เพชรบูรณ์เด้งรับควบรวม ร.ร.เล็ก ‘บิ๊ก สพม.เขต 16’ แจงระดับมัธยมทำได้ยาก

เพชรบูรณ์เด้งรับควบรวม ร.ร.เล็ก “บิ๊ก สพม.เขต 16” แจงระดับมัธยมทำได้ยาก

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม นายสันติชัย บัวทอง รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เพชรบูรณ์ เขต 3 เปิดเผยกรณีนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ประชุมมอบนโยบายในการปฏิบัติหน้าที่แก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ถึงการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวน 15,158 โรงเรียน โดยมอบแผนยุทธศาสตร์ ให้ สพท.ไปดำเนินการรวบรวมข้อมูลปัญหา การแก้ไข ส่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ภายในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ ว่า ในพื้นที่ สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3 นั้น แก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กด้วยการ ให้นักเรียนไปเรียนรวมโรงเรียนใกล้เคียง หรือการส่งนักเรียนไปเรียนรวมในโรงเรียนแม่เหล็ก เช่น โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล เป็นต้น หรือการรวมเลิกโรงเรียน คือ การนำนักเรียนมาเรียนรวมกันแล้วเลิกโรงเรียนที่ไม่มีนักเรียนเรียนอยู่ เป็นต้น ซึ่งในปี 2562 สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3 มีโรงเรียนที่เข้าโครงการรวมเลิกโรงเรียนจำนวน 2 โรง

“การควบรวมและแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กนั้น ต้องใช้เวลานาน สร้างความเข้าใจกับคณะกรรมการสถานศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ว่าหากมีการรวมโรงเรียนแล้ว นักเรียนจะได้คุณภาพในการเรียนการสอน มีครูครบชั้น และการดำเนินการต่างๆ ต้องเอาเด็ก เยาวชน เป็นศูนย์กลาง ทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น การเดินทางที่ทางรัฐจะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด พร้อมมีรับส่ง เป็นต้น ถ้าชุมชนเข้าใจ เราสามารถดำเนินการได้ทันที ซึ่งทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนอย่างน้อยต้องใช้เวลา 1-2 ปี ” นายสันติชัยกล่าว และว่า วิธีการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กที่ทาง สพฐ.มอบนโยบายให้ ตนคิดว่าเป็นนโยบายที่ดี แต่ทุกอย่างต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ระยะเริ่มต้นอาจจะลำบาก แต่เชื่อว่าหากทำอย่างต่อเนื่อง โรงเรียนขนาดเล็กจะมีคุณภาพมากขึ้น

ด้านนายศังกร รักชูชื่น ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 16 (สงขลา-สตูล) กล่าวว่า การแก้ไขโรงเรียนขนาดเล็กในโรงเรียนมัธยมนั้น ทำได้ค่อนข้างยาก เพราะชุมชน และศิษย์เก่าจะหวงแหนอย่างมาก สพม.เขต 16 มีโรงเรียนมัธยมขนาดเล็กอยู่ 4 โรง ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้จะเป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 100 คนและไม่ถึง 120 คน จากการลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับคณะกรรมการสถานศึกษา นักเรียน ชุมชน ในโรงเรียนทุกแห่งพบว่า ชุมชนยังรัก หวงแหนไม่อยากให้ควบรวม และไม่อยากให้โรงเรียนหายไปจากชุมชน สพม.เขต 16 จึงเปลี่ยนวิธีแก้ไขปัญหาโดยพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้ให้มีคุณภาพ เช่น โรงเรียนคูเต่าวิทยา ที่มีนักเรียนต่ำกว่า 100 คน ได้เข้าไปพัฒนาโดยทำบันทึกข้อตกลงกับสโมสรฟุตบอลในพื้นที่ และส่งเสริมให้ฟุตบอลเป็นวิชาเพิ่มเติม เพื่อดึงดูดเด็กเข้ามาเรียนเพิ่มมากขึ้น เป็นต้น

“ดังนั้นการแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กจะขึ้นอยู่กับบริบท ความต้องการของคนในพื้นที่ และต้องทำความเข้าใจกับชุมชน ซึ่งวิธีการเหล่านี้จะใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ หากดำเนินการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กด้วยความรวดเร็ว อาจจะเกิดข้อบกพร่อง สร้างความแตกแยกบาดหมางในชุมชนแต่ละแห่งได้ ดังนั้นทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งทั้ง 5 ยุทธศาสตร์ที่ สพฐ.ให้นโยบายมา ผมคิดว่าเป็นวิธีการที่ดีที่ให้ สพท.ทั่วประเทศดำเนินการโดยรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง” นายศังกรกล่าว

บทความก่อนหน้านี้มะกันกล่าวหาจีนอันธพาล หลังเผยตัวนักการทูตสหรัฐดอดพบแกนนำม็อบฮ่องกง
บทความถัดไปมาไง! คลื่นซัดโคเคนมูลค่ากว่า 60 ล้านเกยฝั่งนิวซีแลนด์