สพฐ.ห่วงเอดส์ระบาดหนักในร.ร. ‘หมออุดม’ จี้รณรงค์เด็กเลิกสำส่อน-ใส่ถุงยาง ป้องกันซิฟิลิส

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงกรณีที่โรงพยาบาลบางรัก เผยแพร่บทความเตือนเกี่ยวกับโรคซิฟิลิส เรื่อง “ซิฟิลิสกลับมาระบาดอีกครั้ง” โดยพบมากสุดในกลุ่มวัยรุ่น ช่วงประมาณมัธยมถึงมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตามซิฟิลิสพบได้ในทุกเพศทุกวัยแม้แต่เด็กแรกเกิดที่เกิดจากแม่ที่ไม่ทราบว่าตัวเองเป็นซิฟิลิสนั้น ว่า ซิฟิลิส หายไปจากประเทศไทยนานกว่า 20 ปี เพราะมีการรณรงค์ให้ใช้ถุงยางอนามัย การที่โรคนี้กลับมาอีกเข้าใจว่าเกิดจากพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม สำส่อน ไม่ระมัดระวัง ที่สำคัญไม่ใส่ถุงยางอนามัย ทั้งนี้โรคซิฟิลิสถือเป็นโรคที่ค่อนข้างรุนแรง แม้จะไม่เท่ากับผู้ติดเชื้อเอดส์ ซึ่งทำให้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง แต่ก็ทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงระบบประสาท

“ผมยังไม่ทราบข้อมูลว่า โรคนี้กลับมาระบาดใหม่ หากจริง ก็ถือว่าอันตราย มหาวิทยาลัยและโรงเรียน ควรหารือกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เร่งรณรงค์ ให้ใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะในวัยรุ่นที่อาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มีพฤติกรรมทางเพศไม่เหมาะสม ส่ำส่อน อาจทำให้ติดโรคได้โดยไม่รู้ตัว จึงควรมีความรู้ และตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันที่เหมาะสม ”นพ.อุดมกล่าว
นายธีร์ ภวังคนันท์ หัวหน้าศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน (ฉก.ชน.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า กรณีโรคซิฟิลิสระบาด สพฐ.ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน แต่มีความกังวล เพราะข้อมูลจากสธ. ระบุว่า ขณะนี้โรคเอดส์กลับมาระบาด แสดงให้เห็นว่า กลุ่มวัยรุ่นมีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม ไม่ใส่ถุงยางอนามัย โดยในส่วนของสพฐ. พยายามรณรงค์มาโดยตลอด เพราะเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งต้องมีการพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาวิธีให้ความรู้ที่ถูกต้องกับนักเรียนต่อไป

บทความก่อนหน้านี้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งราชองครักษ์ในพระองค์ 2 นาย
บทความถัดไปโปรดเกล้าฯพระราชการยศทหาร แก่จนท.ซึ่งพิการ-เสียชีวิต จากปฎิบัติหน้าที่ รวม 88 ราย