แฉ ม.เอกชนใกล้ กท.ดอดรับนอกที่ตั้งครึ่งพัน สลับชื่อ น.ศ.เรียนในที่ตั้งออก กมว.แนะผู้เสียหายฟ้อง

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรการมาตรฐานวิชาการ (กมว.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กมว.เมื่อเร็วๆ นี้ ได้หารือกรณีการรับรองปริญญาทางการศึกษาของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตปริมณฑล หลังมีผู้ร้องเรียนว่าจบหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา แต่ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษาไม่ได้ ทั้งนี้ ตรวจสอบพบว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้รับอนุมัติให้เปิดสอนหลักสูตรดังกล่าวในปีการศึกษา 2557-2558 รับนักศึกษาได้ปีละ 100 คน แต่แจ้งรายชื่อผู้จบเกินจำนวนที่คุรุสภารับรอง รวมถึง ขอเปลี่ยนข้อมูลรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษา ซึ่งแต่ละครั้งไม่ตรงกัน เช่น ส่งรายชื่อ 14 ครั้ง รายชื่อครั้งที่ 8 ไม่ตรงกับรายชื่อครั้งล่าสุด ทำให้นักศึกษาขอรับใบอนุญาตฯ ไม่ได้ กมว.จึงมีมติขอตรวจสอบข้อมูลมหาวิทยาลัยดังกล่าวก่อน คาดว่าไม่เกิน 3 สัปดาห์ จึงจะอนุมัติใบอนุญาตฯ ได้

“มหาวิทยาลัยแห่งนี้แอบเปิดสอนนอกสถานที่ตั้งโดยไม่ได้รับการรับรอง รับนักศึกษากว่า 500 คน เกินกว่าที่ได้รับอนุญาต แต่รายชื่อที่ส่งมาเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ มี 100 คนตามที่อนุมัติ เพียงแต่ขอเปลี่ยนเป็นช่วงๆ ซึ่ง กมว.เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับสิทธิของผู้เรียน จึงให้เทียบรายชื่อที่ส่งมาแต่ละครั้ง เพื่อดูรายชื่อคงที่กับรายชื่อใหม่ และดูหลักฐานเป็นรายบุคคล จากนั้นจะนัดประชุมวาระพิเศษเพื่อแก้ปัญหาโดยเฉพาะ ขณะนี้ข้อมูลค่อนข้างชัดเจนว่ามหาวิทยาลัยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อมีผู้ร้องเรียนก็สลับชื่อ ซิกแซก นำรายชื่อนักศึกษานอกที่ตั้งมาใส่แทน ที่ผ่านมามีนักศึกษารายหนึ่งร้องมายังคุรุสภา บอกว่าเรียนหลักสูตรดังกล่าวในที่ตั้ง แต่ถูกถอนชื่อออก ไปใส่ในวิทยาเขตในจังหวัดภาคใต้ ซึ่งไม่ได้รับการรับรอง ทำให้ขอรับใบอนุญาตฯ ไม่ได้ กมว.จึงขอตรวจสอบว่า 100 คนที่ส่งมา มีเปลี่ยนกี่คน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เรียน” นายเอกชัย กล่าว

นายเอกชัยกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม มีผู้เรียนหลักสูตรนี้ในปีการศึกษา 2557 ได้รับใบอนุญาตฯ แล้ว 74 คน เหลือ 26 คน กมว.จะชะลอการอนุมัติ ส่วนปี 2558 ได้รับใบอนุญาตฯ แล้ว 56 คน เหลือ 44 คน โดยจะตรวจสอบย้อนหลัง ซึ่งกลุ่มที่ได้รับใบอนุญาตฯ แล้ว หากพบว่าเป็นรายชื่อที่แทรกเข้ามา และเรียนนอกสถานที่ตั้ง จะพิจารณาถอดถอนใบอนุญาตฯ ต่อไป ทั้งนี้ กมว.จะอนุมัติใบอนุญาตฯ เฉพาะผู้ที่เรียนในสถานที่ตั้งตามจำนวนที่ได้รับอนุมัติเท่านั้น สำหรับผู้เสียหาย ซึ่งคาดว่ามีประมาณ 400 คน สามารถฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากมหาวิทยาลัยได้ โดยคุรุสภาจะส่งรายชื่อมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

นายเอกชัยกล่าวต่อว่า ที่ประชุม กมว.ยังมีมติลงโทษทางจรรยาบรรณวิชาชีพ ครู และผู้บริหารโรงเรียน 10 ราย โดยเพิกถอนใบอนุญาตฯ 2 ราย เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีความผิดเกี่ยวกับอนาจารเด็ก และครูกรณีความผิดโพสต์ภาพอนาจารแฟนเก่าทำให้ได้รับความเสียหาย ส่วนที่เหลือเป็นการลงโทษหลายกรณี ทั้งตีเด็ก ทำร้ายเด็ก ส่วนใหญ่มีโทษภาคฑัณฑ์เพื่อไม่ให้ทำอีก ไม่เช่นนั้นอาจได้รับโทษสถานหนักขึ้น คือ พักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตฯ เป็นต้น

บทความก่อนหน้านี้ผวจ.ประจวบฯเผยรอเรียกครูเจ้าของ จยย.ต้องสงสัยสอบเพิ่ม ด้าน ทม.หัวหินเร่งจัดซื้อวงจรปิดเสริม
บทความถัดไป“พิธา” ปลุกกระแสรธน. ชี้ เกษตรกร ต้องมีอำนาจต่อรอง-มีส่วนกำหนดกติกาประเทศ