ชง ‘สพฐ.’ ตั้งกก.ปรับเกณฑ์รับน.ร. ปิ๊งไอเดียร.ร.ดังลดน.ร.ต่อห้อง ยันไม่โละขึ้นม.4อัตโนมัติ

นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมกพฐ. จะเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พิจารณาปรับหลักเกณฑ์การรับนักเรียน สังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2563 โดยให้กำหนดเป็นแผนแม่บท เพื่อเกณฑ์การรับนักเรียนจะไม่ต้องเปลี่ยนแปลงทุกปี เช่นการรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการกำหนดไว้ที่ 60% เกณฑ์จำนวนนักเรียน 40 คนต่อห้อง โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงให้รับนักเรียนทั่วประเทศเข้ามาเรียนด้วยการสอบ 100% ส่วนโรงเรียนอื่นที่ไม่อยู่ในกลุ่มโรงเรียนแข่งขันสูง สามารถรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการได้ ทำให้มีผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยจำนวนมากนั้น  ตนจะนำข้อเสนอดังกล่าวหารือกับนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ในวันที่ 21 พฤษภาคม ซึ่งส่วนตัวคิดว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ควรตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาเรื่องนี้อย่างเหมาะสม  ทั้งนี้ยอมรับว่า หลังกพฐ.มีข้อเสนอเรื่องการ ปรับหลักเกณฑ์การรับนักเรียน โดยให้โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงให้รับนักเรียนทั่วประเทศเข้ามาเรียนด้วยการสอบ 100% มีทั้งคนแสดงความคิดเห็นเข้ามาจำนวนมาก มีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ส่วนที่เห็นด้วยมองว่า จะช่วยแก้ปัญหาการเรียนรับเงินเพื่อแลกที่นั่งเรียนหรือแป๊ะเจี๊ยะ รวมถึงกังวลว่าจะเปิดการริดรอนสิทธิเด็กคนอื่น และเปิดช่องให้มีการเลือกปฏิบัติ แบ่งแยกชนชั้นนักเรียนและโรงเรียน ซึ่งเราต้องยอมรับความจริงว่า จะทำให้โรงเรียนมีศักยภาพเท่าเทียมกับทุกแห่งทั่วประเทศ คงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นทางแก้ปัญหาคือพัฒนาโรงเรียนที่มีศักยภาพให้สามารถพัฒนาเด็กเก่ง เพื่อเป็นกำลังสำคัญของประเทศ นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ส่วนข้อกังวลเรื่องความเหลื่อมล้ำนั้น ตนจะเสนอให้โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง ลดจำนวนนักเรียนต่อห้องลงเหลือ 35 คนต่อห้อง จากเดิม 40 คนต่อห้อง เพื่อกระจายเด็กไปยังโรงเรียนอื่น ๆ ไม่ให้เกิดข้อครหาว่า โรงเรียนดังคัดแต่เด็กหัวกะทิไว้หมด ขณะเดียวกันยังจะให้โรงเรียนคู่ ซึ่งชื่อเดียวกันโรงเรียนดังต่างๆ รับเด็กที่สอบเข้าเรียนโรงเรียนดังไม่ได้  เช่น เด็กสอบเข้าโรงเรียนดังแห่งหนึ่งไม่ได้ ก็เปิดทางเลือกให้เข้าเรียนในโรงเรียนร่วมพัฒนา ซึ่งหากผู้ปกครองไม่พอใจก็สามารถกลับไปเรียนในโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่บริการได้ ถือเป็นตัวเลือกและไม่ตัดโอกาสในการเข้าเรียนของเด็ก

“สำหรับข้อเสนอที่ให้ยกเลิกเกณฑ์การรับนักเรียนชั้นม.3 โรงเรียนเดิมขึ้นม.4 อัตโนมัติทุกคน โดยไม่ต้องพิจารณาผลการเรียนนั้น ผมเห็นว่า โรงเรียนทั่วไปควรคงไว้ เพื่อให้เด็กได้มีที่เรียนทุกคน หากมีที่นั่งเหลือค่อยเปิดสอบ การที่บางโรงเรียนระบุว่า หลักเกณฑ์นี้ทำให้มีที่นั่งเหลือ เพราะเด็กบางคนสอบติดและเลือกไปเรียนที่อื่นนั้น อยู่ที่การบริหารจัดการของผู้อำนวยการโรงเรียนซึ่งควรจะมีการสำรวจเพื่อให้รู้ตัวเลขเด็กที่จะเข้าเรียนต่อชั้นม.4 โรงเรียนเดิมตั้งแต่เดือนมกราคม พอถึงเดือนเมษายน จะรู้ว่ามีที่นั่งเหลือเท่าไร ตรงนี้เป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ส่วนการเข้าเรียนชั้นม.4 โรงเรียนยอดนิยม ควรให้สอบเข้าเรียน 100% เช่นเดียวกับการรับเด็กชั้นม.1เพื่อให้โรงเรียนคัดเด็กที่มีศักยภาพเข้าเรียน”นายเอกชัยกล่าว

บทความก่อนหน้านี้มาให้เลือกฟัง คอนเสิร์ตจากไทย เกาหลี และญี่ปุ่น รวมถึงวิทยุคลื่นใหม่-กล่องบันเทิง
บทความถัดไปคนไทยและประเทศไทยได้อะไรจากการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข?