‘สรนิต’ เผย 14 ประเด็นใหม่ที่จะเกิดกับ อว. ให้มหา’ลัย ปรับตัวเพื่อขับเคลื่อนประเทศ

นพ.สรนิต
นพ.สรนิต

‘สรนิต’ เผย 14 ประเด็นใหม่ที่จะเกิดกับ อว. ให้มหา’ลัย ปรับตัวเพื่อขับเคลื่อนประเทศ

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ที่มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวตอนหนึ่งในการบรรยายพิเศษ หัวข้อ “การปรับบทบาทของอุดมศึกษาเพื่อขับเคลื่อนประเทศ ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)” ว่า 14 เรื่องใหม่ ที่จะเกิดขึ้นในอว. ซึ่งสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งต้องเข้าไปเกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจในการเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 และนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปพัฒนาประเทศ คือ 1.สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) เป็นการควบรวมระหว่างสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กับ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) 2.อว. เป็นกระทรวงใหม่ที่มีขนาดใหญ่ มีบุคลากรในสังกัดเกิน 1 แสนคน งบประมาณแผ่นดินรวม 139,000 ล้านบาท และมีสถาบันวิจัย 20 แห่ง มหาวิทยาลัยของรัฐ 75 แห่ง และของเอกชน 75 แห่ง อยู่ในความดูแล 3.มีสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็น Super Board ดูแลเกี่ยวกับเรื่องวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในหลายๆกระทรวง เป็นภาพรวมของประเทศไม่เฉพาะแค่ อว.เท่านั้น

นพ.สรนิต กล่าวต่อว่า 4.สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) จะทำหน้าที่เป็นเลขาธิการสภา ในการประมวลทิศทางของประเทศ แผนแม่บทอุดมศึกษา แผนแม่บทการวิจัย นวัตกรรม และงบประมาณ 5.ระบบวิจัยจะถูกแบ่งอย่างชัดเจน ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น 6.มีการจัดระบบงบประมาณด้านวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ สำนักงบประมาณจะดูแลงบตามภารกิจพื้นฐาน และงบลงทุน มหาวิทยาลัยหรือสถาบันวิจัยจะต้องเสนอไปตามขั้นตอนปกติ แต่สำหรับงบยุทธศาสตร์-งบวิจัย จะมีคณะกรรมการพิจารณาซึ่งแบ่งออกเป็นสองชุด คือด้านอุดมศึกษา และด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 7.ตั้งกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมขึ้นเป็น program bond มีลักษณะ Multi Year และ Multi Agency หลายมหาวิทยาลัย หลายสถาบัน หลายหน่วยงานจะมาทำงานร่วมกันมากขึ้น 8. ภาคเอกชนเข้ามาเป็นคณะกรรมการต่างๆ และมีส่วนร่วมมากขึ้น 9.กรมวิทยาศาสตร์บริการ จะปรับเปลี่ยนเป็นองค์กรมหาชน ใน 3 ปี และจะประเมินสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อเปลี่ยนเป็นองค์กรมหาชน (หรือไม่เป็นก็ได้)

“10.โครงสร้างคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) จะเปลี่ยนไป มีคณะกรรมการทั้งจากภาคมหาวิทยาลัย อดีตนายกสภาฯ อดีตอธิการบดี และรวมถึงมีภาคเอกชนเข้ามาร่วมมากขึ้น 11.คณะกรรมการมาตรฐานอุดมศึกษา (กมอ.) จะมีบทบาทมากขึ้น สามารถจะรับนโยบายและสั่งการได้ โดยผ่านรัฐมนตรีหรือผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่ใช่อาจารย์ประจำอยู่ในมหาวิทยาลัย 12.มี sandbox เกิดขึ้น มีงานวิจัยเรื่องใหม่ได้ มีหลักสูตรที่ไม่ต้องผ่าน กกอ.มาตรฐานอุดมศึกษาได้และทรัพย์สินทางปัญญาที่จะให้ผู้วิจัยมีสิทธิในผลงานมากขึ้น 13.จัดทำระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ฐานข้อมูลวิจัยจัดทำโดย วช. ฐานข้อมูลอุดมศึกษาจัดทำ โดยสป.อว. จะเริ่มทำงานโดยจะมีมาตรการสำหรับมหาวิทยาลัยที่ไม่ส่งข้อมูล จะใช้ระบบ block chain หรือระบบฐานข้อมูลอื่นๆ ที่มหาวิทยาลัยมีอยู่แล้ว เพื่อรวบรวมไปเป็นฐานข้อมูลใหญ่ของอุดมศึกษา ซึ่งมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งต้องรับผิดชอบข้อมูลของตนเอง และ 14.มีคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามการปฏิรูป วาระการทำงาน 4 ปี เพื่อติดตามการทำงานให้เป็นไปตามทิศทางที่ต้องการ” นพ.สรนิต กล่าว

บทความก่อนหน้านี้รวบแล้ว คนร้ายชิงทองกลางห้างดัง จับพร้อมเมียหลังเอาทองไปขาย
บทความถัดไปแจ้งเกิด “กิมจิแห่งสยาม” สธ.ชู “ผักเสี้ยนดอง” โปรไบโอติกส์สูง มีประโยชน์ต่อร่างกาย