มจร จัดงาน 132 ปีแห่งการสถาปนามหา’ลัย เชิญศิษย์ร่วมงาน 12 ก.ย.

พระเมธีธรรมาจารย์(เจ้าคุณประสาร) รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กำหนดจัดงานครบ 132 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัย ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงสถาปนามหาธาตุวิทยาลัยขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2430 ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นที่เล่าเรียนของพระสงฆ์​ฝ่่ายมหานิกายและคฤหัสถ์​ และเมื่อปี พ.ศ. 2439 ได้พระราชทานเปลี่ยนนามมหาธาตุวิทยาลัย​เป็น มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ​ยศของพระองค์​

คณะสงฆ์ฝ่่ายมหานิกาย​ จำนวน​ 57 รูป โดยพระพิมลธรรม (ช้อย ฐานทตฺตมหาเถร)ได้ประชุมพระมหาเถรานุเถระ ณ ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช วัดมหาธาตุฯ เพื่อดำเ​นิ​นการ​จัด​การศึกษา​ในรูปแบบมหาวิทยาลัย ตาม​พระราชปณิธานของพระองค์ มหาวิทยาลัย​มหา​จุฬา​ลง​กร​ณ​ราช​วิทยาลัย​ จึง​ได้​เปิด​การ​ศึกษา​ในรูปแบบ​มหาวิทยาลัย​ ตั้งแต่​วันที่​ 18 กรกฎาคม​ พ.ศ. 2490 เป็น​ต้น​มา และประกาศ​ให้​มหา​จุฬา​ลง​กร​ณ​ราช​วิทยาลัย​ ดำเนิน​การจัดการ​ศึกษา​พระไตรปิฎก​และวิชาชั้นสูง​ในระดับมหาวิทยาลัย​ และเปิดสอนระดับ​ปริญญาตรี​ คณะ​พุทธศาสตร์​ เป็น​คณะ​แรก
และต่อมา​ใน​ปี​ 2505 จึงได้เปิดสอนคณะคุรุศาสตร์​ และคณะเอเชีย​อาคเนย์ เป็นต้น
 
มีนิสิตรุ่นแรกที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตร 4 ปีจำนวน 6 รูป มีพิธีประสาทปริญญาครั้งแรก ณ พระอุโบสถวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กทม โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภณมหาเถร) เป็นองค์ประธานมอบปริญญา มีจอมพล ป. พิบูลย์สงคราม นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นเข้าร่วมพิธีด้วยภายในพระอุโบสถ
 
และในวันที่ 12 -13 กันยายน 2562 นี้ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยครบ 132 ปีแห่งการสถาปนา คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย จึงกำหนดจัดงานเพื่อเป็นการฉลอง เพื่อการบำเพ็ญอุทิศพระราชกุศลถวายแด่พระองค์ผู้ทรงสถาปนา และยังมีงานทางด้านวิชาการระดับนานาชาติพร้อมทั้งการ ระดมทุนจากทุกภาคส่วนเพื่อเข้ากองทุนพัฒนามหาวิทยาลัยอีกด้วย

12 ก.ย.ภาคเช้า พระธรรมปัญญาดี นายกสภามหาวิทยาลัย จะเป็นประธานเเในพิธีเปิด พระราชปริยัติกวี อธิการบดี ปาฐกถาพิเศษเรื่อง เหลียวหลัง แลหน้า สืบสานต่อยอด เป็นการมองจากอดีตตั้งแต่ยุค พระพิมลธรรม(ช้อย) สมเด็จพระพุฒาจารย์(อาจ) สมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว)สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ปอ.ปยุตฺโต)พระราชรัตนโมลี(นคร) พระพรหมบัณฑิต (ประยูร) มาจนถึงยุคปัจจุบันและจะสานต่อและต่อยอดกันอย่างไรต่อไป

สำหรับการอภิปรายทางด้านวิชาการนั้น จะมีทั้งภาคภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดยจะมุ่งเน้นและการนำผลไปสู่ภาคปฏิบัติเพื่อใช้สำหรับการจัดการศึกษาเพื่อ”ความเป็นเลิศทางด้านวิชาการทางพระพุทธศาสนา”โดยผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น พระเทพปวรเมธี ว.วขิรเมธี พระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒิกโร พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ศ.ดร.บุญทัน ดอกไธสง รศ.ดร.สุรพล สุยะพรหม รศ.ดร.ชลวิทย์ เจียจิตต์ เป็นต้น

จึงขอเชิญชวนศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ และเข็มเกียรติคุณจากมหาวิทยาลัย รวมทั้งผู้ให้การอุปถัมภ์ ผู้มีอุปการคุณทุกท่านเข้าร่วมงานและร่วมกันบริจาคเพื่อระดมทุนในกองทุนพัฒนามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยต่อไป

บทความก่อนหน้านี้“เดลต้า” โชว์ดาต้าเซ็นเตอร์ยุค IoT ในงาน Data Center Solution Day 2019 Thailand
บทความถัดไป“ตรีเพชรอีซูซุ”คว้ารางวัลอาคารประหยัดพลังงานระดับอาเซียน