัย จะมีการตกเบ็ดเรียกรับเงินลักษณะนี้มานานแล้ว และเป็นเรื่องที่แก้ไขยาก แม้ปัจจุบันมีการตรวจสอบที่เข็มข้น อาจจะมีน้อยลงบ้าง พบบ้างในบางเขตพื้นที่ฯ แต่อย่างไรก็ตามในอดีตส่วนราชการ เช่น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มองว่าการเรียกรับเงินจากการขอย้าย มาจากนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง แท้จริงแล้วไม่ใช่ ปัญหานี้มีมาทุกยุคถ้าไม่มีผู้รู้เห็นเป็นใจ ใครจะกล้าดำเนินการ เมื่อมีการกระทำลักษณะนี้ ความหายนะจึงเกิดขึ้นกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แน่นอน เพราะการศึกษาไทยจะไม่ได้ครูที่มีคุณภาพเข้ามาสอนนักเรียน ส่วนการแก้ไขปัญหานั้น ตนคิดว่าเดิมศธ. เป็นกระทรวงที่ใสสะอาดอยู่แล้ว แต่อยากให้รัฐบาลมีความจริงใจที่จะเข้ามาบริหารจัดการให้ศธ.ใสสะอาดมากขึ้น

บทความก่อนหน้านี้“รถไฟ” คาดวันนี้มีผู้โดยสารเดินทาง 1.2 แสนคน เตรียมขบวนรถไปอีสานเพิ่มอีก 3 ขบวน
บทความถัดไปอึ้ง! ‘โป๊ป’ ก้มจูบเท้า ‘คู่ขัดแย้งซูดานใต้’ ขอร้องให้ ‘รักษาสันติภาพ’