ชมรมครูศรีสะเกษ ทวงเงินช.พ.ค. อ้างเลือดเนื้อ-กระดูกครู

ประธานชมรมครูทวงคืนเงินกองทุน ช.พ.ค.เลือดเนื้อกระดูกครู ค้านโอนเงินกองทุนที่ไม่ใช่งบประมาณของแผ่นดินไปเป็นเงินของสำนักงาน สก.สค.ซึ่งไม่เป็นธรรม กองทุน ช.พ.ค. เป็นเสมือน เลือดเนื้อ และกระดูกของครู ดังนั้น กองทุนจะยกเลิกไม่ได้ จะยกให้ใครไม่ได้ ต้องคืนให้ครูเท่านั้น จะต้องเป็นของครู โดยครู เพื่อครู

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูศรีสะเกษ จำกัด อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายวิสัย เขตสกุล ประธานชมรมครูประถมศึกษา จ.ศรีสะเกษ เลขาธิการชมรมครูประชาบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเลขาธิการสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) กล่าวว่า ตามที่ ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา และ ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา อนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น ได้ดำเนินการประชุมรับฟังความคิดเห็นการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา สู่การบูรณาการร่วมมือกับเขตพื้นที่ภาคใต้ เมื่อวันที่ 16 – 17 พ.ค. 2562 ที่โรงแรมชฎา แอทนคร จ.นครศรีธรรมราช ที่ผ่านมานั้น สมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทยและเครือข่ายองค์กรครู 4 ภูมิภาค สหพันธ์ครูภาคเหนือ ชมรมครูประชาบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชมรมครูภาคกลาง สมาพันธ์ครูภาคใต้ เห็นว่า เป็นการไม่เหมาะสม อาจมีการหมกเม็ดในหลายประเด็น นอกจากการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในรูปแบบต่าง ๆ การพัฒนาเด็กปฐมวัย กองทุนเพื่อเสมอภาคทางการศึกษา

นายวิสัย เขตสกุล กล่าวต่อว่า ด้วยเหตุผลดังนี้ 1. ไม่ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องทางการศึกษาผู้ปฏิบัติ อาทิเช่น ตัวแทนครูที่เป็นภาคประชาสังคม ตัวแทนผู้บริหารสถานศึกษา เข้าร่วมเพื่อแสดงความคิดเห็น ในฐานะผู้ใช้ผู้ปฏิบัติ 2. ด้วยประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. 2560 โดยให้คณะกรรมการดังกล่าวมีวาระ 2 ปี ซึ่งเป็นการรีบเร่งส่งท้ายที่เป็นการไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ซึ่งพี่น้องเพื่อนผู้ประกอบวิชาชีพครูทั่วประเทศไม่ไว้วางใจ และไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการพิจารณาและดำเนินรับฟังความคิดเห็น ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่จะทำลายวิชาชีพครู ดังนั้น จึงขอเสนอดังนี้ 1. ให้หยุดการดำเนินการตามมารยาทของคณะกรรมการที่จำหมดวาระ 2. ให้การพิจารณาการออกพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…… เป็นภาระหน้าที่ของรัฐสภาที่มาจากประชาชน โดยแท้จริง

นายวิสัย ยังกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในเรื่อง กองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการเงินกู้ ช.พ.ค. ที่เป็นจากดอกเบี้ยของผู้กู้ที่ธนาคารออมสินคืนให้มา 1 บาท โดยลดดอกเบี้ยให้ผู้กู้50 สตางค์ และอีก 50 สตางค์ คณะกรรมการชุดที่ผ่านมานั้น จึงนำไปตั้งเป็นกองทุนดังกล่าว มีเงินกองทุนร่วม 20,000 ล้านบาท ซึ่งได้มีการใช้จ่าย และให้กู้ยืมโดยมิชอบหลายรายการ ต่อมา นพ.ธีรเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ในขณะนั้น ได้บอกว่า เป็นเงินของครู จะต้องคืนครู แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ อดีต รมว.ศึกษาธิการ ได้ลงนามในประกาศข้อบังคับคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ว่าด้วยการเงิน การบัญชี ทรัพย์สิน และการงบประมาณ พ.ศ.2562 เพื่อโอนเงินทั้งหมดจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และเงินกองทุนในโครงการการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรส (ช.พ.ส.) ให้ถือเป็นเงินของสำนักงาน สกสค. ซึ่งจากนี้จะไม่มีเงินกองทุน ช.พ.ค.และ ช.พ.ส. และทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับบอร์ด สกสค.เท่านั้น

นายวิสัย ยังได้กล่าวในกรณีนี้ว่า กองทุน ช.พ.ค. เป็นเสมือน เลือดเนื้อ และกระดูกของครู ดังนั้น กองทุนจะยกเลิกไม่ได้ จะยกให้ใครไม่ได้ ต้องคืนให้ครูเท่านั้น จะต้องเป็นของครู โดยครู เพื่อครู ซึ่ง ทาง ส.ค.ท.จะได้ประชุมคณะกรรมการเพื่อทวงคืนกองทุน ช.พ.ค.ในทุกวิถีทาง ในสิทธิของครูและบุคลากรทางการศึกษาเราเสียเปรียบในการทำสัญญากับธนาคารแล้ว ยังมีการจะโอนเงินกองทุนที่ไม่ใช่งบประมาณของแผ่นดินไปเป็นเงินของสำนักงาน สก.สค.ซึ่งไม่เป็นธรรม และไม่ถูกต้อง และยังไม่มั่นใจว่า เงินประกันวงเงินกู้ล้านละ 2,000 บาท เมื่อชำระหนี้เสร็จสิ้น จะได้เงินคืนหรือไม่ และเอาจากที่ใด

บทความก่อนหน้านี้“เพียงธาร” เข้าชิงหวดอาชีพเอสเอที- “แฝด” ซิวรองแชมป์
บทความถัดไปเผย คะแนนเสียงสภาฯ ขาด 1 เหตุ ส.ส.อนาคตใหม่ ป่วย