นิสิต จุฬาฯ โชว์ฝีมือ จัดสอน ‘ดอกไม้สะท้อนมลพิษ’

ดอกไม้ดิจิทัลที่เปล่งแสงสวยงามอยู่ด้านหน้า AIS Design Centre ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม ชั้น 5 เป็นผลงานของทีมนิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการออกแบบสถาปัตยกรรม (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือเรียกสั้นๆ ว่า INDA

หากมองดูเพียงผิวเผินอาจดูเหมือนดอกไม้ประดิษฐ์ติดแสงไฟ แต่ที่จริงแล้วดอกไม้เหล่านี้กำลังทำหน้าที่สะท้อนผลกระทบด้านมลภาวะทางอากาศและเสียงของประชาชนใน 12 เขตพื้นที่ กทม. โดยจัดแสดงผลงานในรูปแบบนิทรรศการ IoT GARDEN แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีในการช่วยสื่อสารถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมให้ออกมาในรูปแบบของงานศิลปะผ่านดอกไม้เหล่านี้

พลอย สกาวแก้ว จินดาวิชชุ นิสิตชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาการออกแบบสถาปัตยกรรม (หลักสูตรนานาชาติ) เล่าว่า “ดอกไม้สะท้อนมลพิษ” ผลงานในการประกวดครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอนในรายวิชา Design-Build Project พอได้โจทย์มาเราก็พยายามตีโจทย์ว่าเทคโนโลยี IoT จะเข้ามาช่วยในเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร สามารถแสดงออกมาในรูปแบบไหนได้บ้าง

เราก็มองถึงเรื่องผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตก็คือต้นไม้ ดอกไม้ที่มีความอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อม จึงออกแบบให้เป็นดอกไม้ที่สามารถหุบได้ เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับได้ว่ามีความชื้นในอากาศต่ำ บริเวณเกสรดอกไม้หากเป็นสีแดงแสดงว่ามีค่าฝุ่น 2.5 PM ในปริมาณสูง และฐานของดอกบัวจะแสดงมลภาวะทางเสียง ด้วยการปล่อยเสียงในพื้นที่เขตนั้น นอกจากนี้ ผู้เข้าชมยังสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับดอกไม้ด้วยการใช้พัดโบกให้เกิดลม เพื่อให้ดอกไม้บานออกแล้วเปลี่ยนเป็นสีเขียว หากเอาพัดไปบังที่ใต้ฐานดอกไม้จะมีเสียงนกร้อง เสียงธรรมชาติอื่นๆ ออกมาได้อีกด้วย

ผลงานดังกล่าว น้องพลอย ออกแบบร่วมกับเพื่อนๆ อีก 12 คน ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากคณะกรรมการเป็นอย่างมาก

พลอย สกาวแก้ว จินดาวิชชุ อธิบายให้ผู้เข้าชมงาน

ในขณะที่เพื่อนร่วมทีมอย่าง ปริญญ์ ปริญญานุสรณ์ ผู้รับผิดชอบการเขียนโปรแกรมซึ่งเป็นหนึ่งในโจทย์ที่ยากที่สุดในการทำงานไม่แพ้การออกแบบ เล่าว่า ก่อนทำโปรเจ็กต์นี้ ได้ไปฝึกอบรมการเขียนโปรแกรมและเรียนรู้เรื่องไอโอทีกับพี่ๆ ทีมงาน กลับมาเราก็ต้องมาเลือกโปรแกรมและบอร์ดควบคุมสำหรับการเขียนโค้ดคือ “Adruino” ในการควบคุมการแสดงสีและการเคลื่อนไหวของดอกไม้ แต่กว่าจะได้ก็ผ่านการปรับเปลี่ยนหลายครั้ง

อราคิน รักษ์จิตตาโภค Head of Novel Engine Executive team-AIS กล่าวว่า ได้ร่วมมือกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการออกแบบสถาปัตยกรรม (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาฯ ในการจัดการออกแบบ IoT Garden ผลงานที่ออกมาน่าชื่นชม เป็นสิ่งที่คนสามารถรู้สึกและจับต้องได้จริง ซึ่งน้องๆ ได้ใส่เรื่องราวในการออกแบบและเทคโนโลยี IoT ที่ส่งจากเครื่องตรวจจับมลภาวะใน กทม.ทั้ง 12 เขต มาแสดงในรูปแบบของสวนดอกไม้ที่มีสีสันและมีอินเตอร์แอ๊กทีฟกับผู้เข้าชม


ผศ.ดร.สุรพงษ์ เลิศสิทธิชัย อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการออกแบบสถาปัตยกรรม (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาฯ เล่าถึงนิทรรศการ IoT GARDEN ว่า มีเวลาประมาณ 5 สัปดาห์ ในการผลิตผลงาน แต่เนื่องจากนิสิตยังเรียนอยู่แค่ปีที่ 2 ยังไม่เคยเรียนด้านโปรแกรมมิ่งมาก่อน หรือศึกษาในเรื่อง IoT มาก่อนเราซึ่งให้เอไอเอสมาช่วยอบรมเรื่อง IoT และการเขียนโปรแกรมมิ่งประมาณ 2 สัปดาห์ จากนั้นทำเวิร์กช้อปหาไอเดียของเทคโนโลยีออกมาเป็นผลงาน จนได้รูปแบบที่ประกวดชนะมา 1 รูปงาน

ผลงานของนักศึกษาไม่ใช่แค่การทำให้ดอกไม้ทำงานไปตามค่ามลพิษที่เกิดขึ้น แต่ยังสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เข้าชมให้เห็นว่าดอกไม้ในพื้นที่อยู่อาศัยกำลังประสบปัญหา หากเอาพัดไปโบกให้ดอกไม้เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียว ก็เปรียบเสมือนลมที่ช่วยปัดเป่าฝุ่นหรือมลภาวะทางอากาศต่างๆ ออกไป แล้วข้อมูลเหล่านี้ก็จะส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ เก็บไว้เป็นข้อมูลว่ามีคนในพื้นที่นี้แสดงความห่วงใยต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม

ที่สำคัญคือผลงานนี้สามารถใช้ได้จริง หรือจะนำไปประยุกต์ต่อยอดในการเรียนและการทำงานอื่น ๆ ได้อีกมากมาย…

ผศ.ดร.สุรพงษ์ เลิศสิทธิชัย อาจารย์ประจำหลักคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาการออกแบบสถาปัตยกรรม (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้15-16 ส.ค.นี้ สปสช.เปิดเวทีระดับชาติถก “กองทุนบัตรทอง” ครั้งที่ 16
บทความถัดไปแฮกเกอร์สวมรอยส่ง SMS ขอโทษ ขออย่าเอาผิด ‘สารวัตรแรมโบ้’ ลั่นผู้ชายพอ นัดเจอ 13 ส.ค. ขอโทษต่อหน้า จบ ถ้าไม่จะพลิกแผ่นดินล่า ให้อยู่ไม่เป็นสุข