‘ครูตั้น’ ลั่น ‘โกรธ-เจ็บปวด’ ปมทุจริตอาหารกลางวัน จี้ ‘บิ๊ก’ สพฐ.-สพท.-ร.ร.ช่วยตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่โรงแรมไดมอนด์ พลาซ่า จ.สุราษฏร์ธานี นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวในการเป็นประธานเปิดการประชุม และมอบนโยบาย “การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และรองผู้อำนวยการ สพท.ทั่วประเทศ เข้าร่วม ว่า ในการขับเคลื่อนการทำงานของ ศธ.ย้ำเสมอในเรื่องของการพัฒนา และต่อยอด อยากใช้โอกาสนี้ชักชวนผู้อำนวยการ และรองผู้อำนวยการ สพท.ช่วยขับเคลื่อนการศึกษาในระดับภูมิภาค หากไม่นำสิ่งที่ได้จากการประชุมหารือมาปรับใช้ จะเป็นการเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ และอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เร่งพัฒนาการศึกษาไทยให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะสังคมไทยต่อไปจะเป็นสังคมสูงอายุ มีผู้สูงวัยเพิ่มมากขึ้น ถ้ายังไม่สามารถสร้างเยาวชนให้มีความรู้ความสามารถ เยาวชนจะไม่สามารถแบกประเทศต่อไปได้ หากไม่ตระหนักถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น และไม่พัฒนาการศึกษา อนาคตเยาวชนไทยจะไม่สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ ดังนั้น ต้องร่วมกันพัฒนาการศึกษา สร้างเด็กให้มีความรู้ความสามารถ

“ตลอดการทำงานกว่า 1 เดือน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ปัญหาของ ศธ.ในความคิดผมคือ การบริหารจัดการ ผมมองว่าปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้น แก้ไขได้ด้วยการบริหารจัดการที่ดี ถ้าปัญหาต่างๆ ได้รับการใส่ใจมากกว่านี้ ปัญหาน่าจะลดน้อยลง ปัญหาที่มีอยู่ของ ศธ.เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องไม่ปล่อยให้เกิดขึ้น เช่น โครงการอาหารกลางวัน ซึ่งผมเจ็บปวด โกรธอย่างมาก เมื่อเกิดเรื่องขึ้นมา ดังนั้น ศธ.ต้องพัฒนาระบบการติดตาม ตรวจสอบการจัดการอาหารกลางวัน ต้องมีหน่วยงานตรวจสอบ ประเมิน ชี้วัดอยู่อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการจุดไฟให้ผู้บริหารส่วนกลาง ผู้อำนวยการ สพท.และผู้อำนวยการโรงเรียน ต้องช่วยขับเคลื่อนส่งเสริม ตรวจสอบการจัดการอาหารกลางวันให้ดีอีกทางหนึ่งด้วย” นายณัฏฐพล กล่าว

นายณัฏฐพลกล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลาที่เข้ามาบริหารงาน ได้รับเรื่องร้องเรียนมากมาย เช่น การร้องเรียนเรื่องทุจริตวันละ 30-40 เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบกันอยู่แล้ว ทั้งนี้ หากสามารถอุดช่องโหว่ในการบริหารจัดการที่ไม่ดี เชื่อว่าปัญหาการทุจริตจะลดน้อยลง ตนไม่สามารถหยุดทุกปัญหาได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่มั่นใจว่าถ้าทุกภาคส่วนร่วมกันทำงาน จะลดปัญหาที่มีอยู่ในปัจจุบันได้อย่างแน่นอน

“ผมหวังให้ทุกภาคส่วนสร้างประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยให้มีประสิทธิภาพ หลายคนอาจคิดว่าผมอยู่ในตำแหน่งนี้ไม่นาน เดี๋ยวก็ไปแล้ว แต่ผมยืนยันว่าจะอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ให้นานที่สุด เพื่อพัฒนาการศึกษาไทยให้ดีขึ้น อะไรที่เป็นนโยบายของรัฐบาล ผมกล้าทำ กล้าตัดสินใจ ไม่มีพรรคการเมือง หรือผลประโยชน์ทับซ้อนแน่นอน ความขัดแย้งที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้น ไม่อันตรายเท่าการศึกษาที่ไม่ได้รับพัฒนา ดังนั้น เรื่องเหล่านี้ถือเป็นวาระแห่งชาติ อาจต้องปรับโครงสร้างบางส่วนที่ซ้ำซ้อน หรือยังไม่กระชับมากพอ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น โดยการปรับอะไรก็ตาม ต้องไม่ไปริดรอนสิทธิประโยชน์ของใครด้วย” นายณัฏฐพล กล่าว

ด้านนายสมปอง คงอ่อน รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) อ่างทอง กล่าวว่า สำหรับโรงเรียนใน จ.อ่างทอง ไม่พบปัญหาเรื่องการจัดการอาหารกลางวัน เพราะโรงเรียนได้ปฏิบัติตามระเบียบที่ สพฐ.กำหนดไว้ คือการจัดอาหารตามระบบ Thai School Lunch และ สพป.อ่างทองจะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบการบริหารจัดการอย่างสม่ำเสมอ ส่วนโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่มีปัญหาในการบริหารจัดการหรือไม่ จากที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า 120 คน มี 96 แห่ง สามารถบริหารจัดการเรื่องอาหารกลางวันได้ดี

“ที่นักวิชาการเสนอว่าควรที่จะมีนักโภชนาการประจำโรงเรียนทุกแห่ง เพื่อดูเรื่องภาวะโภชนาการของนักเรียนทุกคนนั้น ผมมองอาจไม่จำเป็นต้องมี เพราะหากครูจัดอาหารกลางวันตามระบบ Thai School Lunch จะพบว่าเด็กๆ จะได้รับโภชนาการเพียงพอ ทำให้ครูอาจทำหน้าที่แทนนักโภชนาการได้” นายสมปอง กล่าว

บทความก่อนหน้านี้เผยภาพบาฮามาส หลังโดเรียนถล่ม ผู้เสียชีวิต พุ่ง 7 ศพ คาดมีเพิ่มอีก
บทความถัดไปกฟน. พิสูจน์ชัด ๆ อุปกรณ์ “หลอก” ประหยัดไฟ